Yves Rocher (อีฟ โรเช) แบรนด์ความงามอันดับ 1 จากประเทศฝรั่งเศส จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Yves Rocher Lift Pro-Collagene สกินแคร์ใหม่ล่าสุดจาก อีฟ โรเช ที่มีส่วนผสมอันทรงพลัง ของ Organic Ice Plant เอกสิทธิ์เฉพาะของ อีฟ โรเช ในการลดเลือนริ้วรอย พร้อมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Bakuchiol (บาคูชิออล) เรตินอลธรรมชาติ 100% ที่สกัดจากเมล็ด Babchi ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูเซลล์ผิวสามารถลดเลือนริ้วรอยได้ถึง -32% ภายใน 4 สัปดาห์
งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณ Philippe Duchossois (คุณฟิลลิป ดูโชซัวร์) Business Development Director of Yves Rocher กล่าวเปิดงานและบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ พร้อมย้ำถึงจุดยืนในความเป็น Dermo Botanical Beauty พร้อมด้วยคุณ Alexa André / Head of Scientific Communication Yves Rocher ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฝรั่งเศส ร่วมแชร์ Insight ของการวิจัย และค้นคว้าสารสกัด รวมทั้งผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จากสกินแคร์ Lift Pro-Collagene และยังได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ หรือคุณหมอลูกเจี๊ยบ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง จากเพจ HELLO SKIN by หมอผิวหนัง ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับกลไกของผิวหนัง ปัจจัยในการเกิดริ้วรอย รวมถึงวิธีการดูแลผิวให้ริ้วรอย LEAVE และพิเศษสุดๆ กับการเปิดตัว ก้อย อรัชพร โภคินภากร นักแสดงชื่อดัง เป็น Friend of Yves Rocher Lift Pro-Collagene ที่มาร่วมบอกเล่าเรื่องราว และแชร์ประสบการณ์ดูแลผิว หลังจากทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์ Lift Pro-Collagene โดยเฉพาะ Anti – Wrinkle Lifting Serum ที่มีสารสกัดของ Ice Plant เข้มข้น X 4* ผสานกับกรดไฮยาลูรอนิคจากธรรมชาติ และคอลลาเจนจากพืช
ทางด้าน คุณสิรียา ชุณหกิติยานนท์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด อีฟ โรเช (ประเทศไทย) ได้เปิดเผย ถึงความมั่นใจว่า ในปี 2568 นี้ อีฟ โรเช ธุรกิจจะโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน 20% ทุ่มงบการตลาดเพิ่ม ลุยเปิดร้านตามคอนเซ็ปต์ Botanical Beauty Institute แบบ Stand alone 2 สาขา หลังเปิดตัวสาขาแรกที่ เมกาบางนา ปลายปีก่อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการหัตถการในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ปราศจากสารเคมี ซึ่งก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี และในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ จะขยายสาขาเพิ่มด้วยการเปิดตัวที่ เซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนั้น ผู้บริหาร อีฟ โรเช ยังได้กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงชะลอตัว แต่ไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจ อีฟ โรเช เนื่องด้วยทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ อีฟ โรเช ผลิตขึ้นเองทั้งหมด นับตั้งแต่การเพาะปลูกพืชพรรณต่างๆ จึงสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบที่มาจากฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี และไม่มีการปรับขึ้นราคาจนทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภค อีฟ โรเช มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ราคาจับต้องได้ สินค้าที่ถูกสุด คือขนาดทดลอง 59 บาท ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ถือเป็น Top Product ของแบรนด์ก็มีราคาเริ่มต้นเพียง 300 บาทเท่านั้น
ส่วนเป้าหมายธุรกิจในปีนี้ อีฟ โรเช จะมีการลงทุนด้านการตลาดเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน พร้อมคาดการณ์รายได้ปี 2568 จะโตเพิ่มขึ้น 15-20% ได้อย่างแน่นอน เฉพาะเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีรายได้เกินคาด ที่โตเพิ่มขึ้นถึง 20% ซึ่งรายได้หลักมาจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมลดการหลุดร่วง ซึ่งเป็น 1 ใน Top Product ที่สร้างชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จะมีการเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น จากเดิมที่แบรนด์รักษาคอนเซ็ปต์ในการเปิดรีเทลเลอร์จำหน่ายสินค้าเอง ที่มีบริการ Beauty Treatment อยู่ภายในร้านด้วย, มีร้านค้าขนาดเล็กในรูปแบบคีออส (Kiosk) พร้อมขยายสาขาเปิดร้านแบบ stand alone เพิ่มอีก 2 สาขาในปีนี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาเลือกทำเลที่เหมาะสม และกระจายไปสู่ช่องทาง E-Commerce เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากเรื่องการลงทุนเม็ดเงินในการโฆษณาทำการตลาดพร้อมขยายช่องทางให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นแล้ว ยังลงทุนในส่วนของการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน อีฟ โรเช มีพนักงานให้บริการหน้าร้านราว 200 คน มีสาขาทั้งหมดจำนวน 64 สาขา โดย 51 สาขา จะมีห้องบริการความงาม Beauty Treatment รวมอยู่ด้วย สำหรับงบลงทุนในส่วนของการตลาดปี 2568 นี้ จะแบ่งไปใช้ในงบโฆษณา ประชาสัมพันธ์ รวมถึง influencer 60% และงบเพื่อส่งเสริมการขาย, CRM และ CXM 40%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี