8 มี.ค. 2568 หลังสงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่กินเวลายาวนานกว่าทศวรรษจบลงด้วยการที่ฝ่ายต่อต้านสามารถโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar al-Assad) และตระกูลอัสซาดที่ครองอำนาจมานานหลายสิบปีลงได้เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ล่าสุดซีเรียต้องเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบในซีเรียอีกครั้ง เมื่อกองกำลังของรัฐบาลเฉพาะกาล ปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนอดีต ปธน.อัสซาด ในพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว Scores killed as Syrian forces seek to crush Alawite insurgency ระบุว่า การปะทะกันซึ่งกินเวลามาแล้ว 2 วัน ระหว่างกองกำลังของรัฐบาลเฉพาะกาลกับกลุ่มกบฏ ในพื้นที่ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวอลาวี ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในซีเรีย และเป็นกลุ่มที่สนับสนุนอดีต ปธน. อัสซาด โดยกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงครั้งนี้เพิ่มสูงกว่า 180 รายแล้ว
กลุ่มสังเกตการณ์และนักเคลื่อนไหวชาวอลาวี 2 คนระบุว่ามีชายชาวเมืองอัลมุคตาเรยาห์อย่างน้อยมากกว่า 20 ราย ที่ถูกมือปืนสังหารเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2568 โดยอ้างจากผู้ติดต่อในพื้นที่และภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุ ขณะที่ อาห์เหม็ด อัล-ชารา (Ahmed al-Sharaa) ผู้นำรัฐบาลรักษาการของซีเรีย กล่าวว่า กองกำลังของรัฐบาลจะติดตามเศษซากของรัฐบาลอัสซาดที่ถูกโค่นอำนาจและนำตัวคนเหล่านั้นไปขึ้นศาล และผู้ที่ทำร้ายพลเรือนจะต้องรับผิดชอบ
ทางการซีเรียอ้างว่า ความรุนแรงเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ภักดีต่ออดีต ปธน.อัสซาด เปิดฉากโจมตีกองกำลังของรัฐบาลรักษาการอย่างนองเลือดเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2568 และเป็นการโจมตีที่ถูกเตรียมการมาอย่างดี ความรุนแรงดังกล่าวได้สั่นคลอนความพยายามของ ชารา ที่จะรวบรวมอำนาจการปกครอง ขณะที่รัฐบาลเฉพาะกาลกำลังดิ้นรนเพื่อยกเลิกการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกา และเผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัยที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งอิสราเอลระบุว่าจะป้องกันไม่ให้ซีเรียส่งกองกำลังไป
พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศซึ่งอุดมไปด้วยน้ำมันยังคงอยู่นอกการควบคุมของรัฐ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มที่นำโดยชาวเคิร์ดซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ ชาวซีเรียออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในวันที่ 7 มี.ค. 2568 เพื่อรวมตัวสนับสนุนรัฐบาลในกรุงดามัสกัสและเมืองอื่นๆ เช่นเดียวกับซาอุดีอาระเบียและตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาล ต่างก็ส่งสัญญาณสนับสนุน
ขณะที่ทูตพิเศษของสหประชาชาติประจำซีเรีย กังวลกับการปะทะและการสังหารหมู่ ซึ่งรวมถึงพลเรือนด้วย ด้านรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของอัสซาด แต่พยายามสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลใหม่ เรียกร้องให้ผู้นำทุกคนของประเทศหยุดการนองเลือด ส่วนอิหร่าน ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของอัสซาด กล่าวว่า ขอต่อต้านความไม่ปลอดภัย ความรุนแรง การสังหาร และการทำร้ายชาวซีเรียผู้บริสุทธิ์จากทุกกลุ่มและทุกเผ่าอย่างแข็งขัน
ภาพถ่ายจากเมืองอัลมุคตาเรยาห์ แสดงให้เห็นชายอย่างน้อย 20 คนนอนอยู่ใกล้ๆ - บางคนมีเลือดอาบ ข้างถนนในใจกลางเมือง ซึ่งแม้สำนักข่าวรอยเตอร์ยืนยันสถานที่ในวิดีโอได้ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าถ่ายเมื่อใดหรือใครเป็นผู้ถ่าย ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวอลาวีซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวหาว่ามือปืนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเฉพาะกาลเป็นผู้ก่อเหตุสังหารในครั้งนี้
สำนักข่าว SANA ของรัฐบาลซีเรีย อ้างแหล่งข่าวความมั่นคง ระบุว่า การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเกิดขึ้นหลังจากฝูงชนที่ไม่ได้รวมตัวกันมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชายฝั่งหลังจากการโจมตีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเพื่อหยุดยั้งการละเมิดสิทธิเหล่านี้ อนึ่ง เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2568 ชีค ชาบัน มันซูร์ (Sheikh Shabaan Mansour) นักบวชชาวอลาวี วัย 86 ปี ถูกฆาตกรรมพร้อมลูกชายที่หมู่บ้านซาห์ลาบ ทางตะวันตกของซีเรีย ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวชาวอลาวี 2 ราย ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวหาว่ากลุ่มนักรบที่สนับสนุนรัฐบาลใหม่เป็นผู้ลงมือ
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า เหตุความไม่สงบทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2568 เมื่อทางการระบุว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนอัสซาดโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนและด่านตรวจความมั่นคง ในพื้นที่จาเบลห์และพื้นที่ชนบทโดยรอบ ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลาม มีการประกาศเคอร์ฟิวในเมืองชายฝั่งทาร์ตูสและลาตาเกีย กองกำลังความมั่นคงได้เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างในทั้งสองเมืองและบริเวณภูเขาใกล้เคียง
มูซา อัล-โอมาร์ (Moussa al-Omar) บุคคลสำคัญในสื่อซีเรียที่ใกล้ชิดกับผู้นำคนใหม่ของประเทศ เปิดเผยว่า นักรบหลายหมื่นคนในกองกำลังความมั่นคงที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ของซีเรียได้ถูกส่งไปที่ชายฝั่งเพื่อปฏิบัติการดังกล่าว และสถานการณ์คลี่คลายเกือบทั้งหมดแล้วในคืนวันที่ 7 มี.ค. 2568 และย้ำว่า การปราบปรามครั้งนี้เป็นการส่งสารถึงทุกคนในภาคใต้หรือตะวันออกของซีเรียว่ารัฐสามารถใช้การทหารได้ทุกเมื่อ แม้ว่าจะแสวงหาทางออกโดยสันติก็ตาม
นักเคลื่อนไหวชาวอลาวีกล่าวว่าชุมชนของพวกเขาต้องเผชิญกับความรุนแรงและการโจมตี โดยเฉพาะในเขตชนบทของโฮมส์และลาตาเกีย นับตั้งแต่ที่อัสซาดถูกโค่นล้ม ทั้งนี้ รอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า แม้ ชารา ในฐานะผู้นำรัฐบาลใหม่ จะให้คำมั่นว่าจะบริหารซีเรียโดยให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่ม แต่กลับไม่มีการประกาศการประชุมใดๆ ระหว่างเขากับผู้นำระดับสูงของชาวอลาวี ซึ่งแตกต่างจากสมาชิกของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ
โจชัว แลนดิส (Joshua Landis) หัวหน้าศูนย์ศึกษาตะวันออกกลาง มหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา กล่าวว่า ความโกลาหลและการสังหารหมู่ที่รุนแรงจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของทั้งต่างประเทศและชาวซีเรียที่มีต่อรัฐบาลของเขา และความสามารถในการนำซีเรียออกจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ขณะที่กลุ่มนักบวชอลาวีที่เรียกตัวเองว่าสภาอิสลามอลาวี โยนความผิดให้กับรัฐบาลสำหรับความรุนแรง โดยระบุว่านักรบถูกส่งไปยังชายฝั่ง โดยอ้างว่าจะต่อสู้กับ)กลุ่มที่เหลือของระบอบการปกครอง เพื่อก่อการร้ายและสังหารชาวซีเรีย และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองภูมิภาคนี้ภายใต้การคุ้มครองของสหประชาชาติ
ซาอุดีอาระเบียประณามอาชญากรรมที่ก่อขึ้นโดยกลุ่มนอกกฎหมายในซีเรีย และการโจมตีกองกำลังรักษาความปลอดภัย เช่นเดียวกับตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของรัฐบาลใหม่ของซีเรีย ยังได้ออกมาประกาศสนับสนุนดามัสกัสด้วย โดยกล่าวว่าความตึงเครียดในและรอบๆ ลาตาเกีย รวมถึงการโจมตีกองกำลังรักษาความปลอดภัย อาจบั่นทอนความพยายามที่จะนำซีเรียไปสู่อนาคตด้วยความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ขอบคุณเรื่องจาก
043...
7 มี.ค. 2568 (รอยเตอร์) ที่เมืองอเลปโปของซีเรีย ทหารตั้งกองกำลังเตรียมเคลื่อนพลมุ่งหน้าไปยังเมืองลาตาเกียเพื่อต่อสู้กับกลุ่มนักรบที่เชื่อมโยงกับ บาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตประธานาธิบดีที่ถูกโค่นล้ม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี