'เด็จพี่'จี้สอบ'ชายหมู'หนุนม็อบ 'วิสาร'ทำหื่นอยากหอม'สมจิตต์'
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556, 14.47 น.
Tag :
17 ต.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารรัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวีดีโอ ต่อนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกรุงเทพมหานครนำเครื่องปั่นไฟมาอำนวยความสะดวกให้กับการชุมนุมให้กับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. บริเวณแยกอุรุพงษ์ ซึ่งเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและอาจผิดต่อระเบียบราชการ เพราะนำทรัพย์สินของทางราชการมาใช้ประโยชน์โดยมิชอบ โดยนายวิสารระบุว่า กระทรวงมหาดไทยจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 2 สัปดาห์ โดยเตรียมเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อไป ซึ่งตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง และตนเห็นว่า การชุมนุมดังกล่าวมีการเมืองอยู่เบื้องหลังแต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้เพราะเป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนตนจะดูแลในเรื่องการทำผิดกฎหมายในส่วนของ กทม. หากพบว่าผู้ว่าฯกทม.มีส่วนรู้เห็นในการนำทรัพย์สินราชการไปอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุมก็ต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิสารพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของ น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ปิดถนนย่านราชประสงค์จนเศรษฐกิจเสียหายนับหมื่นล้านบาทเมื่อปี 2553 โดยอ้างว่าเป็นเรื่องเก่าที่ไม่ควรนำมาเทียบเคียงกัน และอ้างว่าต้องยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่เมื่อถามว่าหากยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่ในวันนี้รัฐบาลได้ปฏิบัติกับผู้ชุมนุมที่อุรุพงษ์ อย่างเสมอภาคกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงหรือไม่ นายวิสาร ได้พยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามโดยใช้วิธีกล่าวหา น.ส.สมจิตต์ พร้อมกับนำภาพที่ น.ส.สมจิตต์ ที่อยู่ในที่ชุมนุมของกลุ่ม คปท. มาแสดงต่อสื่อมวลชน จึงถูกย้อนถามจาก น.ส.สมจิตต์ ว่า ตนไปอยู่ในที่ชุมนุมไม่ได้หรือ นายวิสาร กล่าวว่า ได้ เป็นสิทธิ แต่ยังคงพยายามที่จะดิสเครดิตด้วยการโชว์รูปภาพต่อและพูดว่าช่วงเช้าตนก็เป็นประชาชนใส่กางเกงขาสั้น แต่ตอนนี้ใส่สูทเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ทำหน้าที่ จึงถูก น.ส.สมจิตต์ สวนกลับว่า กรณีของท่านก็ไม่แตกต่างจากกรณีของตนเพราะขณะนี้ตนกำลังทำหน้าที่สื่อมวลชน ถามในเชิงตรวจสอบไม่ใช่ชวนทะเลาะขอความกรุณาอย่าเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้นายวิสารพยายามที่จะไม่ตอบคำถามและพูดกับสื่อมวลชนคนอื่นว่ามีใครต้องการถามบ้างหรือไม่ แต่ไม่มีใครถามทำให้ น.ส.สมจิตต์ ยังคงถามต่อว่า กรณีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ มีคำพิพากษาถึงสองครั้งว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย แต่กรณีที่อุรุพงษ์ ยังไม่มีการตัดสินว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย เหตุใดการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จึงแตกต่างกัน นายวิสาร อ้างว่า เป็นเรื่องเก่าที่ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงได้ จะยึดแค่วันนี้ที่มีอำนาจทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมาย ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้
นอกจากนี้ นายวิสาร ยังพยายามใช้ลูกเล่นด้วยการจะขอจับมือกับ น.ส.สมจิตต์ แต่ น.ส.สมจิตต์ ปฏิเสธที่จะจับมือด้วยโดยระบุว่าเราต่างคนต่างทำหน้าที่ ทำให้นายวิสารแก้เกี้ยวโดยกล่าว "ไม่ยอมจับไม่เป็นไร ผมไม่มีอะไรเลยนะ ความจริงอยากหอมแก้มด้วยซ้ำไป" จากคำพูดดังกล่าวทำให้ น.ส.สมจิตต์ สวนกลับไปว่า "ท่านเบี่ยงเบนประเด็นได้อย่างน่ารังเกียจมาก" ก่อนที่การ์ดจะมากัน น.ส.สมจิตต์ และนายวิสาร เดินแหวกวงล้อมออกไปโดยไม่โต้แย้งอะไรอีก และหลังจากนั้น นายพร้อมพงศ์ ได้เข้ามาขอสัมภาษณ์ต่อ และได้ถาม น.ส.สมจิตต์ ว่า ‘คุณสนับสนุนการปิดถนนใช่หรือไม่’ น.ส.สมจิตต์ กล่าวโต้ตอบว่า ‘ใช่ดิฉันไปทุกวัน’ ทำให้นายพร้อมพงศ์ใส่ความว่า ‘งั้นคุณก็สนับสนุนการปิดถนนน่ะซิ’ ทำให้ น.ส.สมจิตต์ กล่าวไปว่า ‘งั้นขอให้ท่านพูดใหม่อีกทีฉันจะอัดเทปเพื่อเป็นหลักฐานในการฟ้อง’ ทำให้นายพร้อมพงศ์เดินหนีออกไปจากวงล้อมผู้สื่อข่าว