วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
 
เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 2เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 3เปลี่ยนขนาดตัวอักษร 4
ค้นหาข่าว อ่านวิธีใช้ ค้นหา | | | |
 
หน้าแรก
ข่าวการเมือง
คอลัมน์เด่นการเมือง
การ์ตูนแนวหน้า
ข่าวโลกธุรกิจ
ข่าวภูมิภาค
ข่าวกทม.
ผู้หญิงแนวหน้า
ข่าวกีฬาแนวหน้า
ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม
ข่าวอาชญากรรม
ข่าวแรงงาน
เกษตร-สิ่งแวดล้อม
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวบันเทิง
ยานยนต์แนวหน้า
ดวงชะตา
รวมภาพข่าว Gallery
เข้าระบบ สมาชิก
 ชื่อ :
 รหัสผ่าน :
จำรหัสผ่าน

สมัครสมาชิกใหม่ l ลืมรหัสผ่าน

ส่งหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ
อีเมล์คุณ :
อีเมล์เพื่อน :
 
เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยคน
รถเมล์ขสมก. จะเช่าหรือซื้อ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)

โครงการให้ ขสมก.เช่ารถเมล์ NGV จำนวน 4,000 คัน ที่ผลักดันโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ "พรรคภูมิใจไทย" ได้ถูกเตะเบรกมาหลายครั้ง ก็เพราะว่าโครงการนี้ยังเต็มไปด้วยข้อครหาสงสัยฉกาจฉกรรจ์หลายประเด็น

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีก็ได้เตะเบรกโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับมอบให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาพัฒน์ไปทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมาก กลายเป็นว่า จะเช่าหรือจะซื้อ ? เท่านั้น

ทั้งๆ ที่ โครงการนี้ มีประเด็นควรคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ อีกหลายประเด็น ดังนี้

1) เห็นด้วยว่า ขสมก. จะต้องยกเครื่องระบบการเดินรถครั้งใหญ่ เพื่อฟื้นฟูกิจการที่มีหนี้สินสะสมรุงรังกว่า 70,000 ล้านบาท แต่การจะปฏิรูปกิจการนั้น ต้องทำอย่างมียุทธศาสตร์ และมีแผนงานที่ชัดเจน อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความเป็นไปได้

แนวคิดที่จะเชื่อมโยงระบบการเดินรถทั้งหมด เพื่อให้เส้นทางการเดินรถเชื่อมโยงถึงกัน อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารมากขึ้น เป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุน แต่ในการปฏิบัติจริง ขสมก.ควรต้องพิจารณาว่า เส้นทางเดินรถใหม่จะมีกี่สาย อย่างไร และจะต้องใช้รถกี่คัน? ปัจจุบัน ตนเองมีรถอยู่กี่คัน? ใช้งานได้กี่คัน? สามารถนำมาปรับเป็นเอ็นจีวีได้กี่คัน? คุ้มไหม? และจำเป็นจะต้องจัดหารถใหม่กี่คัน ?

พูดง่ายๆ ว่า จะต้องตั้งต้นที่เนื้องานหรือแผนงานจริงๆ ไม่ใช่เริ่มต้นที่การจัดซื้อจัดหารถใหม่

เมื่อมีแผนงานที่ชัดเจนแล้ว ก็จะเห็นความจำเป็นว่า จะต้องจัดหารถเมล์หรือไม่ ? จำนวนเท่าใด? จะ 4,000 คัน หรือกี่คัน ก็ขึ้นอยู่กับแผนงานที่มียุทธศาสตร์ชัดเจนดังกล่าว

โจทย์ที่ว่า จะใช้วิธีจัดหารถใหม่จำนวนเท่าใด ? ด้วยวิธีการใด? (เช่าหรือซื้อ) จึงค่อยตามมาทีหลัง

2) เช่าหรือซื้อ?

การเช่า มีข้อดี ตรงที่ ขสมก.ไม่ต้องซ่อมบำรุงรักษารถเมล์ด้วยตนเอง

เหมือนกับเราไปเช่ารถคนอื่นเขามาขับ ถ้ารถเสีย เจ้าของรถก็ต้องเอาไปซ่อมเอง และระหว่างนั้น ก็ต้องเอารถคันใหม่ที่ใช้ได้มาให้เราใช้แทนด้วย (แต่ในความเป็นจริง เจ้าของรถไม่มีใครโง่ เขาได้คิดค่าซ่อมบำรุงและกำไรของเขา บวกเข้าไว้ในค่าเช่าเสร็จสรรพแล้ว)

โดยปกติ ค่าเช่าที่ผู้เช่าจ่าย จึงรวมค่าซ่อมบำรุงเอาไว้แล้ว

ส่วนการซื้อ ก็มีข้อดี ตรงที่ ขสมก.จะได้เป็นเจ้าของรถด้วยตนเอง เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง รถเริ่มเก่า ค่าซ่อมบำรุงเริ่มแพงขึ้น หากไม่อยากใช้รถเก่าต่อไป ก็สามารถขายได้เงินบางส่วนคืนมาบ้าง (อาจได้มูลค่าไม่มากนัก เพราะรถเป็นทรัพย์สินที่เสื่อมสภาพเร็ว)

เพราะฉะนั้น จะซื้อหรือจะเช่า จึงไม่สำคัญเท่ากับว่า ราคาที่ ขสมก.ต้องจ่ายไปนั้น คุ้มหรือไม่

จะอ้างด้วยความจริงครึ่งเดียวเพียงว่า การเช่าดีกว่าซื้อ เพราะไม่ต้องจ่ายค่าซ่อม จึงไม่ถูกต้อง

ในขณะเดียวกัน ก็ควรยอมรับว่า การเช่าไม่ใช่เรื่องชั่วช้าเสมอไป แต่จะเป็นเรื่องเลวร้ายมาก หากค่าเช่า(ซึ่งรวมเอาซ่อมบำรุงไว้แล้วนั้น) มีราคาแพงเกินควร เพราะจะเท่ากับผูกมัด ขสมก.ไปตลอดอายุสัญญาว่า จะต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงในราคาแพง ทั้งๆ ที่ เป็นรถเช่า

3) ค่าซ่อม?

โครงการนี้ ระบุว่า จะเช่ารถเมล์จำนวน 4,000 คัน ในอัตรค่าเช่า คันละ 4,657 บาทต่อวัน

ราคานี้ จำแนกแยกแยะเป็น ค่าเช่าตัวรถ 2,082 บาท แต่เป็นค่าซ่อมรถถึง 2,250 บาทต่อคันต่อวัน

แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับตัวเลขของฝ่ายอื่นๆ เช่น กลุ่ม 40 ส.ว. ระบุว่า ค่าซ่อม 2,250 บาท/คัน/วัน นั้น เป็นการคิดจากค่าซ่อมกิโลเมตรละ 7.50 คูณ 300 กิโลเมตร/วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากรถที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป และระยะทางที่กำหนดไว้ตามทีโออาร์ไม่เกิน 300 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการกำหนดระยะทางที่สูงสุดตามทีโออาร์ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว รถเมล์จะวิ่งเฉลี่ยวันละ 200 กิโลเมตร ดังนั้น การนำค่าซ่อมรถอายุ 10 ปีคูณกับระยะทางที่วิ่งเกินจริง จึงเป็นที่มาของค่าซ่อมรถที่สูงเกินจริง

กลุ่ม 40 ส.ว. ยืนยันข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญว่า ค่าซ่อมบำรุงรถใหม่ในปีแรกๆ ไม่กี่ร้อยบาทต่อวัน เฉลี่ย 10 ปี ไม่น่าจะเกิน 1,200 บาท/คัน/วัน

ใกล้เคียงกับข้อมูลจากนายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน นายฉัตรชัย ชัยวิเศษ ที่ยืนยันว่า ค่าซ่อมบำรุงไม่เกินคันละ 1,300 บาทต่อวัน (ในขณะที่ค่าเช่ารถ ก็ตกวันละไม่เกิน 1,200 บาทต่อคัน)

และน่าสังเกตว่า ตามเอกสารที่ ขสมก. เคยเสนอเมื่อ 2 ก.ย. 2551 นั้น ก็คิดค่าซ่อมรถ คันละ 1,359 บาทต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับค่าซ่อมบำรุงรถเก่าอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไปของ ขสมก. แต่สุดท้าย กลับมีการทำตัวเลขโครงการใหม่ ทำให้ค่าซ่อมแพงขึ้นมาอยู่ที่ 2,250 บาทต่อคันต่อวัน

ค่าซ่อมและค่าเช่ารถ ตามโครงการที่นำเสนอ จึงส่อว่าจะเป็นตั้งราคาแพงเกินควร จนอาจทำให้การเช่ารถนั้น ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

เช่นเดียวกัน หากจะซื้อ ก็ต้องตรวจสอบต้นทุนและทางเลือกของการซ่อมบำรุง ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

4) อายุสัญญาเช่า?

น่าสังเกตว่า หากเป็นการเช่า ช่วงระยะเวลาที่ทำสัญญาเช่า (อายุสัญญา) ย่อมจะมีผลต่อการคิดคำนวณค่าซ่อมบำรุงรถ เพราะถ้าทำสัญญาเช่ายาวนานนับสิบปี ค่าซ่อมบำรุงรถเก่าในปีหลังๆ ซึ่งสิ้นเปลืองมาก ก็จะถูกนำมาคิดรวมเข้ากับค่าเช่ารถตลอดอายุสัญญา ทำให้ค่าเช่าทั้งโครงการมีราคาแพง

พูดง่ายๆ ว่า ในช่วงปีหลังๆ จะเท่ากับไปเช่ารถเก่ามาใช้

โครงการนี้ จะเช่ารถ 10 ปี จึงน่าคิดทบทวนว่า ทำไมต้องเช่า 10 ปี ?

ช่วง 5 ปีแรก เราอาจได้ใช้รถใหม่ แต่ในช่วง 5 ปีหลัง ทำไมเราต้องทนใช้รถเก่า ทั้งๆ ที่ เป็นรถเช่า ?

ถ้าจะเช่า อายุสัญญาควรจะยาวนานเพียงใด?

5) ทำไมต้องให้เอกชนผูกขาดสัญญาเช่า?

หากเป็นการเช่า ซึ่งเอกชนคู่สัญญาเขาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดการบำรุงรักษารถเองอยู่แล้ว เหตุใดต้องล็อคสเป๊คไว้ให้เอกชนรายใหญ่เข้ามาทำสัญญาเพียงรายเดียวเท่านั้น เช่น กำหนดเงินประกันไว้สูงกว่า 3 พันล้านบาท เป็นต้น !

ทำให้มีการแข่งขันเสนอราคาน้อยลงโดยใช่เหตุ

ยิ่งกว่านั้น การมีเอกชนคู่สัญญารายเดียว ไม่ได้เพิ่มประโยชน์แก่ ขสมก.เลย (กลับลดอำนาจต่อรอง) เพราะถึงอย่างไร ขสมก.ก็ไม่ได้จัดซื้ออะไหล่ หรือทำการซ่อมด้วยตนเอง แต่ได้จ่ายเหมาค่าซ่อมบำรุงไปแล้ว จึงเป็นภาระของเอกชนแต่ละราย ไม่เกี่ยวกับ ขสมก. ทำให้ไม่มีประเด็นว่า ถ้าทำสัญญากับรายเดียวแล้วจะช่วยให้ ขสมก.ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อคันแต่อย่างใด

กรณีเช่าแบบนี้จะไม่เหมือนการซื้อ เพราะหากเป็นการซื้อ ค่อยดูจะมีเหตุมีผลว่า ทำไมควรต้องซื้อรถยี่ห้อเดียวรุ่นเดียว ก็เพราะเวลาซ่อมหรือจัดซื้ออะไหล่ หรืออบรมบุคลากร จะได้ดำเนินการทีเดียว ล็อตใหญ่ๆ เพื่อให้เกิดการประหยัดต่อหน่วย

6) แปรรูป ขสมก. ?

โครงการนี้ อ้างว่า เมื่อเช่ารถมาดำเนินกิจการ รถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่าย คันละประมาณ 9,363 บาทต่อวัน (รวมค่าเช่า) แต่จะมีรายได้ ถึงคันละ 11,000 บาทต่อวัน ซึ่งมีกำไรประมาณหนึ่งพันกว่าบาทต่อคันต่อวัน

เปรียบเทียบกับความเป็นจริง ปัจจุบัน รถแอร์ของ ขสมก. ที่วิ่งอยู่ทุกวันนี้ ทำรายได้เพียงคันละ 7,000 บาทต่อวัน ถ้าจะได้ตามโครงการจริงๆ นอกจากจะขึ้นค่าโดยสารไปเป็น 30 บาทแล้ว ขสมก.ยังจะต้องทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว !

จะเป็นไปได้หรือไม่ ?

และถ้าไม่ได้ตามนี้ การณ์กลับจะกลายเป็นว่า ขสมก.วิ่งรถทุกวัน เพียงเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าเช่ารถและค่าซ่อม "เป็นรายวัน" จ่ายให้บริษัทเอกชนคู่สัญญา ซึ่งได้รับประกันรายได้ตายตัวตลอดสัญญา 10 ปี

ถ้าได้ไม่คุ้มรายจ่าย ขสมก. ก็ต้องควักเนื้อ เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินต่อไป

รูปการณ์คล้ายกับว่า บริษัทเอกชนจะกลายเป็นเหมือนเถ้าแก่อู่รถแท็กซี่ ส่วน ขสมก.กลับมีสภาพประหนึ่งผู้เช่า ที่มีหน้าที่ต้องขับรถหาค่าเช่า เลี้ยงเถ้าแก่ทุกๆ วัน

นี่จะกลายเป็นการแปรรูป ขสมก. ไปเป็นเครื่องมือหารายได้ให้เอกชน ผ่านสัญญาเช่าฉบับเดียว หรือไม่

ขสมก. เป็นผลประโยชน์และสมบัติร่วมกันของคนไทยทุกคน อย่าให้นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด แปลง ขสมก.ไปเป็นสมบัติแห่ง "ความภูมิใจไทย" ของใครบางคนเท่านั้น !

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต
วันที่ 8/6/2009
บทความอื่นๆในคอลัมน์นี้
จาก"เงินภาษีบริจาคให้พรรคการเมือง" ถึง "บริจาคให้การตรวจสอบนักการเมือง" (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)
เชียงใหม่ 2553 อย่ายอมจำนนคนเลว? (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)
ปัญหายาเสพติด ลงโทษ กับ เยียวยา (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)
"ลูบหน้าปะจมูก" (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)
หวยออนไลน์...ลงเอยอย่างไร? (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)
อ่านข่าวทั้งหมด
สถิติการแสดงความคิดเห็น
จำนวนคนอ่าน 1221 คน
จำนวนคนโหวต 20 คน
 
เห็นด้วย
19 คน
   
ไม่เห็นด้วย
1 คน
 

แสดงความคิดเห็นของคุณ
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย

 
กฎกติกา มารยาทก่อนแสดงความคิดเห็น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติใช้บริการเว็บไซต์ แนวหน้า และก่อนแสดงความคิดเห็น โปรด งดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาใส่ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบ กระทั่งต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ ทั้งนี้ทุกความเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ดำเนินรายการ เว็บไซด์ และไม่สามารถ นำไปอ้างอิงทาง กฎหมายได้ พื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกติกาดังกล่าว เราจำเป็นต้องตรวจสอบ กลั่นกรอง ข้อแสดงความคิดเห็นของท่าน ตามความเหมาะสม ก่อนที่ความคิดเห็นของท่าน จะถูกนำขึ้นแสดงต่อสาธารณะ

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

ชื่อ / อีเมล์  
ความคิดเห็น  
ใส่รหัสก่อนส่ง  
New posts ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 13/06/2009 21:17:10  IP 115.67.120.82
เห็นพูดแต่ค่าเช่า ค่าซ่อม ไม่เห็นพูดถึงค่าเติมแก๊ส ด้วย รวมต่อวันต้องจ่ายเท่าไร เก็บได้ประมาณเท่าไร ถ้าไม่ได้ตามประมาณการ และนับวันรถไฟฟ้าจะมีหลายสายขึ้น หากขาดทุน รัฐมนตรียอมชดใช้แทนราชการหรือไม่ เห็นขู่อยู่เรื่อย
s.wongplay@ipecp.ac.th

New posts ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 13/06/2009 09:44:17  IP 117.47.67.176
ดูหน้าตาบักโสโครก (ซาเล้ง)มันซิ หน้ามันเหมือนเปรตขอส่วนบุญไม่มีผิดเพี้ยน i บักเขมรผู้หิวโซ
KASEMSUDDEE@HOTMAIL.COM

New posts ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 08/06/2009 22:30:06  IP 222.123.62.3
ไอ้ ชาเล้ง ผู้ดื้อด้าน*คนทั้งประเทศเขารู้หมดแล้วว่าพวกเองทำอะไรกัน กับโครงการโกงแผ่นดิน รถเมล์อำมหิต ที่พวกเองดันนักดันหนา ***ทุเรศสินดี
อิสาน

New posts ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 08/06/2009 11:06:20  IP 203.155.247.92
อาจารย์หายไปไหนครับ 92.25 ตอนเช้าก็ไม่อยู่ คุณจิตรกรเลยฉายเดี่ยวชวนคนไปเที่ยวทางไกลกับแกทุกวัน ASTV
ตอนเย็นก็ไม่มี
คิดถึง

หน้า | 1 |
 
  หน้าแรก | ข่าวการเมือง | คอลัมน์เด่นการเมือง | การ์ตูนแนวหน้า | ข่าวโลกธุรกิจ | ข่าวภูมิภาค | ข่าวกทม. | ผู้หญิงแนวหน้า | ข่าวกีฬาแนวหน้า | ข่าวการศึกษา-วัฒนธรรม | ข่าวอาชญากรรม |
ข่าวแรงงาน | เกษตร-สิ่งแวดล้อม | ข่าวต่างประเทศ | ข่าวบันเทิง | ยานยนต์แนวหน้า | ดวงชะตา | รวมภาพข่าว Gallery |
 
  Copyright 2005-2006 © Naewna.com All rights reserved.

Power by : hodgroup.com