28 ก.พ. 2568 นสพ.The Independent ของอังกฤษ รายงานข่าว Thailand deports dozens of Uyghurs to China amid human rights concerns ระบุว่า ชายชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยถูกส่งตัวกลับประเทศจีนหลังจากผ่านไปกว่า 10 ปี แม้จะมีข้อกังวลว่าพวกเขาอาจเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน
สถานทูตจีนในกรุงเทพฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2568 ว่า ชายชาวอุยกูร์ที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ถูกส่งตัวกลับภูมิลำเนาในมณฑลซินเจียงทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ โดยระบุว่าชายเหล่านี้ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปีเนื่องจาก "ปัจจัยระหว่างประเทศที่ซับซ้อน" ซึ่งชายที่ถูกเนรเทศเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชาวอุยกูร์เกือบ 350 คนที่หลบหนีการกดขี่ข่มเหงในซินเจียงเมื่อปี 2557 และถูกควบคุมตัวในศูนย์กักกันคนเข้าเมืองของไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การเนรเทศชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ แพทองธาร ชินวัตร (Paetongtarn Shinawatra) นายกรัฐมนตรีของไทย ได้พบกับ สีจิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีของจีน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ ชูชาติ กันภัย (Schoochart Kanpai) ทนายความของชาวอุยกูร์ กล่าวว่า การกระทำใดๆ เพื่อเนรเทศโดยขาดกระบวนการที่เหมาะสม จะไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมายของไทยเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงในระดับนานาชาติของไทยอีกด้วย
สมาชิกรัฐสภาของไทย บรรดารัฐบาลชาติตะวันตก และเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ต่างเรียกร้องให้ทางการไทยอย่าเนรเทศชาวอุยกูร์ โดยเตือนว่าการกระทำดังกล่าวจะถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อาทิ โวลเกอร์ เติร์ก (Volker Turk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งงสหประชาชาติ ระบุว่า การเนรเทศครั้งนี้เป็นการละเมิดกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ชายชาวอุยกูร์ที่ถูกเนรเทศมีความเสี่ยงที่จะถูกทรมาน ปฏิบัติอย่างโหดร้าย และเกิดอันตรายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ พร้อมย้ำว่า การปฏิบัติของจีนต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์เท่ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งเป็นคำเรียกขานที่สหรัฐฯ ระบุเป็นครั้งแรกในช่วงท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลในประเทศต่างๆ ที่ชาวอุยกูร์แสวงหาความคุ้มครอง ไม่ให้บังคับส่งชาวอุยกูร์กลับจีน
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า จีนถูกกล่าวหา “ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ในการปฏิบัติต่อพลเมืองที่นับถือศาสนาอิสลาม ทั้งชาวอุยกูร์และชาวหุย ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทางการจีนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอดว่าเป็น "คำโกหกแห่งศตวรรษ" โดย UN อ้างว่า จีนควบคุมตัวชาวมุสลิมมากกว่าล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเชื้อสายอุยกูร์ นับตั้งแต่ที่นโยบายต่อต้านการก่อการร้ายมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2560
ในวันที่ 28 ก.พ. 2568 กระทรวงการต่างประเทศของจีน ตอบโต้ถ้อยแถลงของ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า นักการเมืองสหรัฐฯ บางคนควรหยุดสร้างเรื่องและเผยแพร่คำโกหกที่เกี่ยวข้องกับซินเจียง และย้ำอีกครั้งว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการใช้แรงงานบังคับเป็นคำโกหกแห่งศตวรรษ
เพนนี หว่อง (Penny Wong) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในซินเจียง และการปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ ในจีน ซึ่งออสเตรเลียได้แสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทยหลายครั้ง และตอนนี้ก็ได้แสดงความคาดหวังเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกลุ่มดังกล่าวกับทางการจีนด้วย
รายงานของสื่ออังกฤษทิ้งท้ายว่า ชาวอุยกูร์ที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยถูกห้ามไม่ให้ติดต่อกับญาติ ทนายความ หรือผู้สนับสนุน และถูกกล่าวหาว่าได้รับการดูแลที่แตกต่างจากผู้ถูกควบคุมตัวคนอื่นๆ ตามรายงานของ นสพ.The New York Times ของสหรัฐฯ ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติปี 1951 ซึ่งทำให้ผู้ขอลี้ภัยเสี่ยงต่อการถูกจับกุมและกักขังในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ประเทศไทยกักขังชายอุยกูร์ 43 คนไว้ในศูนย์กักขังในกรุงเทพฯ นอกเหนือจากชายอีก 5 คนที่กำลังรับโทษจำคุกจากความพยายามหลบหนี ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจีนจึงยืนยันการเนรเทศชาย 40 คนเท่านั้น
-/-/-/-//-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-
ขอบคุณเรื่องและภาพจาก
https://www.independent.co.uk/asia/china/thailand-uyghurs-deported-china-human-rights-b2706447.html
043...
(The Independent) 16 มิ.ย. 2567 ผู้ประท้วงชาวอุยกูร์ถือป้ายและแบนเนอร์ขณะรอการมาถึงของนายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เฉียง (Li Qiang) ที่สวนสัตว์แอดิเลดในออสเตรเลีย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี