กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวใหญ่ต้อนรับศึกกรังด์ปรีซ์เบอร์ 1 ของโลก ยิ่งใหญ่ไปกับการเป็นสนามเปิดฤดูกาล “โมโตจีพี” ครั้งแรกในไทย และครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในรอบ 25 ปี กับ 3 กิจกรรมสุดพิเศษ ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ด้วยเสน่ห์วิถีไทยครองใจคนทั่วโลก พร้อมร่วมเชียร์นักบิดไทยคนแรก รุ่น MotoGP “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” ถ่ายทอดสดกว่า 200 ประเทศ สู่ผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก หลังเปิดจำหน่ายบัตร ที่นั่งแกรนด์ สแตนด์ กว่า 10,000 ที่นั่ง Sold Out ด้วยเวลาเพียง 2.55 นาที
ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สนามที่ 1 ของฤดูกาล รายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2025) ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ การแถลงเปิดฤดูกาล Season Premier ที่ One Bangkok กรุงเทพ โดยดอร์น่าสปอร์ต วันที่ 9 ก.พ. , Pre-Season Test 12-13 ก.พ. และ Main Race 28 ก.พ.-2 มี.ค.68 ที่ สนามช้างฯ เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยประเทศไทย เป็นเจ้าภาพปีที่ 6
วันนี้ (9 ม.ค. 2568) นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐ-เอกชน นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG, น้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ( ดูคาติ ไทยแลนด์ ), สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมด้วยสื่อมวลชน และผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย ณ CW Tower รัชดาภิเษก กรุงเทพ
นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปีนี้นับเป็นปีที่ 6 ของการเป็นเจ้าภาพจัด “โมโตจีพี” บนผืนแผ่นดินไทย โดยได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาล 2 ปีซ้อน ทั้งในปี 2568 และ 2569 ซึ่งสนามแรกในประเทศไทยในปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ก.พ. -2 มี.ค. 2568 จากทั้งหมด 22 สนามใน 18 ประเทศ นับเป็นการเปิดฤดูกาลครั้งแรกในไทย และครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบ 25 ปี
“โมโตจีพี สนามประเทศไทย ถือ เป็นแบบอย่างนโยบาย Sport Tourism อย่างเป็นรูปธรรม ในหลายมิติ ทั้งด้านกีฬา เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศ โดยปี 2567 มียอดผู้ชมในสนาม 205,343 คน สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 4,759 ล้านบาท และในปีนี้ ดอร์น่า สปอร์ต เลือกที่จะจัด 3 กิจกรรมหลัก ที่แฟนความเร็วทั่วโลกรอคอย ได้แก่ แถลงเปิดฤดูกาล Season Premier, ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล Pre-Season Test และ Main Race สนามแรกของปี เหล่านี้เองเป็นเครื่องแสดงศักยภาพของไทยที่เป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับโลก ในการจัดมหกรรมกีฬาระดับสากล และก้าวสู่ศูนย์กลางของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาคเอเชียในอนาคต”
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ปีนี้มีความท้าทายค่อนข้างมาก จากกรอบเวลาการทำงานที่สั้นลง แต่ด้วยประสบการณ์ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่เดินหน้าเต็มระบบ มั่นใจได้ว่าการแข่งขันในปีนี้ จะยิ่งใหญ่ที่สุด สมกับการเป็นสนามเปิดฤดูกาลอย่างแน่นอน ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้ คือ คนไทยจะได้ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ การมีนักแข่งไทยคนแรก “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” ลงแข่งในรุ่นโมโตจีพี ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนานักกีฬา และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและนักกีฬารุ่นใหม่อย่างแท้จริง”
มร. มาร์กอส ตอร์โรบา ผู้จัดการด้านการจัดการแข่งขัน ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ กล่าวว่า เหตุผลที่ดอร์น่าสปอร์ตเลือกประเทศไทย เป็นเจ้าภาพในกิจกรรมหลัก และเปิดประเดิมฤดูกาล มาจากทั้งความพร้อมด้านสนามแข่งขัน การจัดการ และผู้ชมจำนวนมาก โดยเฉพาะการจัดแถลงเปิดฤดูกาล Season Premier ที่กรุงเทพ เนื่องจากเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเป็นปีที่พิเศษที่คนไทย สามารถส่งกำลังใจให้ฮีโร่เจ้าบ้าน ในคลาส MotoGP เป็นครั้งแรก การเปิดฤดูกาลในกรุงเทพ จะทำให้เข้าถึงแฟนชาวไทยได้มากขึ้น รวมถึง ทำให้ “โมโตจีพี สนามประเทศไทย” กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริง”
นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “ความพิเศษของปีนี้ ชาวบุรีรัมย์จะมีโอกาสเปิดประตูเมืองต้อนรับ “โมโตจีพี” ด้วยช่วงเวลาที่มากขึ้นกว่า 2 สัปดาห์ การเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน จังหวัดได้ประสานทุกภาคส่วน เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และมอบช่องเวลาที่แสนพิเศษให้แก่ ผู้มาเยือน ตลอดช่วงเวลาที่อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนำบทเรียนจากการแข่งขันในปีก่อนๆ มาปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็น การจัดการจราจร การรักษาความสะอาด และการเพิ่มศูนย์ให้ข้อมูลที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมจากหลากหลายประเทศ ขยายที่พัก สนับสนุนที่พักแบบโฮมสเตย์ เพื่อให้แฟนความเร็วได้สัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง”
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า “ในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และเป็นส่วนสำคัญในการจารึกไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์บทใหม่ ในปี 2025 PTG ภายใต้ปณิธาน“บริษัทพลังงานของคนไทย เพื่อเติมความสุขให้คนไทย อยู่ดีมีสุข” การสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการเติมเต็มความฝันของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย มอบโอกาสให้ได้สัมผัสกับการแข่งขันระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปชมยังต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ PTG ในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ต จะช่วยผลักดันประเทศไทย ให้เป็น Destination สำคัญในโลกของมอเตอร์สปอร์ต และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและพัฒนาวงการกีฬาอย่างยั่งยืน”
นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา สนามประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากดอร์น่า สปอร์ต ว่าเป็นสนามที่มีการจัดการด้านกิจกรรมเสริมได้ดีที่สุดในฤดูกาล 2024 ไม่ว่าจะเป็น Hero walk, Meet & Greet, Rider Parade, กิจกรรมเสริมในลาน Commercial Area, คอนเสิร์ตจาก Chang Music Connection รวมถึง Thai Thai Pavilion ในปีนี้การได้เป็นเจ้าภาพ กิจกรรมหลักที่สำคัญมากมาย ยืนยันถึงความพร้อมและมาตรฐานการทำงานระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน รวมถึงสนามช้างฯ จะทำทุกวิถีทาง เพื่อรักษามาตรฐาน พร้อมกับพัฒนาทุกๆ ด้านให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้แฟนๆ ทุกท่าน ได้ประทับใจ กับ มนต์เสน่ห์ของโมโตจีพีวิถีไทย ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก”
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังได้เปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยที่นั่งบัตรแกรนด์ สแตนด์ ทำสถิติอีกครั้ง Sold Out เวลา 2.55 นาที ด้วยความพิเศษของ “บัตรชมโมโตจีพี” ที่สุดคุ้มถึง 2 ต่อ ได้ชม “Pre-Season Test” ฟรี รวมทั้งปรากฎการณ์แห่งการร่วมใจเชียร์นักบิดไทย ฝ่ายจัดฯ คาดว่า บัตรชมการแข่งขันปีนี้ จะประสบความสำเร็จในแง่ยอดจัดจำหน่ายสูงสุด เต็มทุกสแตนด์ที่นั่งอย่างรวดเร็วแน่นอน
ทั้งนี้ “บัตรเข้าชม โมโตจีพี สนามประเทศไทย 2025” แบ่งเป็น 4 ประเภท เข้าชม Pre-Season Test ได้ฟรี และชม Main Race ได้ทั้ง 3 วัน ได้แก่ 1.แกรนด์ สแตนด์ (Grand Stand) 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) 2.ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) 3,000 บาท สำหรับกองเชียร์นักแข่ง 3 คน ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์, จันทรา สแตนด์ (พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักบิด) 3. แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand ) 2,000 บาท สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA และ DUCATI (พร้อมสิทธิ์ลุ้นชิงโชคและรับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน) 4. ไซด์สแตนด์ (Side Stand) 2,000 บาท ส่วนผู้ชมที่ต้องการซื้อเฉพาะบัตรชม Pre-Season Test ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล วันที่ 12-13 ก.พ. 2568 ราคาจำหน่ายบัตร แบ่งเป็น บัตร Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือ เหมา 2 วัน 900 บาท, บัตร VIP 5,000 บาท ต่อวัน
สำหรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดย PTG มอบส่วนลดในการซื้อบัตรชมการแข่งขัน เพื่อเติมความสุขอย่างเต็ม Max ไม่ว่าจะเป็น บัตรแดง PT Max Card Plus เพียงโชว์บัตรที่จุดจำหน่าย รับส่วนลด 25% ,บัตรเขียว PT Max Card ลด 20% และยังมีกิจกรรมพิเศษ ลด-แลก-แจก-ช้อปภายในงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในเครือ PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs ฯลฯ และยังมีของที่ระลึกโมโตจีพีลิมิเต็ด ติดตามได้ที่แฟนเพจ PT Station หรือ สิทธิ์ส่วนลด 20% จากผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA ส่วนกุญแจรถ DUCATI ใช้เป็นส่วนลดได้เฉพาะสแตนด์ดูคาติเท่านั้น (สงวนสิทธิ์เลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง)
แฟนความเร็ว ซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือ รับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี