นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Big Brother เป็นหนึ่งในโครงการของหอการค้าไทยที่ได้ให้ความสำคัญในแนวทางการช่วยเหลือแบบพี่ช่วยน้องโดยมีบริษัทขนาดใหญ่ชั้นนำของประเทศเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทน้องซึ่งปัจจุบันหอการค้าไทยได้ดำเนินโครงการมาแล้วทั้งสิ้น 8 Season ซึ่งโครงการ Big Brother ถือเป็นหนึ่งใน Flagship Projects ที่หอการค้าไทย ร่วมกับบริษัทพี่เลี้ยง 29 องค์กร ช่วยกันผลักดัน SMEs ไทยให้เติบโต ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารธุรกิจ จากบริษัทใหญ่สู่บริษัทเล็ก มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มช่องทางการขาย โดยคำนึงถึง เทรนด์สำคัญทางธุรกิจที่จำเป็นต่างๆ เพื่อให้ SMEs พร้อมรับมือสู่อนาคต อาทิ การปรับตัวเข้าสู่ Digital ผ่านการใช้เครื่องมือต่างๆ โดยเฉพาะ Generative AI ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในทำงานของธุรกิจ นอกจากนี้ ยังสร้างความตระหนักในเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เนื่องจากมี SMEs จำนวนไม่น้อยที่อยู่ใน Supply Chain ของบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง
ในปี 2567 ที่ผ่านมา หอการค้าไทย รับบริษัทน้องเลี้ยง ภายใต้โครงการ Big Brother (Season 8)จำนวนทั้งสิ้น 76 ราย โดยมีสัดส่วนของภาคการผลิต ภาคการค้า และภาคบริการใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อยู่ที่ 27 รายหรือคิดเป็น 35.53% รองลงมาคือกลุ่มธุรกิจค้าส่ง/ค้าปลีกและกลุ่มท่องเที่ยวและบริการ ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน คือกลุ่มละ 18 ราย หรือคิดเป็น 23.68% สำหรับผลสำเร็จของโครงการ Big Brother (Season 8) จากบริษัทน้องเลี้ยงจำนวน 74 ราย ที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ปี ได้ประเมินโดยทางศูนย์เอสเอ็มอี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า รายได้หรือกำไรที่เพิ่มขึ้น 33 ราย คิดเป็น 45.83% มีผลการดำเนินงานด้านการเงินของธุรกิจสูงขึ้น โดยประมาณการเพิ่มสูงขึ้น 350.41 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ย 10.6 ล้านบาทต่อราย การขยายช่องทางการขาย เพิ่มขึ้น 17 ราย ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 15 ราย ฯลฯ
ทั้งนี้ บริษัทน้องเลี้ยงบางรายยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หากดำเนินการตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง จนแล้วเสร็จตามที่บริษัทพี่เลี้ยงได้แนะนำไว้ ทางศูนย์เอสเอ็มอีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สามารถประมาณการเป็นมูลค่า การเติบโตของรายได้หรือกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ถึง 1,374.85 ล้านบาท โดยใช้อัตราการเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันกับอัตราค่าเฉลี่ยของบริษัทน้องที่สามารถวัดมูลค่าผลการดำเนินงานทางการเงิน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 28.66% ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการอัตราการเติบโตของ SMEs ไทยในปี 2567 ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียง 3.2% ต่อปี (ประมาณการโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี