นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในงานฉลองครบรอบ 70 ปี หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ณ สนามเทพหัสดิน โดยมีผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน นายพิชัยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีมายาวนานกว่า 600 ปี และจะครบรอบ 138 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้ พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของญี่ปุ่นในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ของไทย โดยปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI Stock) มากที่สุดในไทย และยังคงให้ความสนใจขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
นายพิชัย เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย โดยในปี 2567 มีมูลค่าการค้ารวม 52,020.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยสูงสุด โดยในปีที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนจากญี่ปุ่นจำนวน 271 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 49,148 ล้านบาท
นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งหวังให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง ล่าสุด รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) หลายฉบับในช่วงที่ผ่านมา เช่น FTA ไทย-เอฟตา ที่สามารถเจรจาสำเร็จภายในเวลาเพียง 3 เดือน รวมถึง FTA ไทย-ภูฏาน และไทยยังมีเป้าหมายเร่งรัดเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปให้สำเร็จภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้กับภาคธุรกิจและการลงทุนของไทยเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลขการส่งออกเติบโตสูงถึง 5.4% ในปี 2567 และมีมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งคาดการณ์ว่าตอนนี้ตัวเลขการส่งออกเดือนมกราคมปี 2568 น่าจะขยายตัวออกมาดี จะมีโอกาสได้เห็นตัวเลขสองหลัก
นอกจากนั้น รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการค้าและการลงทุนของญี่ปุ่น โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น PCB เซมิคอนดักเตอร์ AI Data Center ดิจิทัล และพลังงานสะอาด เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ได้หารือกับ H.E. Mr. HAYASHI Yoshimasa เลขา ครม. ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงในรัฐบาลญี่ปุ่น ในประเด็นความร่วมมือในอุตสาหกรรมใหม่ที่ญี่ปุ่นกำลังสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของญี่ปุ่นในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยทุ่มงบประมาณมากกว่า 10 ล้านล้านเยน (2.2 ล้านล้านบาท) เพื่อให้ไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในซัพพลายเชนของญี่ปุ่น
“ขอขอบคุณหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนญี่ปุ่นในทุกด้าน และหวังว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่นจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”นายพิชัยกล่าว
ทั้งนี้ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ.1954 เป็นหนึ่งในหอการค้าญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการค้า การลงทุน และกิจกรรมทางสังคม โดยญี่ปุ่นถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านที่สำคัญของไทย และเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ของไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีสัดส่วนการลงทุนถึง 1 ใน 4 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด มีบริษัทญี่ปุ่นลงทุนในไทยเกือบ 6,000 ราย โดยลงทุนในอุตสาหกรรมชั้นนำอาทิ การผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อการอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานไฟฟ้า และการผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับโทรคมนาคม
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี