5 เม.ย. 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว Trump, Vietnam's Lam agree to discuss tariffs deal, to meet soon ระบุว่า หลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแบบทั่วโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568 ทรัมป์ได้พูดคุยกับ To Lam เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โดยเวียดนามนั้นกำลังพยายามดิ้นรนเพื่อหนีจากอัตราภาษีร้อยละ 46 ที่ทรัมป์ประกาศออกมา
ไม่กี่วันก่อนที่ทรัมป์จะประกาศมาตรการกำแพงภาษีซึ่งส่งผลกระทบต่อเวียดนามอย่างหนัก เวียดนามได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หลายรายการไปแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประนีประนอมกับสหรัฐฯ นอกจากนั้น ยังให้คำมั่นที่จะซื้อสินค้าของสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น เครื่องบินและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะที่การพูดคุยทางโทรศัพท์กับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568 ทรัมป์เปิดเผยว่า การสนทนาเป็นผลดีอย่างมาก
“ผมเพิ่งได้คุยโทรศัพท์กับ To Lam เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งบอกกับผมว่าเวียดนามต้องการลดภาษีศุลกากรลงเหลือ 0 หากสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้ ผมขอบคุณเขาในนามของประเทศของเรา และบอกว่าผมหวังว่าจะได้พบกันในอนาคตอันใกล้นี้” ทรัมป์เล่าเรื่องนี้ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ที่ตนเองก่อตั้งขึ้น
สื่อของทางการเวียดนามยืนยันคำกล่าวอ้างของทรัมป์เรื่องการสนทนากันระหว่างผู้นำของ 2 ประเทศ ซึ่ง Lam เปิดเผยว่า ตนได้เสนอให้สหรัฐฯ ใช้ภาษีในอัตราเดียวกันสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากเวียดนาม และผู้นำทั้ง 2 ตกลงที่จะเจรจากันต่อไปเพื่อลงนามข้อตกลงทวิภาคีเกี่ยวกับภาษีศุลกากรในเร็วๆ พร้อมกับเสริมว่า ผู้นำสหรัฐฯ ตอบรับคำเชิญในการเดินทางเยือนเวียดนามในเร็วๆ นี้
เวียดนามซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของบริษัทจากโลกตะวันตกหลายแห่ง มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เกิน 123,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 ที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นของแบรนด์เครื่องแต่งกายสำหรับเล่นกีฬาเจ้าดังอย่าง Nike Adidas และ Puma ร่วงลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่เวียดนามถูกตั้งเป้าเก็บภาษีศุลกากรที่อัตราร้อยละ 46 ตามการประกาศของทรัมป์เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 เนื่องจากเวียดนามเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตหลัก แต่บางส่วนก็ค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากการเปิดเผยเพิ่มเติมของทรัมป์เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568
หากไม่มีข้อตกลง มาตรการกำแพงภาษีที่สหรัฐฯ กำหนดสำหรับสินค้านำเข้าของเวียดนามที่อัตราร้อยละ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อทรัมป์ประกาศอัตราภาษีดังกล่าว ดัชนีหุ้นอ้างอิงของเวียดนาม (.VNI) ปรับตัวลดลงร้อยละ 8.1ทั้งนี้ มีรายงานว่า เวียดนามเตรียมส่งคณะผู้แทนไปยังสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจบรรลุข้อตกลงในการซื้อเครื่องบินโบอิ้งโดยสายการบินของเวียดนาม
รายงานข่าวยังกล่าวด้วยว่า เพื่อนบ้านของเวียดนามอย่างกัมพูชา ซึ่งถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าไว้ที่อัตราร้อยละ 49 กำลังพยายามร้องขอให้สหรัฐฯ เลื่อนการบังคับใช้ภาษีอัตราดังกล่าวออกไปก่อน โดยเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568 ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาเสนอที่จะเจรจากับฝ่ายบริหารของผู้ทรงเกียรติโดยเร็วที่สุด
ขอบคุณเรื่องจาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.naewna.com/inter/875387 นายกฯกัมพูชา ส่งจดหมายถึง'ทรัมป์' ขอเจรจาลดภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ 35% เป็น 5%
https://www.naewna.com/inter/874663 ‘ทรัมป์’จัดชุดใหญ่‘กำแพงภาษี’สินค้านำเข้าทั่วโลก ‘ไทย’โดนไปจุกๆ36%
https://www.naewna.com/inter/872730 อยู่เป็น! เวียดนามออกมาตรการเอื้อนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หวัง‘ทรัมป์’ไม่ตั้งกำแพงภาษี
043...
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี