แฉเล่ห์รบ.วางหมาก2ชั้น
นิรโทษคิวแรก
ถ้าพลาด-ยัดแก้รธน.เสียบ
มท.1กร้าวเล่นบทโหดใครขวางชน!
เพื่อไทยก่อหวอดไล่บิ๊กอ๊อดพ้นกห.
วันที่ 23 กรกฎาคม นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 115 มาตรา 116 เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. กล่าวถึงความเป็นไปได้ของกระแสข่าวจะมีการเรียกประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนดังกล่าวในวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้ว่า กมธ.จะมีการเรียกประชุมนัดสุดท้ายในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ เพื่อสรุปรายงานและข้อสังเกตส่งต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งตามข้อบังคับจะต้องมีการบรรจุยวาระภายใน 15 วัน นับจากวันเปิดสมัยประชุมวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา
กมธ.อ้างรื้อรธน.รับสว.หมดวาระ
“สาเหตุที่เราต้องรีบนำเสนอ เพราะมีเงื่อนไขของเวลา เนื่องจาก สว.เลือกตั้ง จะหมดวาระในวันที่ 2 มีนาคม 2557 ดังนั้นเมื่อรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ในวาระ 2 และวาระ 3 แล้ว จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของการออกกฎหมายลูกอีกภายใน 120 วัน เพื่อให้ทันเวลา จึงไม่ใช่การมุบมิบทำกันแต่อย่างใด”
บ่ายเบี่ยงตอบนัดถก6-7ส.ค.
เมื่อถามย้ำว่า มีการประสานให้มีการประชุมร่วมกันของสองสภาในวันที่ 6-7 สิงหาคม จริงหรือไม่ นายสามารถ กลับเลี่ยงตอบว่า ด้วยเงื่อนไขของเวลาที่ถูกกำหนดไว้ และเข้าใจว่าในเบื้องต้นท่านประธานรัฐสภาน่าจะได้หารือกับคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล กับวิปวุฒิสภา เอาไว้แล้ว และคงมีการหารือกับวิปฝ่ายค้านต่อไป แต่ทั้งนี้อำนาจการบรรจุระเบียบวาระเป็นของประธานรัฐสภา
วิปรัฐบาลนัดเคาะ24ก.ค.
วันเดียวกัน นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานเข้ามาเพื่อขอให้เปิดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 6-7 สิงหาคม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ สว. ส่วนการประชุมนัดแรกในวันที่ 7 สิงหาคม หลังเปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไปนั้น วิปรัฐบาลจะนัดหารือกันในวันที่ 24 กรกฎาคม เพื่อสรุปว่าจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ นายวรชัย เหมะ แกนนำเสื้อแดง และ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นวาระแรกหรือไม่ ส่วนงพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 คงนำมาพิจารณาไม่ทันวาระแรกแน่ เพราะกมธ.ยังพิจารณาไม่เสร็จ
แฉหมาก2ชั้นดันนิรโทษก่อน
ด้าน นายไพจิต ศรีวรขาน รองประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า เท่าที่มีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ วิปรัฐบาลเห็นว่า ขณะนี้เหลือกฎหมายสำคัญอยู่ 2 ฉบับ คือ ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ฉบับ นายวรชัย และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มา สว. ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าควรพิจารณาร่างพรบ.นิรโทษกรรมก่อน แต่ต้องดูสถานการณ์หากกระแสต้านมีทีท่ารุนแรง เช่น มีม็อบบุกมาปิดล้อมสภา ก็อาจพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน เพราะแรงเสียดทานน้อยกว่า
“สส.แดง”ตีขิมยันถกวาระแรก
ขณะที่ นายวรชัย กล่าวว่า ดูตามเนื้อผ้าและเหตุผลแล้ว ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระแรก ในวันที่ 7 สิงหาคม อย่างแน่นอน เนื่องจากในวันดังกล่าวไม่น่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นเกี่ยวกับที่มาของ สว. และร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2557 ได้ทันเวลา ขณะที่กฎหมายฉบับอื่นก็ไม่มีความเร่งด่วนที่ต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณา ดังนั้นจึงมีเรื่องเดียว คือ ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม
ลั่นถอยไม่ได้-รบ.ล้มก็ให้รู้ไป
“เงื่อนไขที่ติดขัดก็เห็นจะเป็นกลุ่มต่อต้านหน้าเดิมๆ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น เราถอยไม่ได้แล้ว รัฐบาลจะล้มก็ให้มันรู้ไป อย่างน้อยก็ล้มบนตักประชาชน รัฐบาลต้องใช้กลไกของรัฐเข้ามาดูแลม็อบอย่างเข้มงวด แต่เคารพสิทธิ ไม่ใช้ความรุนแรง แต่ถ้ามีการทำอะไรเกินเลยถึงขั้นบุกสภาก็ต้องจัดการตามกฏหมายขั้นเด็ดขาด” นายวรชัย กล่าว
มท.1กร้าวเล่นบทโหดคนขวาง
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อให้บ้านเมืองสงบ ไม่แตกแยก ดังนั้นหลังจากนี้จะเดินหน้าเล่นบทโหด และพร้อมท้าชนกับคนที่เห็นต่าง เพราะแสดงว่า ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ
“มาร์ค”เบรกอลงกรณ์ชงกม.แข่ง
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์กรณี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ประกาศจะเสนอ ร่างพรบ.นิรโทษกรรม ฉบับพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่สภาว่า ได้รับทราบสาระสำคัญของกฎหมายแล้ว ซึ่งก็ตรงกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย คือ การนิรโทษกรรมต้องไม่ครอบคลุมคนทุจริตคอร์รัปชั่น ผู้ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงคนที่มุ่งประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์ของราชการกับเอกชน แต่ต้องพูดคุยเรื่องแนวทางการดำเนินการก่อน เพราะพรรคไม่ควรเสนอกฎหมายเข้าไปให้กลายเป็นเหยื่อของฝ่ายรัฐบาลที่อาจใช้เสียงข้างมาก อ้างว่าทุกพรรคเสนอและนำไปกฎหมายไปยำรวมกัน ซึ่งจะสร้างปัญหาและความขัดแย้งในสังคมขึ้นมาได้
จี้ถอนกม.ให้หมดเริ่มคุยใหม่
ดังนั้น สิ่งที่ควรจะเป็น คือ รัฐบาลต้องถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทุกฉบับที่ถูกเสนอเข้าสภาออกมาก่อน แล้วให้ทุกพรรคการเมือง ญาติผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม ญาติของตำรวจและทหาร ตลอดจนกลุ่มมวลชนต่างๆ มาหาจุดร่วมร่วมกันพิจารณาหา เพื่อสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง
“อลงกรณ์”ยันเดินหน้าเสนอกม.
อย่างไรก็ตาม นายอลงกรณ์ เปิดเผยว่า จะเดินหน้านำเสนอร่าง พรบ.นิรโทษกรรม เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ และไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องให้มีการถอนร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมที่ค้างอยู่ในสภาออกไป ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่มีหลักประกันและไม่มีความมั่นใจใดๆ ที่จะยืนยันได้ว่ารัฐบาลจะยอมรับเงื่อนไขของตน แต่เห็นว่าแม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เสนอร่างกฎหมายเข้าสภา กฎหมายนิรโทษกรรมก็ค้างอยู่เป็นวาระแรกอยู่แล้ว จึงคิดว่าควรมีร่างกฎหมายของพรรคเข้าไปพิจารณาด้วยเพื่อแสดงจุดยืน
กลุ่มต้านรบ.เปิดตัวแนวร่วม
ส่วนความคืบหน้ากรณีองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ซึ่งมี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นแกนนำ ประกาศจัดตั้งกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ ให้รัฐบาลปฏิบัติภายใน 7 วัน หากไม่ทำตาม จะนัดชุมนุมในวันที่ 4 สิงหาคมนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ แถลงว่า ในวันที่ 25 กรกฎาคม กองทัพประชาชนฯจะมีการเปิดตัวแนวร่วมระดับผู้บัญชาการที่มาจากนายทหารและตำรวจนอกราชการกว่า 30 คน เพื่อขับไล่รัฐบาล ทั้งนี้ขอเตือนให้รัฐบาลเร่งทำตามข้อเรียกร้อง ไม่เช่นนั้นจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 4 สิงหาคมแน่นอน
สมช.เย้ยมวลชนมีแค่หมื่น
อย่างไรก็ตาม พล.ท.ภราดร พัฒนาถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ออกมาให้ความเห็นกรณีความเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลของมวลชนกลุ่มต่างๆ ว่า จากการข่าวเบื้องต้น ฐานมวลชนในการชุมนุมวันที่ 4 สิงหาคม ยังเป็นกลุ่มเดิมมีอยู่ราว 1 หมื่นคน แต่อาจจะลดลงไปบ้าง หลังจากการชุมนุมใหญ่ครั้งที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามรัฐบาลคงไม่ประมาท เพราะอย่างที่รู้กันว่า มีบางพรรคการเมืองให้การสนับสนุน แต่เชื่อว่ายังไม่น่าจะทำอะไรรัฐบาลได้ เพราะเงื่อนไขที่มีอยู่เวลานี้ยังไม่เพียงพอ
ตีกินขู่สอบกลุ่มทุนสนับสนุน
เมื่อถามถึงกลุ่มทุนสนับสนุนมวลชนต่อต้านรัฐบาลใกล้เคียงกับที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เคยให้ไว้ประกอบด้วย ธุรกิจธนาคาร คนขายหมูเห็ดเป็ดไก่ และคนขายของมึนมาหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ข้อมูลที่เรามีใกล้เคียงกับที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ แต่หน่วยงานก็ระบุถึงกลุ่มทุนใหม่ๆ
“ผมขอบอกไว้เลยว่า กลุ่มทุนที่คิดจะมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวไม่รอดสายตาหน่วยข่าวหรอก แม้ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่ามีกลุ่มทุนใดบ้าง แต่หากมีความชัดเจนเมื่อใดก็จะต้องมีการปรามๆ กัน”
ขู่หน้ากากขาวทุบตร.มอบตัว
ส่วนกรณีการรวมตัวกันของกลุ่มหน้ากากขาวเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณหอศิลป์กรุงเทพ และมีเหตุชุลมุนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ็บ 2 นายนั้น พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคลิปและภาพนิ่งที่ได้บันทึกไว้ พบตัวผู้ก่อเหตุ 2 ราย ที่ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงฝากไปยังแกนนำด้วยว่าให้นำตัวทั้งผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย มาพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย และขัดขวางเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายใน 3 วัน ทางตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรม แต่หากไม่มาพบ จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลต่อไป
สส.เพื่อไทยฮึ่มเช็คบิลคลิปถั่งเช่า
ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ ทางการเมือง นายเวียง วรเชษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กรกฎาคม พรรคเพื่อไทยได้นัดประชุมสส.และสมาชิกพรรค ซึ่งตนและเพื่อนสส.หลายคน เตรียมจะลุกขึ้นสอบถามกรณีคลิปลับคนเสียงคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม เพราะยังรู้สึกคาใจอย่างมาก และจะปล่อยให้เรื่องเงียบไปเฉยๆ ไม่ได้ ต้องทำทุกอย่างให้กระจ่าง
ไล่“ยุทธศักดิ์”พ้นรมช.กลาโหม
“เรื่องนี้ทำให้เสียหายมาก คนเป็นรัฐมนตรีดูแลกองทัพ ปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้หลุดออกมาได้อย่างไร มันไม่ถูกต้อง ไม่สมควร ฝ่ายทหารต้องมีความรับผิดชอบที่สูง เรื่องแค่นี้ยังรักษาไม่ได้ แล้วจะไปดูการข่าว ความมั่นคงของประเทศได้อย่างไร ต่อไปประชุมอะไรกันเขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง พล.อ.ยุทธศักดิ์ สมควรพิจารณาตัวเอง อยู่ต่อไปการทำงานระหว่างรัฐบาลกับกองทัพจะลำบาก และงานหนักจะตกอยู่ที่นายกฯ พล.อ.ยุทธศักดิ์เมื่อด่างพร้อยก็อำลากันไป ลาออกไปดีกว่า คนอื่นมาเป็นแทนได้เยอะแยะ” นายเวียง กล่าว
หึ่งแกนนำจี้ปูเจรจาให้ไขก็อก
รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่เกิดขึ้น แกนนำพรรคเพื่อไทยเสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เจรจากับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เพื่อขอให้ลาออกจากตำแหน่ง และมีกระแสข่าวว่า มีนายทหารระดับสูงหลายนายที่มีโอกาสขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตรอง ผบ..ทบ. และพล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4
“จิรเดช”แบะท่าพร้อมเสียบแทน
ขณะที่ พล.อ.จิรเดช กล่าวว่า เวลานี้ยังไม่มีใครมาทาบทาม เห็นมีแต่คนวิ่งกัน แย่งกัน คนที่วิ่งก็อยากจะเป็นรัฐมนตรี คนที่ไม่วิ่งเขาก็อยู่เฉยๆ โดยส่วนตัวมองว่า ยังไม่น่าจะเปลี่ยนตัว รมช.กลาโหม ในเวลานี้ ข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเพียงการคาดเดากันไปเองมากกว่า แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรค อย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยน รมช.กลาโหม กันจริงๆ ก็ยินดีเข้ามาช่วยงานกองทัพเพราะเรารักกองทัพ
ปชป.ปูดDSIจ่อหมายจับชวน
ส่วนที่ จ.สงขลา นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กำลังมีแนวคิดจะเสนอศาลขอให้ออกหมายจับ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน พร้อมด้วยสส.ของพรรคอีก 15 คน ในคดีบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากยังไม่ได้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหากเป็นจริงก็ถือเป็นแผนที่ร้ายกาจ มีเจตนาไม่สุจริต ใช้ศาลเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพราะจะทำให้ นายชวน นายบัญญัติ และ15 สส. สิ้นสถานภาพ สส. ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไม่ได้มีการแก้ไข เนื่องจากถูกออกหมายจับทันที
“ดีเอสไอ”โต้วัชระยันไม่เคยคิด
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ของดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า กรณีที่ นายวัชระ ออกมาพูด ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน และทุกขั้นตอนมีอัยการร่วมทำงาน หากจะมีการออกหมายจับจริง ก็ต้องเป็นการพิจารณาความคิดเห็นร่วมกันของพนักงานสอบสวนดีเอสไอกับพนักงานอัยการเสียก่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี