สองอาหลานชาวมณฑลซานตง ประเทศจีน แก้บนเรือตะเคียนโบราณ เชื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และลี้ลับ หลังบนให้หายป่วยได้ผลพร้อมช่วย ปชส. เชิญชวนเพื่อนร่วมชาติมาสัมผัสผ่านทางโลกโซเชียล
วันนี้ (17 ธ.ค.67) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายชรินทร์ ฟามฟู่ ผู้ก่อตั้งโครงการมหัศจรรย์ตะเคียนนครา และนายธีรนิติ์ เขมังกรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโครงการมหัศจรรย์ตะเคียนนครา ตั้งอยู่หมู่ 13 ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรีว่า จะมีชาวจีนเดินทางมาแก้บนเรือตะเคียนโบราณที่อยู่ในโครงการฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้ชาวจีนได้มาบนเอาไว้ว่าขอให้สุขภาพดีขึ้น เมื่อสมหวังจึงมาแก้บนจึงเดินลงพื้นที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ระหว่างขับรถเข้าโครงการพบมีการนำต้นตะเคียนขนาดที่มีสีดำทะมึนกว่า 1 พันต้นมาวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยนายชรินทร์ และนายธีรนิติ์ กำลังนั่งคุยกับชาวจีนอยู่ ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถาม ทราบชื่อชาวจีนที่มาแก้บนคือนายจาง อายุ 45 ปี และนายถัน อายุ 24 ปี นักศึกษาที่มาเรียนในประเทศไทย โดยทั้งสองเป็นอาหลาน ชาวมณฑลมณฑลซานตง ประเทศจีน
หลังจากที่สองอาหลานชาวจีนทำพิธีแก้บนเรือตะเคียนโบราณแล้วเสร็จ ผู้สื่อข่าวจึงสัมภาษณ์ผ่านล่ามที่เป็นคนไทย โดยทั้งสองเล่าว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 กลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน ทั้งสองได้เดินทางมาที่ประเทศไทย อยู่ไปได้สักระยะหนึ่ง นายจาง มีความรู้สึกว่าร่างกายเริ่มสุขภาพไม่ได้ และไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆมาแล้วหลายแห่ง แต่ก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งมีเพื่อนชาวจีนด้วยกันที่เคยมาบนแล้วได้ผล แนะนำให้เดินทางมาขอพร หรือบนเรือตะเคียนโบราณเพราะเพื่อนคนดังกล่าวเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเพื่อนแนะนำจึงเชื่อ จากนั้นก็เดินทางมาขอพรและบนเอาไว้ ซึ่งการมาบนเขาขอเรื่องให้สุขภาพแข็งแรงเป็นหลัก
เมื่อมาถึงครั้งแรกเขารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนสนามแม่เหล็กที่ทำให้รู้สึกสดชื่นอะไรบางอย่าง ประจวบกับรอบๆ บริเวณแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรบางอย่างมาดลบันดาลใจ โดยหลังจากที่ขอพรบนบานแล้วเสร็จ จึงเดินทางกลับที่พักในกรุงเทพฯ กลับไปได้ไม่นานก็รู้สึกว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เคยเป็นกลับเริ่มมีสุขภาพที่ดีขึ้นเป็นลำดับจนหายกลับมาเป็นปกติ ตามที่ได้บนเอาไว้
วันนี้ นายจาง จึงเดินทางมาแก้บนตามความเชื่อ ซึ่งครั้งนี้ได้นำพา นายถัน หลานชายที่กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศไทยเดินทางมาด้วยเพราะได้ข่าวว่าผู้ก่อตั้งโครงการมหัศจรรย์ตะเคียนนครา จะมีการทำพิธีทางศาสนา ด้วยการอัญเชิญสารีริกธาตุมาประดิษฐานเอาไว้ที่นี่เพื่อเป็นสิริมงคล เมื่อทราบข่างจึงเดินทางมาพร้อมกับหลานชาย เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา
นอกจากนี้ นายจาง ยังให้สัมภาษณ์ผ่านล่ามอีกว่า หลังจากนี้เขาจะใช้โลกโซเชียลมีเดียเพื่อแนะนำนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนให้มาท่องเที่ยวและขอพรเรือไม้ตะเคียนที่มีอยู่ภายในโครงการมหัศจรรย์ตะเคียนนครา แห่งนี้ไหม้มากขึ้น เพราะเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดึงดูกนักท่องเที่ยวจากชาวจีนได้ อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้มีไม้ตะเคียนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ประเทศจีนมีต้นตะเคียนเช่นกันแต่ลักษณะอาจจะแตกต่างกัน ซึ่งไม้ตะเคียนที่ประเทศจีนเป็นไม้ที่ค่อนข้างมีราคาแพง ซึ่งทางการของจีนได้ปกป้องรักษาเอาไว้และต้องขึ้นทะเบียนเอาไว้เหมือนกับประเทศไทย
ไม้ตะเคียนเป็นไม้ที่มีคุณค่าอีกทั้งเป็นสิ่งที่ลี้ลับและมหัศจรรย์ ซึ่งเมื่อพูดถึงต้นตะเคียนคนไทยต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งลี้ลับที่นอกเหนือการอภินิหาร โดยจะใช้โลกโซเชียลประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางมาก จะเป็นรูปแบบทัวร์ หรือจะเป็นนักท่องเที่ยวอิสระก็ได้ เพราะโลกโซเชียลในปัจจุบันทำให้ผู้คนทั่งโลกรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนแล้วเสร็จสังเกตพบหญิงสูงวัย 2 คนพร้อมบุตรหลานหิ้วถุงข้าวสานเข้ามาภายในอาคารเรือชีวิต เพื่อทำพิธีแก้บน จึงเข้าไปสอบถามทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้บนเอาไว้ว่าขอให้ถูกรางวัล ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันออกราง หญิงสูงวัยที่มาบนเอาไว้ถูกรางวัลจริงๆ และจากการสอบถามนายธีรนิติ์ เขมังกรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโครงการมหัศจรรย์ตะเคียนนครา ทราบว่าหากใครโชคดีตามที่ได้บนกับเรือตะเคียนโบราณเอาไว้ หากมาแก้ขอให้นำข้าวสารมาแก้บน เพราะจะได้นำข้าวสารดังกล่าวไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ต่อไป - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี