นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่าที่ผ่านมา OR ได้เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในหลายด้านโดยเฉพาะการพัฒนาด้านที่มีความคล่องตัว (Mobility) ผ่านการเป็น Thailand Mobility Partner ที่ขยายเครือข่ายEV Station PluZ ให้ครอบคลุม 77 จังหวัด ควบคู่กับการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับการบินไทย เวียตเจ็ทแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ส พร้อมทั้งปรับ Mode การขนส่งโดยเพิ่มการใช้ขนส่งทางท่อแทนทางรถยนต์หรือรถไฟ เพื่อการบริหารจัดการด้านระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจไลฟ์สไตล์ผ่านการเปิดร้าน found&found แบรนด์เฮลท์แอนด์บิวตี้รีเทลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและความงาม โดยวางแผนขยายเป็น 10 สาขา ในปี 2568 พร้อมทั้งบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 30% โดยการตัดสินใจขายสินทรัพย์ในธุรกิจที่ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นธุรกิจที่โออาร์ไม่ถนัดออก อาทิ ไก่เท็กซัส ร้านอาหารโคเอ็น แอปพลิเคชั่น FIXX ลงทุนแมน และ OR CHINA หรือร้านอเมซอนประเทศในจีน
“ปีหน้า OR จะต้องเทคออฟ EBITDA ขึ้นไปเป็น 30% จากปีนี้ 27% เพราะเอาธุรกิจที่ไม่ได้ทำกำไรหรือโตไม่ไหวออกไปแล้ว และปี 2568 นี้จะเป็นปีแห่งการลงทุนของ OR ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญกับ CEO คนใหม่ จะต้องไปหาโอกาสในการลงทุนให้ได้ โดยมองไปถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์เป็นดาวรุ่ง โดยเฉพาะธุรกิจ found&found จะเป็นธุรกิจที่เติบโตได้แน่นอน เพราะธุรกิจ health&wellness ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ ซึ่งจะสามารถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตและผลักดันให้โออาร์ขยายตัวขึ้น แต่จะต้องมีการลงทุนกับพาร์ทเนอร์ที่ใหญ่และสร้างอิมแพ็คให้ได้”นายดิษทัต กล่าว
ทั้งนี้ ยังได้พัฒนา Retail Mixed-UsePlatform รูปแบบใหม่ผ่าน PTT Station Flagshipที่มี ธุรกิจ Non-oil ถึง 80% และต่อยอดสู่ OR Spaceที่มุ่งเน้นธุรกิจ Non-oil 100% รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความสำเร็จในธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดย Café Amazon ทำยอดขายกว่า 1 ล้านแก้ว ต่อวัน พร้อมขยายความแข็งแกร่งให้ธุรกิจต้นน้ำผ่าน Café Amazon Park ที่ จ.ลำปาง รวมถึงการเปิดจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรชุมชนในพื้นที่แล้วกว่า 370 ตัน ซึ่งนอกจากจะเป็นโรงงานแปรรูปเมล็ดกาแฟต้นแบบแล้ว ยังสร้างการเติบโตร่วมกับชุมชนตามแนวทาง OR SDG ด้วยการพัฒนาระบบ KALA Application เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก และคุณภาพเมล็ดกาแฟ
นายดิษทัต กล่าวอีกว่า OR ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยวางรากฐานผ่านการลงทุนใน PTT (Cambodia) หรือ PTTCL ใน ฐานะ Second Homebase พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง Marine Terminal และสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ถนนฮุนเซนบูเลอวาร์ดควบคู่กับการต่อยอดโครงการ Project ONE ในประเทศฟิลิปปินส์ หรือ PTTPC ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ปตท. นอกจากนี้ยังขยายโอกาสทางธุรกิจสู่เวียดนาม ผ่านการสร้างฐานธุรกิจ LPG แห่งใหม่ และขยายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟใน สปป.ลาว เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
“หลักคิดสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรว่า การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน ต้องกล้าที่จะ Disrupt ตัวเอง
ก่อนที่จะถูก Disrupt จากภายนอก พร้อมเตรียม รับมือกับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมและแพลตฟอร์ม ไม่รอให้อนาคตมาถึง แต่ต้องลงมือสร้างอนาคตเอง และที่สำคัญคือต้องสื่อสารพันธกิจขององค์กร ให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของOR ในการก้าวสู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”นายดิษทัต กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี