วอชิงตัน/ลอนดอน/ปักกิ่ง/บรัสเซลส์ (รอยเตอร์/ซีเอ็นเอ็น/บีบีซี นิวส์) – สะเทือนทั้งโลก ประธานาธิบดี โดนัลดื ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เคาะตัวเลขเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้คู่ค้าทั่วโลก โดยจีนเจออัตราภาษีหนักอันดับต้นๆ รวมร้อยละ 54 สหภาพยุโรปเตรียมมาตรการตอบโต้หลังเจอภาษีร้อยละ 20 ส่วนไทยถูกตั้งภาษีร้อยละ 36 ทรัมป์ลั่นหลังจากนี้สหรัฐฯ จะกลับมามั่งคั่ง นักวิเคราะห์กุมขมับ โลกเข้าสู่ยุคสงครามการค้าเต็มรูปแบบ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงในสวนกุหลาบที่ทำเนียบขาว เมื่อเวลา 16.00 น. วันพุธตามเวลากรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศว่า วันนี้เป็นวันแห่งการปลดแอกที่รอคอยมานาน สหรัฐฯ และประชาชนชาวอเมริกันผู้เสียภาษีถูกขูดรีดมานานกว่า 50 ปี ซึ่งจะต้องไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป เพราะเขาจะจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้เพื่อให้เท่ากับอัตราภาษีที่ประเทศอื่นๆ กำหนดใช้กับสินค้าของสหรัฐฯ เริ่มจากประกาศขึ้นภาษีร้อยละ 25 สำหรับยานยนต์นำเข้าทุกประเภท มีผลบังคับใช้ทันทีในช่วงหลังเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น
ทรัมป์ยังประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทุกชนิดขั้นต่ำในอัตราร้อยละ 10 และจะเรียกเก็บในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับหลายประเทศ โดยคู่ค้าสำคัญอย่างจีนจะโดนเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีกร้อยละ 34 จากเดิมที่เคยเรียกเก็บที่ร้อยละ 20 จะส่งผลให้สินค้าจากจีนต้องเจอภาษีถึงร้อยละ 54 ส่วนพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ อย่างสหภาพยุโรปหรืออียู และญี่ปุ่นจะถูกเรียกเก็บภาษีร้อยละ 20 และ ร้อยละ 24 ตามลำดับ ในขณะที่ไทยและประเทศอื่นๆในอาเซียนก็ล้วนต้องเจอกับอัตราภาษีสูงลิ่วเช่นกัน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีร้อยละ 36 / เวียดนามร้อยละ 45 / อินโดนีเซียร้อยละ 32 /มาเลเซียร้อยละ 24 / กัมพูชาร้อยละ 49 / เมียนมาร้อย 44 และลาวร้อยละ 48 ส่วนฟิลิปปินส์ที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดถูกเรียกเก็บภาษีเพียงร้อยละ 17 และสิงคโปร์ถูกสุดเพียงร้อยละ 10 โดยอัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 สำหรับสินค้าทุกชนิดจะเริ่มมีผลในวันที่ 5 เมษายน ส่วนอัตราภาษีที่สูงกว่านั้นซึ่งครอบคลุมราว 60 ประเทศรวมถึงจีนและอียูจะเริ่มมีผลในวันที่ 9 เมษายน
การประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ในรอบนี้ครอบคลุม 185 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ทรัมป์บอกว่า เขาจะเริ่มต้นยุคทองให้กับอเมริกา ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะต้องเจริญรุ่งเรือง เพราะการขึ้นภาษีรอบใหม่นี้ จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและเพิ่มการผลิตภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้อเมริกากลับมาร่ำรวยอีกครั้ง พร้อมโจมตีคู่ค้ารายใหญ่อย่างแคนาดาและเม็กซิโก ระบุแนวทางการค้าของประเทศเหล่านี้ไม่ยุติธรรม
ขณะที่ผู้นำของนานาประเทศต่างแสดงความไม่เห็นด้วย และเสียใจกับการขึ้นภาษีของทรัมป์ ซึ่งบางประเทศพร้อมใช้มาตรการตอบโต้ สหภาพยุโรปที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 20 ระบุว่า จะมีมาตรการตอบโต้ในเวลาที่สมควร ขณะที่นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ ระบุว่าพร้อมสำหรับทุกความเป็นไปได้ โดยจะพิจารณาทุกทางเลือก ซึ่งรัฐบาลของเขาวางแผนที่จะใช้วิธีการค่อยเป็นค่อยไปและสมเหตุสมผล เพื่อรับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากสงครามการค้าไม่เป็นประโยชน์กับใคร
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้กำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทั้งหมดร้อยละ 20 และภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมร้อยละ 25 ไปแล้ว และยังขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ มูลค่าเกือบ 150,000 ล้านดอลลาร์ที่ปรึกษาของทรัมป์ กล่าวว่า มาตรการภาษีศุลกากรดังกล่าว จะทำให้ความสามารถในการผลิตที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์กลับคืนมาสู่สหรัฐฯ อีกครั้ง กำแพงภาษีจะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้อย่างยุติธรรม เพิ่มรายได้ให้รัฐปีละ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสร้างแต้มต่อในการเจรจาการค้าในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี