ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาพุ่งเกินกว่า 3,000 รายแล้ว ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศหยุดยิงชั่วคราวเพื่อเปิดทางจัดส่งความช่วยเหลือไปให้กับผู้ประสบภัยที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์ MRTV ของทางการว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (28 มี.ค.) ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3,085 รายแล้ว บาดเจ็บ 4,515 คน ยังคงมีผู้สูญหายอีก 351 คน อาคารบ้านเรือนมากกว่า 10,000 หลังพังถล่มทั้งหลังหรือเสียหายหนักจากแผ่นดินไหว ขณะที่ทีมกู้ภัยจาก 15 ประเทศทั้งหมดเกือบ 2,000 คน กำลังปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตและกู้ร่างผู้เสียชีวิต จนถึงวานนี้ (3 เม.ย.) เป็นวันที่ 7 การค้นหาผู้สูญหายยังคงเดินหน้าต่อไป เมื่อช่วงเย็นวันพุธ (2 เม.ย.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำตัวผู้รอดชีวิตออกมาจากไต้ซากอาคารโรงแรมที่พังถล่มในเมืองมัณฑะเลย์ได้อีก 1 คน
ด้านพยากรณ์อากาศระบุ จะมีฝนหลงฤดูตกลงมาระหว่างวันที่ 6-11 เมษายนนี้ ในพื้นที่แผ่นดินไหวเมืองมัณฑะเลย์ เมืองสะกาย ซึ่งเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหว รวมถึงกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงด้วย ฝนจะกลายเป็นภัยคุกคามใหม่กระหน่ำซ้ำเติมผู้ประสบภัย และจะเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ที่ยังคงพยายามจะเข้าให้ถึงพื้นที่ประสบภัยที่ยังเข้าไม่ถึงด้วย และคาดว่ายังมีผู้ถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพังจำนวนมาก
ขณะที่สำนักข่าวซินหัว รายงานคำเปิดเผยของ กั๊ว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนว่า จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมา รับรองความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์จากจีนและนานาประเทศ หลังมีรายงานว่า ทหารในเมียนมาเปิดฉากยิงขบวนยานยนต์ที่ขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ซึ่งจัดส่งโดยสภากาชาดจีน รัฐบาลทหารเมียนมาอ้างว่า เป็นการยิงเตือนขบวนรถกาชาดจีน ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพที่ให้หยุดรถระหว่างที่ขับอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง รวมทั้งยังไม่ได้แจ้งกำหนดการลงพื้นที่ให้รัฐบาลหรือสถานทูตรับทราบด้วย
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเผยว่า จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กลุ่มชาติพันธุ์และฝ่ายต่างๆ ในเมียนมาจะร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากไป พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมารับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์จากจีนและประเทศอื่นๆ รวมทั้ง เปิดเส้นทางให้สะดวกต่อการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์
ขณะที่วานนี้ (3 เม.ย.) พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือ บิมส์เทค ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ คาดว่าผู้นำเมียนมาใช้โอกาสนี้ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ซึ่งก็ต้องจับตามองว่าเมียนมาจะได้รับความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด เนื่องจากกำลังถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก และถูกชาติตะวันตกใช้มาตรการลงโทษหลังจากกองทัพทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อปี 2564
รัฐบาลทหารเมียนมายังประกาศเมื่อช่วงดึกวันพุธด้วยว่า จะหยุดยิงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 20 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนไปจนถึง 22 เมษายน เพื่อเปิดทางให้กับการส่งความช่วยเหลือไปให้กับผู้ประภัยซึ่งเวลานี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก ยารักษาโรค และของใช้จำเป็นต่างๆ การประกาศหยุดยิงของรัฐบาลทหารมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติซึ่งเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าทางกลุ่มจะหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี รัฐบาลทหารเมียนมาเตือนว่า จะตอบโต้ตามความเหมาะสมหากฝ่ายต่อต้านโจมตีฝ่ายรัฐบาล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี