'หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร'นำพระสงฆ์จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 11 ถึงวัดโคตมีนันส์ ประเทศเนปาล
"พระครูธีรธรรมปราโมทย์" หรือ "หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร" เจ้าอาวาส วัดดอยเทพนิมิต ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และในฐานะประธานโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา อินเดีย-เนปาล ครั้งที่ 11 ได้นำคณะสงฆ์ไทยและลาว พร้อมด้วยอุบาสกและอุบาสิกา เดินทางจาริกธรรรมเข้าศึกษา ณ ลุมพินีสถาน เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2568ซึ่งลุมพินีสถานเป็นหนึ่งในสี่สังเวชนียสถานในแดนพุทธภูมิ โดยเป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร ซึ่งต่อมาคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก
ก่อนที่คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯจะเดินทางถึงลุมพินีสถานได้เข้าพักที่วัดโคตมีนันส์ (Gautami Nuns Temple)ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของเนปาล โดยมีแม่ชีเขมานำศรัทธาญาติโยมถวายภัตตาหารเช้า ซึ่งในโอกาสดังกล่าว มีผู้ร่วมบุญ อาทิเช่น พระมหาธนวัฒน์ จารุวณฺโณ (ป.ธ.9) วัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษฎิ์, พระปลัดสงกรานต์ สิริปญฺโญ พระเจ้าอาวาสวัดกาดใต้ จ.ลำปาง พระธรรมฑูตสายต่างประเทศ และญาติโยมในประเทศอังกฤษถวายปัจจัยค่าอาหาร 5,000 บาท พร้อมถวายข้าวมธุปายาสแด่พระภิกษุสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ
ทั้งนี้ หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร ในฐานะประธานโครงการจาริกธรรมฯได้ให้โอวาทธรรมแด่พระภิกษุ,แม่ชี อุบาสกและอุบาสิกา ในโครงการช่วงเช้าวันที่ 21มีนาคมพ.ศ.2568 ดังนี้
"พูดเรื่องบารมี ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เมื่อใครทำแล้วก็ได้เหมือนกัน แต่ความพิเศษในเรื่องเพศ เพศที่พิเศษคืออุดมเพศ เพศที่พิเศษ เราก็จะได้ไปเหมือนกับผู้อุปถัมภ์โครงการของพระอาจารย์จรัญคือ แม่ชีทศพร แม่ชีก็ได้บำเพ็ญบุญ
ส่วนวัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียง คือ เจ้าของวัดมีชื่อเสียงอยู่ในเมืองกาฐมาณฑุ ท่านอายุ 90 กว่า ก็ได้นิมนต์ไปฉันข้าวด้วย เป็นอาจารย์ของเขมาเขา เมืองนี้ศรัทธาคุรุมาก ที่ไปบวชกันมาสัก6-7องค์ ก็ไปบวชกันที่พม่า แต่ก่อนไม่มีด่านแบบนี้ ไม่มีทางรถ ก็อาศัยกันเดินกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน
เมื่อเขาได้บวชกันกลับเข้ามา พระพุทธศาสนาก็เริ่มเบ่งบานในประเทศเนปาล พระพุทธศาสนาเริ่มหมดจากประเทศเนปาลประมาณสัก 200 ปี กษัตริย์ของเนปาลต้นวงศ์ที่เขาเพิ่งล้มเลิกไปและกษัตริย์เนปาลที่มารวบรวมเมืองได้ตีเมืองได้เป็นชนเผ่ากูรข่า รบเก่ง และเขาเป็นผู้เคร่งครัดศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพราหมณ์ก็คือศาสนาดั้งเดิม ศาสนาฮินดูเป็นการปฏิรูปขึ้นมา หรือว่าจะว่าเป็นอีกนิกายหนึ่งก็ได้ พราหมณ์เป็นศาสนาดั้งเดิมแต่ทุกคนก็ปฏิบัติแบบฮินดู แ
ต่ในประเทศเนปาลยังมีศาสนาพราหมณ์ดั้งเดิม ยังมีการบูชายัญ เช่น สงกรานต์บ้านเราเขาหยุดกัน อินเดียก็โฮลี (Holy) ในกลางพรรษาเขาจะหยุดกัน ฆ่าสัตว์ บูชายัญต่อเทพเจ้า ก็มีพราหมณ์ทำหน้าที่ฆ่าเชือด แล้วก็ให้เลือดพุ่งไปที่ปาก คนรวยจะใช้ควายฆ่าบูชายัญเทพเจ้า คนระดับกลางก็ใช้แพะ ใช้แกะ คนทั่วไปก็ใช้เป็ดไก่ ฆ่าบูชายัญ บูชายัญจริงๆที่เราอ่านในพระไตรปิฎก
ทุกวันนี้ก็มีฆ่าทุกวัน ทุกวันที่เชือด แล้วเขาก็ไม่ให้คนนอกศาสนาไปดูกัน นอกจากพวกเขา เพราะว่ามันเห็นแล้วมันสังเวช เสร็จแล้วพอเอาเลือดให้กินเสร็จ ก็ตัดหัวให้เทพเจ้าไป ส่วนตัวให้บุคคลเอาไปบูชาเทพเจ้า ใครมาบูชาก็เอาตัวไปใครฉลาดกว่า คนฉลาดกว่า กินแต่ตัวหัวไม่กิน เวลาถึงเทศกาลก็เห็นแพะถูกจูงไปเป็นฝูง ถูกจูงมาจากบ้านนอกที่เขาเลี้ยง แล้วก็เป็ดไก่ก็มา ที่ตลาดก็ซื้อกัน พอถึงวันฆ่า ที่เขาซื้อไปก็เงียบ หายเงียบ ตายหมด มีครั้งหนึ่งที่เขามีสถานที่ฆ่าบูชายัญ ฆ่าควาย เป็นล้านเลย
ควายที่นี่น่าสงสาร เพราะไม่ได้เป็นเทพเจ้าร่างทรงอย่างที่เขาบูชา เพราะฉะนั้นนมก็กิน เนื้อก็กิน ฟันคอบูชาเทพเจ้า เป็นที่นี่ในเนปาลก็จะบูชา เขาก็ถือว่าเป็นบุญของเขาเหมือนเดิม ทีนี้ความเชื่อก็ไม่มีคำว่าถูก ไม่มีคำว่าผิด กรรมเป็นผู้ตัดสิน ถ้าเรามาเถียงกันเรื่องปรัชญา ศรัทธาผู้คน มันไม่สุด มันไปสุดที่กรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าที่บอกไปลงที่กรรม คือการกระทำของมนุษย์เอง มนุษย์เชื่ออะไร สร้างเหตุอะไรก็ได้ผลอันนั้น มนุษย์สร้างผลอันนี้ ก็ได้เหตุอันนี้ เราสร้างเหตุดีก็ได้ผลดี"
สำหรับวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2568 คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯเดินทางเข้าศึกษาเรียนรู้ยังกรุงกบิลพัสดุ์ ประเทศเนปาล ซึ่งเป็นดินแดนมาตุภูมิของเจ้าชายสิทธัตถะ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี