นักเรียนชั้น ป.3 "เลียนแบบละคร" 4 รุม 1 จับหัวเพื่อนกดน้ำ ฟาดซ้ำด้วยแปรงขัดส้วมน่วมทั้งตัว แม่เห็นแผลปล่อยโฮ
สืบเนื่อง ผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีหนึ่งลงคลิปวีดีโอพร้อมโพสต์ข้อความว่า " เห็นสภาพหลานแล้วใจแทบขาด เลี้ยงมายังไม่เคยตีเลย มันจะเกินไปแล้วเด็กอายุแค่นี้ไปเจอขนาดนี้ ทำให้ไม่อยากจะไปโรงเรียน ทางบ้านถามก็ไม่บอกจนเรื่องมันเกิดขึ้นขนาดนี้ถ้าเกิดว่าหนูตายจะทำอย่างไงทำไมหนูถึงไม่ยอมบอกว่าทั้งโดนไม้ตีทั้งโดนกดน้ำจนสลบ โดนรุมทำร้ายมาหลายครั้งแล้วทำไมๆ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้เป็นลูกหลานของตนเองคุณจะรู้สึกอย่างไร ขอให้เรื่องนี้อย่าเงียบ ขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุดนะคะ #เด็กโดทำร้าย " แล้วกลายเป็นไวรัลเพียงชั่วข้ามคืน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น เพจดังต่างๆก็แชร์คลิปดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.นครพนม
วันที่ 19 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 11 บ้านท่าแต้ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านของนายคมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี และนางพัชราพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาประกอบอาชีพทำสวนยางพารา โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพอดี
นายคมศักดิ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวคนโตชื่อน้องมีนา อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งถูกเพื่อนนักเรียนร่วมห้องทำร้ายร่างกายจริงๆ ซึ่งผู้ที่พบเห็นรอยแผลคือนางพัชราพร แม่ของน้องเอง ส่วนตนมาทราบเรื่องภายหลัง เพราะออกไปทำงานอยู่ข้างนอก
ด้านนางพัชราพร เล่าว่าเหตุเกิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ตนเพิ่งมารู้เมื่อตอนเย็นของวันที่ 18 มีนาคม เพราะลูกไม่ยอมเล่าเรื่องที่ไปโดนเพื่อนทำร้ายให้แม่ฟัง กระทั่งตอนเย็นลูกสาวกำลังเปลี่ยนเสื้อเพื่ออาบน้ำ ขณะตนให้นมลูกคนเล็กอยู่ เหลือบเห็นที่แผ่นหลังลูกมีรอยเป็นแนวคล้ายถูกตี รู้สึกตกใจจึงเรียกลูกมาสอบถาม ทีแรกน้องมีนาไม่ยอมบอกอะไร มีแต่ร้องไห้อย่างเดียว แม่ต้องปลอบใจจึงยอมเล่าว่าถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันรวม 4 คน ได้แก่ น้องต้นอ้อย น้องแฟนต้า น้องอันดา และน้องกิม รุมทำร้ายในห้องน้ำด้านหลังห้องเรียน เมื่อเวลาก่อนบ่ายของวันจันทร์ที่ 17 มีนาคม ตนได้ฟังลูกเล่าถึงกับน้ำตาไหล เพราะไม่เคยตีลูกเลย รักถนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจ จึงถ่ายคลิปส่งให้ญาติๆ ดูถึงความรุนแรงของเพื่อนลูกสาวร่วมห้องเรียน จากนั้นนางวลัยลักษณ์ ผู้เป็นป้ากลับมาจากขายของ เห็นสภาพหลานสาวน่วมทั้งตัวจึงลงคลิปในเฟซบุ๊กด้วยความเหลือใจ
ส่วนน้องมีนาทีแรกมีแววตากังวลเมื่อเจอหน้าผู้สื่อข่าว แต่พอหลังพี่นักข่าวบอกว่า จะมาช่วยไม่ให้ใครมารังแกน้องอีกต่อไป จึงยอมเปิดปากเล่าเหตุการณ์ โดยมีนางบุญอ้อม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ผู้เป็นย่าอยู่เคียงข้างหลานสาวตลอดเวลา ซึ่งน้องมีนาเล่าว่าก่อนเที่ยงของวันจันทร์ คุณครูได้นำกล่องข้าวมาวางไว้ที่โต๊ะหน้าห้อง น้องต้นอ้อยบอกให้เธอไปขอข้าวครูมากิน ด้วยความที่กลัวน้องต้นฮ้อยโกรธจึงเดินไปขอ ซึ่งคุณครูตอบว่า "ครูยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยครูไม่ให้นะ" เมื่อเดินกลับมาบอกน้องต้นอ้อย กลับคะยั้นคะยอให้ไปขอใหม่แต่เธอไม่ยอมทำตาม
กระทั่งพักเที่ยงขณะที่เดินอยู่ด้านล่างห้องเรียน น้องต้นอ้อยพร้อมเพื่ออีก 3 คนกรูเข้ามาลากตัวเธอเข้าไปที่ห้องน้ำด้านหลังโรงเรียน โดยใช้กำปั้นทุบที่หลังจนทรุดลงกับพื้นกระเบื้อง ก็ถูกจับศีรษะโขกพื้น 1 ครั้ง จากนั้นน้องต้นอ้อยก็จับหน้าเธอกดน้ำในถังล้างห้องน้ำหลายครั้ง ขณะนั้นสติแทบจำอะไรไม่ได้ แต่รู้ว่าบริเวณแผ่นหลังถูกฟาดด้วยแปรงขัดส้วม ซึ่งน้องมีนาเล่าว่าในห้องน้ำมันแคบ ผู้รุมทำร้ายเข้าไปได้เพียง 3 คน รวมทั้งตัวเธอก็เป็น 4 คน ใน 3 คน มีน้องต้นอ้อย น้องอันดา และ น้องแฟนต้า ส่วนน้องกิมได้สับเปลี่ยนกับน้องอันดาเข้าไปในห้อง แต่น้องกิมไม่ได้ทำร้ายอะไรเพียงแค่ยืนดูเฉยๆ และกลอนประตูห้องน้ำเสียปิดไม่ได้
หลังจากทุบตีจนหนำใจแล้ว ทั้งหมดก็ทิ้งเธอไว้ในห้องน้ำ จึงนำร่างที่ชอบช้ำออกมาในสภาพหัวเปียก รวมทั้งเสื้อผ้าด้วย เมื่อครูเห็นถามว่าไปทำอะไรมา ด้วยความกลัวจะถูกเพื่อนทำร้ายซ้ำอีก จึงโกหกไปว่าหนูหกล้มคะ เมื่อกลับมาบ้านก็ไม่กล้าเล่าเรื่องให้ผู้ปกครองฟัง กระทั่งตอนเปลี่ยนผ้าเตรียมอาบน้ำแม่เห็นรอยความจึงแตกดังกล่าว
ขณะที่น้องมีนาเล่าเหตุการณ์ นายสมใจ โยบุตดา อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านท่าแต้ หมู่ 11 ต.ท่าจำปา ได้เข้ามาสอบถามเพิ่มเติมหลังจากที่ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่าลูกหลานโดนทำร้าย และได้รายงานเบื้องต้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วว่า น้องมีนาถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียน จำนวน 4 คน รุมทำร้ายร่างกาย โดยใช้แปรงขัดห้องน้ำตีแผ่นหลังเป็นริ้วรอยแดง ศีรษะมีรอบปูดบวม ครูเห็นรอยบวมเด็กก็ไม่ได้พูดความจริง และไม่ได้เห็นรอยแผลที่หลัง จึงนำน้ำเย็นมาประคบเพราะเด็กบอกว่าหกล้ม จนผู้ปกครองเห็นรอยแดงจึงสอบถามข้อเท็จจริง เด็กถึงยอมเล่าว่าถูกเพื่อนทำร้าย จึงได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ท่าอุเทน พร้อมส่งตัวไปตรวจร่างกายเพื่อหาข้อเท็จจริง
ด้านนางวลัยลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ผู้เป็นป้าและเป็นผู้นำคลิปวีดีโอมาลงในโซเชียล เผยว่ารู้สึกสงสารหลานมาก ปกติเป็นเด็กร่าเริง แต่วันสองวันดูซึมไป เริ่มเอะใจแต่ก็ไม่รู้ว่าหลานโดนรุมทำร้าย แค่ได้ยินว่าหนูไม่อยากไปโรงเรียน จนมาเห็นคลิปที่แม่น้องเขาส่งมาให้ดู ตนเป็นป้ายังไม่เคยตีหลานแม้แต่แปะเดียว หลังเรื่องแดงผู้ปกครองเด็กทั้ง 4 คน เข้ามาแสดงความเสียใจและขอโทษ ส่วนเด็กทั้งสี่ต่างโยนกันโยนกันมาข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี