3 พ.ค.57 เมื่อเวลา 10.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำข้อเสนอ “ทางออกประเทศ” มาเปิดเผยต่อสาธารณชน หลังจากที่มีการเดินสายพบปะหารือกับทุกฝ่าย ยกเว้นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ว่า ข้อเสนอในวันนี้ที่เป็นแผนในการเดินหน้าประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยง 3 ประการคือ 1.หลีกเลี่ยงความสูญเสียชีวิตของประชาชน 2.หลีกเลี่ยงการปฏิวัติรัฐประการ 3. หลีกเลี่ยงการดึงเอาสถาบันศาลและพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมือง
“ถ้าทุกฝ่ายยอมรับแผนนี้ 1.ประเทศจะเดินหน้าปฏิรูปได้ทันที ที่ไม่มีปัญหาข้อกฎหมาย และจะสำเร็จทุกประการภายใน 18 เดือน 2.ภายใน 150-180 วัน จะมีการเลือกตั้งเสรีสุจริตเที่ยงธรรม 3.จะมีรัฐบาลคนกลางตามกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการยินยอมพร้อมใจทุกฝ่าย 4. มีรัฐบาลเฉพาะกิจที่เข้ามาปฏิรูปหลังการเลือกตั้ง 1 ปี จากนั้นก็จะมีการเลือกตั้งภายใต้การปฏิรูป”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องขจัดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค ต่างๆ เริ่มต้นด้วย 1.ชะลอการตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2. กกต.จะต้องใช้เวลาปฏิรูประบบบริหารจัดการการเลือกตั้ง ตามอำนาจที่มีตามกฎหมาย ออกระเบียบกำหนด หลักเกณฑ์ เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม 3. เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปใช้ 15 วันร่วมกับ กปปส. หารือ-กำหนดประเด็นและจัดทำแผนเรื่องการปฏิรูปให้ชัด รวมถึงกรอบเวลา กำหนดแนวทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร
4.เมื่อข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปมีความชัดเจน จะมีการนำข้อเสนอนี้ไปจัดทำประชามติ ตามรัฐธรรมนูญใช้เวลา 90 วัน ให้ประชาชนเห็นชอบ เพื่อจะได้ชอบธรรม มีผลผูกมัดรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ว่าจะต้องเดินหน้าปฏิรูป 5.กระบวนการประชามติ 90 วันจะเป็นการพิสูจน์ความจริงใจของทุกพรรคการเมืองในการรณรงค์สนับสนุนการปฏิรูป เป็นการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่เรียบร้อยเกิดขึ้นได้ พรรคการเมืองสามารถรณรงค์ทุกพื้นที่โดยไม่มีความรุนแรงและไม่มีการขัดขวาง
6.การสร้างความมั่นใจในเรื่องของการจัดทำประชามติและการเลือกตั้งต่อไป จำเป็นต้องมีรัฐบาลเฉพาะกาลคนกลางที่เกิดขึ้นบนการยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อทำประชามติและปฏิรูป รัฐบาลนี้จะเกิดขึ้นได้นายกรัฐมนตรีจะต้องนำ ครม.ลาออก หรือปรับออกแล้วลาออกตาม เป็นการดำเนินการเพื่อให้ไปสู่การมีรัฐบาลคนกลาง โดยผ่านการสรรหาและเสนอของประธานวุฒิสภา ซึ่งต้องให้ทุกฝ่ายยอมรับ โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ กปปส.ของนายสุเทพ
7.ภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ แค่เปลี่ยนถ่ายไปสู่การเลือกตั้ง ไม่มีการแก้ไขกฎหมาย หรือดำเนินการใดๆ รัฐบาลใหม่มีความคล่องตัวกว่ารัฐบาลปัจจุบัน ไม่น่าจะเข้าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 จึงสามารถแก้ไขปัญหาเงินค่าจำนำข้าวชาวนา หรือราคาพลังงานได้ 8.เมื่อมีการทำประชามติเสร็จสิ้นเรียบร้อย ปฏิรูปเดินหน้า ก็จัดให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ทุกพรรคต้องสนับสนุนสภาปฏิรูปหลังการเลือกตั้ง หากไม่ทำระเบียบที่ กกต.ออก เป็นการหลอกลวง อันกระทำผิดการเลือกตั้ง มีโทษเถิกถอนสิทธิ์ และยุบพรรค 9.เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“ข้อเสนอผมแค่ให้นักเลือกตั้งถอยออกไป 5-6 เดือน กปปส.ได้รัฐบาลคนกลาง ได้สภาปฏิรูป ได้ความมั่นใจว่าการปฏิรูปไม่ถูกขัดขวาง แต่ไม่ได้สภาประชาชนและรัฐบาลประชาชน แต่คนที่ได้ 100% คือประเทศชาติบ้านเมือง ได้ปฏิรูป ได้เลือกตั้ง ไม่มีปฏิวัติ สถาบันไม่ถูกละเมิด ปัญหาต่างๆ แก้ได้ลงตัวมากขึ้น แผนนี้บอกแล้วว่าผมรวบรวมจุดร่วม แนวคิดทุกฝ่ายเพื่อเดินหน้าประเทศไทยทันที”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ไม่เดินทางไปพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายสุเทพนั้น เพราะหากไปพบก่อนประกาศข้อเสนอนี้ จะไม่เกิดประโยชน์ จะกลายเป็นเจรจาต่อรอง ข้อเสนอนี้ต้องเสนอไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก่อน เพราะรัฐบาลต้องไปยับยั้งบางสิ่งบางอย่างที่กำลังทำ และสามารถการตอบรับง่ายกว่า กปปส. เพราะฝ่ายรัฐบาลนั้นคนๆ เดียวคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจได้ แต่ กปปส.เป็นธรรมชาติของมวลชนต้องใช้เวลา จะส่งข้อเสนอนี้วันอังคาร ขอให้ 2 ฝ่ายพิจารณาข้อเสนอให้ละเอียด
“ผมจะฟังคุณยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยว เพราะการตัดสินใจรับแผนนี้คุณยิ่งลักษณ์ทำได้คนเดียว ถ้าอยากให้อธิบายเพิ่มเติมผมยินดีที่จะเข้าชี้แจง ผมอยากถามคุณยิ่งลักษณ์ว่า ข้อเสนอนี้มีตรงไหนที่เสียหายกับประเทศชาติ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองคุณยิ่งลักษณ์ต้องการให้ประเทศเดินหน้าหรือไม่ สิ่งเดี่ยวที่ต้องเสียสละ คือ คุณยิ่งลักษณ์ต้องถอยออกไปจากอำนาจ 5-6 เดือน ถามว่าคุณยิ่งลักษณ์ถอยออกไป 5-6 เดือนได้ไหม ผมเป็นนักการเมืองโดยอาชีพ 20 ปียังยอมถอยออกจากการเมืองได้กว่า 2 ปี เพื่อบ้านเมือง แค่ 5-6 เดือนคุณยิ่งลักษณ์ถอยให้ประเทศได้หรือไม่”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับนายสุเทพนั้น ถ้ารัฐบาลตอบรับหลักการตรงนี้ นายสุเทพจะเห็นภาพรัฐบาลคนกลาง และการปฏิรูป นั่นคือเป้าหมายการต่อสู้แล้ว เพียงแต่วิธีการที่จะเดินไปสู่เป้าหมายต่างกัน ขอเพียงอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ข้อเสนอนี้ไม่มีการบั่นทอนการต่อสู้ ถ้ารัฐบาลพร้อม กปปส.จะเดินหน้าไปด้วยกันหรือไม่ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าข้อเสนอนี้จะไม่สูญเปล่า หากมีการตอบรับประเทศเดินหน้า ไม่ตอบรับไม่เป็นไร สังคมไทยได้เห็นทางออกทางเลือกนี้แล้ว ใครเก่งกว่านำไปต่อยอดถือว่าคุ้มค่า
คำต่อคำ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' นำเสนอแผนเดินหน้าประเทศไทย “ปฏิรูปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ"
แผนเดินหน้าประเทศไทย ปฏิรูปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ฉบับเสนอ "ยิ่งลักษณ์-สุเทพ"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี