นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดหลักสูตรปั้นเจ้าของธุรกิจให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ รุ่นที่ 2 (The Influencer Journey : TiJ#2) ว่า ปัจจุบันตลาดอินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้ง ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว มีมูลค่าตลาดในปี 2567กว่า 1 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 25% สอดคล้องกับข้อมูลของ Statista ที่ระบุว่าภายในปี 2568 ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับปัจจัยที่ทำให้อินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้งขยายตัวมาจากประชากรไทยมีศักยภาพในการใช้สื่อสังคมออนไลน์สูงถึง 85% และที่น่าสนใจคือ 74% ของผู้บริโภคเชื่อถือรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าการโฆษณาโดยตรงแบบเดิม ส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ หันมาใช้ กลยุทธ์สร้างตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นดาราดังหรือผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าตัวสูงอีกต่อไปแล้วแต่ขณะนี้อินฟลูเอนเซอร์ระดับไมโครหรือนาโนจะเป็นผู้สร้างการรับรู้และความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้
นายนภินทร กล่าวว่า ในวันนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดพิธีเปิดหลักสูตรปั้นเจ้าของธุรกิจให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือ The Influencer Journey รุ่นที่ 2 (TiJ#2) ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ปิดท้าย หลังจากที่ได้ดำเนินการจัดไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมรวม 4 ครั้ง 4 ภาค กว่า 2,700 ราย ซึ่งผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่มีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกับกูรูและอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริง ได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ การไลฟ์ขายสินค้าให้ปังในโลกการค้าออนไลน์ การถ่ายทอดประสบการณ์สร้างแบรนด์ รวมถึงสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้
สำหรับกิจกรรมในวันนี้ได้รับเกียรติจาก 6 อินฟลูเอนเซอร์ที่ประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนะนำเทคนิคการขายให้ประสบความสำเร็จ ได้แก่ คุณพิม พิมประภา, คุณนัท นิสามณี, คุณซีเค เจิง, คุณหนุย มิซูมิ, คุณทิป ดิจิทัล ทิปส์ และคุณปองยศ จากแฟลชเอ็กเพรส ซึ่งมีผู้ติดตามรวมกันกว่า 10 ล้านคน
หลังจากนี้กรมฯ จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีแววและมีความพร้อมเป็นอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพจำนวน 400 ราย เพื่อเข้าร่วมกับกรมฯ Live บนแพลตฟอร์ม Shopee และ TikTok โดยจะสนับสนุนคูปองโค้ดส่วนลดหรือโปรโมชันสําหรับการขายสินค้ามูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกจะได้ทดสอบฝีมือการขายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวระหว่างวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2568
หลังจากนั้นจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ โดยพิจารณาจากยอดขายและยอดผู้ติดตามจำนวน 60 ราย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Influencer Bootcamp จํานวน 3 วัน เพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงลึกให้ผู้ประกอบการสามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์จําหน่ายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ของตนเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงมาแชร์ประสบการณ์เชิงลึกก่อนก้าวสู่ความสำเร็จ และยังมีหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Exclusive Mentorship Program) เพื่อต่อยอดศักยภาพด้านการไลฟ์ขายสินค้า การสร้างตัวตนของผู้ประกอบการที่เคยผ่านหลักสูตรปั้นเจ้าของธุรกิจให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิคต่างๆ หลังจากผ่านการทำภารกิจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ท้ายที่สุดกรมฯ จะเฟ้นหาสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ 5 ราย เพื่อมอบรางวัล DBD Influencer Award ซึ่งผู้ชนะรางวัลนี้จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม Business Matching & Networking สร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไป กิจกรรมนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่เข้าสู่ตลาดออนไลน์และกระตุ้นเศรษฐกิจได้สูงถึง 100 ล้านบาท
“The Influencer Journey หรือ TiJ รุ่นที่ 2 ไม่ใช่แค่การอบรม แต่เป็นจุดเปลี่ยนของ SME ไทย พลิกโฉมเจ้าของธุรกิจให้กลายเป็น CEO Influencer สร้างแบรนด์ให้ดัง ขายของให้ปัง ดึงดูดลูกค้าแบบไม่ต้องพึ่งโฆษณา พร้อมด้วยกลยุทธ์โซเชียลมีเดียและไลฟ์ขายสินค้าระดับมืออาชีพ สนับสนุนโดยพันธมิตรยักษ์ใหญ่ พร้อมกิจกรรมเข้มข้น ตั้งแต่ Bootcamp เสริมทักษะเชิงลึก ไปจนถึงได้รางวัล DBD Influencer Award ตอกย้ำความสำเร็จ สร้างธุรกิจให้เติบโตยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป” นายนภินทรกล่าว
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี