ชาวนา4ภาคผนึกกำลัง
บุกพาณิชย์
ปักหลักยาวทวงค่าข้าว
หมอวรงค์ย้ำจีทูจีลวงโลก
ชี้ล้มสัญญาเหตุกลัวติดคุก
ธกส.ต่อชีวิตยืดหนี้-กู้ใหม่
กลุ่มชาวนา 7 จังหวัดภาคตะวันตก ประกอบด้วย จ.ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงครามและสุพรรณบุรี ที่ปักหลักปิดถนนพระราม 2 หน้าหน่วยบริการประชาชนตู้ยามตำรวจทางหลวงวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีเป็นวันที่ 5 ประกาศยกระดับเคลื่อนขบวนเข้ากรุงเทพฯทวงถามเงินจำนำข้าวโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิต 2556/2557จากรัฐบาล
ชาวนาทั่วปท.บุกพณ.ทวงค่าข้าว
นายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก หนึ่งในแกนนำกลุ่มชาวนา 7 จังหวัดภาคตะวันตก เปิดเผยหลังหารือกับแกนนำชาวนา 7 จังหวัดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ กลุ่มชาวนาภาคตะวันตกจะเดินทางเข้าไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่สนใจแก้ปัญหา ไม่ส่งตัวแทนมาเจรจา และเมื่อนำมติเข้าที่ประชุมเครือข่ายชาวนา 4 ภาคเห็นว่าจะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯในวันดังกล่าวด้วย โดยนัดรวมตัวและเคลื่อนขบวนเวลา 07.00 ไปตามถนนเพชรเกษม
“จุดหมายคือ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ถ้าชาวนาทั้ง 4 ภาคไม่ได้เงินก็จะไม่กลับ ไปครั้งนี้จะนำรถอีแต๋น รถไถ รถเกี่ยวข้าวไปด้วย ส่วนถนนพระราม 2 ก็ยังปิดเหมือนเดิม” นายระวีกล่าว
อ่างทองดีเดย์ปิดสายเอเชีย6กพ.
ส่วนความเคลื่อนไหวของชาวนาจ.อ่างทอง นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกร จ.อ่างทอง เรียกประชุมสมาชิก ที่โรงเรียนชาวนา อ.สามโก้ จ.อ่างทองชี้แจงแนวทางและแจ้งมติที่ประชุมสภาเกษตรกรภาคกลางว่า จะปิดถนนสายเอเชีย บริเวณทางแยกเข้าวัดไชโยวรวิหาร ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง วันที่ 6 กุมภาพันธ์ นอกจากนั้น คณะกรรมการสภาเกษตรกร จ.อ่างทองตั้งโต๊ะรับเรื่องและหลักฐานจากชาวนาที่เดือดร้อน นำไปมอบให้สภาทนายความแห่งประเทศไทยช่วยยื่นฟ้องรัฐบาลบังคับจ่ายเงินให้ชาวนา รวมทั้งเรียกค่าเสียหายจากการจ่ายเงินล่าช้า สำหรับการปิดถนนจะทำไปจนกว่าได้เงิน หากไม่คืบหน้าจะไปสมทบกับชาวนาทั่วประเทศที่กรุงเทพฯต่อไป
เมืองกาญจน์ขีดเส้นจ่ายเงิน12กพ.
วันเดียวกัน กลุ่มชาวนาในต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 200-300 คน นำโดยนายทรงพล เอกจิต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองขาว นางลำพัน ครุทอง กำนันตำบลหนองขาว นายเจน หล่อจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หนองขาว นำรถไถรถเกี่ยวข้าวปิดถนนสาย 324 กาญจนบุรี-สุพรรณบุรี บริเวณสามแยกไฟแดงหนองขาว ทางเข้าออกเมืองกาญจนบุรี ประท้วงรัฐบาลหากไม่เป็นผลชาวนาทั้งหมดจะเดินทางเข้า กทม.ทันที สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวนามี 3 ข้อคือ 1.จ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนา 80% ของใบประทวน 2.ขอให้จ่ายเงินภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และ 3.ช่วยเยียวยาการเป็นลูกหนี้จากเจ้าหนี้ภาคการเกษตร การกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์การเกษตร บริษัทรถที่ชาวนาซื้อแล้วและยังไม่ได้ผ่อนส่งอย่ายึดรถ อย่าปรับดอกเบี้ยเพิ่ม
5จว.เหนือเข้ากรุงถวายฎีกา6กพ.
ขณะที่ชาวนาจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วย พิจิตร นครสวรรค์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลกกว่า 500 คนมี นายประกาศิต แจ่มจำรัส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เป็นแกนนำ ยังปิดถนนทางหลวงหมายเลข 117 -นครสวรรค์-พิษณุโลก ขาล่อง เข้า กทม. หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)สาขา บึงนารางต่อเนื่อง โดยแกนนำตั้งโต๊ะล่าชื่อชาวนา เพื่อถวายฎีกา ซึ่งขณะนี้มีชาวนามาร่วมลงทะเบียนแล้วกว่า 1 พันรายแล้ว โดยเย็นวันนี้ แกนนำและชาวนากว่า 200 คนจะเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการเช้าวันที่6 กุมภาพันธ์ ก่อนหารือกันอีกครั้งว่าจะวางมาตรการกดดันรัฐบาลอย่างไรต่อไป
บุรีรัมย์สุดทนฮือบุกกทม.7กพ.
เช่นเดียวกับ เกษตรกร 16 ตำบลของอ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ นำโดยนายอดิศักดิ์ แซ่ตัง กำนันตำบลบุโพธิ์ รวมตัวปิดถนนสาย 226 บุรีรัมย์-นครราชสีมา บริเวณสามแยกหนองผะองค์ ต.หนองกระทิง โดยประกาศพร้อมเคลื่อนพลบุกกรุงเทพฯทวงเงินจากรัฐบาล ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรภาคอีสานต่อไป เพราะถูกรัฐบาลหลอกว่าจะจ่ายเงินให้หลายครั้งแต่ไม่เคยได้รับ ถ้าภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ยังไม่ได้เงินวันที่ 7 กุมภาพันธ์จะไปสมทบกับชาวนาภาคอิสานแน่นอน
“วรงค์”แฉล้มสัญญาเพราะกลัวคุก
มีความเห็นจากน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กรณีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ออกมายอมรับว่าบริษัท เป่ยต้าหวง รัฐวิสาหกิจเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง ของจีน ยกเลิกสัญญาซื้อข้าวขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับรัฐบาลไทยจำนวน 1.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นการซื้อขายแบบหน้าคลังว่า ตนยืนยันมาตลอดไม่มีสัญญาจริง แต่เป็นเครือข่ายทำเหมือนกรณีสยามอินดิก้า ที่รับซื้อข้าวในโครงการรับจำนำของรัฐบาลไปจ่ายต่ออีกทอด เป็นเครือข่ายม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เพราะการซื้อขายหน้าคลังแบบจีทูจีไม่มีประเทศไหนในโลกทำนอกจาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์
“กระทั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชี้มูลกรณีจีทูจีเก๊ ทำให้กลัวจะติดคุก ที่นำจีทูจีปลอมมาอ้าง เป็นความผิดซ้ำซาก ผมขอย้ำว่าสัญญาดังกล่าวไม่มีจริง จึงล้มเพราะกลัวติดคุก ฉะนั้นถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพูดความจริงเสียที” นพ.วรงค์กล่าว
บี้ขายข้าวตามคุณภาพจ่ายชาวนา
และย้ำว่า ทางออกเรื่องนี้ รัฐบาลต้องเร่งขายข้าวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยขายตามสภาพ ซึ่งต้องกล้ายอมรับความจริงว่า ข้าวในโกดัง 17 ล้านตันมีปัญหาข้าวเสื่อมสภาพ ข้าวเน่า สต๊อคลมดังนั้น ต้องแยกสินทรัพย์คุณภาพดีและเสื่อมสภาพ สร้างความมั่นใจวงการค้าข้าว เพื่อให้ระบายข้าวได้ นำเงินมาชำระหนี้ให้ชาวนาง่ายขึ้น หากดำเนินการเหมือนที่ผ่านมา ไม่มีทางหาเงินมาจ่ายชาวนาได้ หรืออีกทางคือ ให้โรงสีปล่อยกู้รัฐบาล 1,000 แห่งๆละ 100 ล้าน และคนแดนไกลปล่อยเงินอีก 3 หมื่นล้านจะทำให้มีเงินมาจ่ายชาวนา เพราะคนเหล่านี้ได้ประโยชน์จากโครงการจำนำข้าวบนความทุกข์ของชาวนามานานแล้ว
ปูดกุข่าวข้าวหายหวังกลบกระแส
นพ.วรงค์ยังกล่าวถึงกรณีข้าวโครงการจำนำข้าวจากโรงสีอุดรประเสริฐผล ที่ต้องส่งให้โรงสีโชควรลักษณ์และโรงสีสิงห์โตทองจำนวน 3.5 ล้านกก.สูญหายระหว่างขนย้ายช่วงวันที่ 5 มีนาคม 2556ว่า เหตุการณ์เกิดมานานแล้ว ทำไมเพิ่งมาแจ้งความ ทั้งนี้ ข้าวเหนียวดังกล่าวอยู่ในโครงการบรรจุข้าวถุงละ 5 กิโลกรัม เพื่อขายให้ประชาชนในราคาถูกถุงละ 70 บาท จำนวน 1.8 ล้านตัน ทยอยส่งให้เดือนละ 3 แสนตันตั้งแต่ เดือนกราคม 2556เป็นต้นไป ดังนั้น การขนย้ายเดือนมีนาคมเป็นสัญญาที่เซ็นในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 แต่จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้ทำข้าวถุงจริง มีเพียง 10% ที่บรรจุ นอกนั้นเป็นการสร้างตัวเลขในกระดาษเท่านั้น
สบน.ล้มประมูลกู้เงินจำนำข้าว
วันเดียวกัน น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ จะยังไม่เปิดให้สถาบันการเงินประมูลกู้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ที่จะมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ส่วนจะเปิดประมูลเมื่อใด ยังบอกไม่ได้ อยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนเหตุผลที่ยังไม่เปิดประมูลกู้เงินจำนำข้าวนั้น ไม่ขอเปิดเผย
ธกส.ช่วยชาวนายืดหนี้-ให้กู้ใหม่
ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557ว่า ธกส.กำหนด มาตรการยืดเวลาชำระหนี้ดังกล่าวออกไปเป็นเวลา 6 เดือน และกรณีเกษตรกรต้องการใช้เงินไปลงทุนทำการผลิตฤดูกาลใหม่ ธ.ก.ส.พร้อมให้เงินกู้ก้อนใหม่ ตามหลักเกณฑ์สินเชื่อปกติ ซึ่งชาวนาสามารถติดต่อที่ ธ.ก.ส.ใกล้บ้านทุกสาขา ส่วนเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้สถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส.จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือผ่านระบบของสหกรณ์นั้นๆต่อไป
นายกฯอ้างติดข้อกม.ทำแก้จำนำช้า
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เปิดปากให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาม็อบชาวนาออกมาเรียกร้องเงินจำนำข้าวว่า รัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่ แต่มีข้อจำกัดเรื่องข้อกฎหมาย ทำให้รัฐบาลจะทำอะไรที่มีผลผูกพันถึงรัฐบาลหน้าไม่ได้ การแก้ปัญหาจึงต้องใช้เวลา
จับชาวนาตัวประกันต่อรองปล่อยกู้
“รัฐบาลเห็นใจชาวนา หวังว่าทุกหน่วยงานจะให้ความเห็นใจชาวนา หากทุกอย่างหยุดชะงัก ไม่จ่ายเงินให้ชาวนา ชาวนาจะทำอย่างไร เพราะข้าวก็อยู่ในคลังแล้ว” นายกฯระบุ และว่า อยากจะขอความเห็นใจ บางอย่างรัฐบาลไม่สามารถทำได้ทันที ส่วนเรื่องเงินกู้กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการ ติดขัดตรงไหนนั้นขอให้ไปสอบถามรมว.คลังดีกว่า
ปัดโครงการเหลวโทษยุบสภาทำสะดุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าโครงการรับจำนำข้าวนี้ล้มเหลว เพราะไม่สามารถหาเงินไปจ่ายชาวนาได้ใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ปฎิเสธว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นผลจากการยุบสภา ทำให้เราต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ถามต่อว่านโยบายนี้ควรทำต่อหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้าตัดสินใจ เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสตั้งรัฐบาล นโยบายนี้ยังอยู่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องพิจารณาก่อน ไม่ว่าเรื่องใดมีข้อติติง ถ้าเรากลับได้เราก็ยินดี ตอนนี้ไม่รู้ว่าใครจะมา คงพูดไม่ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี