วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.34 น.
หลายคนอาจจะจำได้ หรือลืมๆไปบ้างแล้ว
ชื่อของชายหนุ่ม 'สมพงษ์ เลือดทหาร' ชาวอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น
เจ้าของเรื่องราว 'พี่แท็กซี่ คนดี' เมื่อ 28 ปีก่อน
คนขับรถแท็กซี่ผู้ซื่อสัตย์ เก็บกระเป๋าเงินสดของผู้โดยสารและนำมาคืนเจ้าของ
โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นจากนายวิโรจน์ รปภ.สนามบินดอนเมือง โทรศัพท์เข้าไปแจ้งสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน (FM 99.5 MHz) ว่าพลมืองดีคนขับรถแท็กซี่ ชื่อสมพงษ์ เก็บกระเป๋าเงินของผู้โดยสารต่างชาติและนำมาคืนเจ้าของ
เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 1 สิงหาคม 2540 นายสมพงษ์รับผู้โดยสารชาวฝรั่งเศส ชื่อ มิสเตอร์จอห์น พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ และกระเป๋าถืออีก 2 ใบ หน้าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท พาไปส่งยังสนามบินดอนเมือง เมื่อส่งถึงที่หมายแล้วก็รับผู้โดยสารต่างชาติรายใหม่ขึ้นมา จากสนามบินดอนเมืองไปส่งย่านราชเทวี
ผู้โดยสารต่างชาติรายใหม่ขึ้นมานั่งบนรถ พบกระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่ที่เบาะหลัง ต่างชาติรายนี้พอพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย จึงถามว่ากระเป๋าใบนี้เป็นของสมพงษ์หรือไม่ หลังผู้โดยสารลงรถแล้ว สมพงษ์เปิดกระเป๋าดูพบเงินสดจำนวนมากและโฉนดที่ดินจำนวนหนึ่ง จึงรู้ว่ากระเป๋าใบนี้เป็นของผู้โดยสารคนก่อน จึงขับรถกลับไปสนามบินดอนเมือง
เมื่อไปถึงพบมิสเตอร์จอห์น เจ้าของกระเป๋านั่งร้องไห้อยู่หน้าอาคารผู้โดยสารในประเทศ เมื่อมิสเตอร์จอห์นเห็นสมพงษ์นำกระเป๋ามาคืน ก็โผกอดด้วยความดีใจ อีกทั้งผู้คนบริเวณนั้นต่างชื่นชมนายสมพงษ์อีกด้วย
ความดี มีคุณธรรมของนายสมพงษ์ เลือดทหาร 'แท็กซี่ คนดี' ถูกเชิญออกรายการทีวีและได้รับรางวัลตอบแทนน้ำใจจากหน่วยงานต่างๆ แต่ในระหว่างสัมภาษณ์ก็เกิดข้อสงสัยคลุมเครืออยู่หลายเรื่อง เช่น เสียงเทปวิโรจน์กับสมพงษ์คล้ายกันมาก หลักฐานทั้งหมดที่อ้างอยู่ที่ไหน พยานบุคคลต่างๆก็ไม่มีใครแสดงตัว
ข้อสงสัยทั้งหมดถูกนำไปตรวจสอบ พลตำรวจตรี กว้าง ชาญศิลป์ ผู้กำกับการตำรวจท่องเที่ยวในขณะนั้น ได้เปิดเทปบันทึกบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ ในวันและเวลาตามที่กล่าวอ้าง ปรากฏว่า พบแกงหม้อใหญ่
ภาพวงจรปิดของสนามบินในวันเวลาดังกล่าว ไม่พบเห็นรถแท็กซี่ของสมพงษ์มาจอดและไม่มีเหตุการณ์ตามที่แจ้งมาเลย
ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องโกหก เฟคนิวส์ การละคร!!!
'ที่ทำไปก็เพื่อความสนุกส่วนตัว ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต และเสียงของ รปภ.ชื่อวิโรจน์ คือเสียงของตนเองที่ปลอมขึ้นมา โดยใช้มือข้างหนึ่งอุดจมูกไว้' สมพงษ์ สารภาพ
ต่อมา 1 กันยายน 2540 'สมพงษ์ เลือดทหาร' ถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน
นายสมพงษ์เป็นนักโทษชั้นดี ประพฤติตัวเรียบร้อย จึงติดคุกเพียง 1 ปี 2 เดือน และศาลยังพิพากษาให้คืนเงินรางวัลประมาณ 200,500 บาท
หลังจากพ้นโทษออกมานายสมพงษ์ ใช้ชีวิตเป็นเกษตรทำนากุ้ง ปัจจุบันเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง โดยใช้ชื่อในวงการว่า 'พลพิมพ์ ฉิมมะวัล'
จาก'แท็กซี่ คนดี' กลับกลายเป็น 'แท็กซี่ ลวงโลก'
คงไม่ต่างกับกรณีของ 'สมนิจ ลวงโลก' หรือนายสมนิจ ดวงเนตร เรียกได้ว่าการละคร ตีบทแตกไม่แพ้กัน!!!
นายสมนิจ เล่นบทดราม่า น้ำตาซึม หน้าตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ในวันแผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568
สมนิจพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมกับสีหน้าที่เศร้าหมอง บอกว่าภรรยาของเขา อายุ 24 ปี ตั้งครรภ์ลูกสาวได้ 4 เดือน ทำงานเป็นเสมียน โซนออฟฟิศชั้น 4 ติดอยู่ใต้ซากตึก สตง. ก่อนหน้านั้นภรรยาโทรมาบอกว่า 'พี่ตึกมันสั่น' และขาดการติดต่อไป
โซเชียลต่างเห็นอกเห็นใจและให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินให้จำนวนหนึ่ง
แต่แล้วฟ้ามีตาความจริงปรากฎ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชื่อภรรยาของนายนสมนิจ พบว่าไม่อยู่ในรายชื่อคนงานก่อสร้างตึก สตง.แต่อย่างใด
อีกทั้งโลกออนไลน์เพจบิ๊กเกรียน แชร์ข้อมูลว่า #ลุงเด็กเลี้ยงแกะกุเรื่องเมียท้องติดซากตึกสตง. #คนสงสารแห่ให้เงิน
โดยทางลูกสาวแท้ๆของนายสมนิจ เห็นพ่อออกสื่อจึงตามหาเพราะไม่ได้เจอกันมา 8 ปี ที่ผ่านมานายสมนิจพ่อของตน สร้างวีรกรรมไว้เยอะมาก จนแม่ทนไม่ไหวขอเลิกราในที่สุด
ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม 2568 ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายสมนิจ ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) และนำขึ้นรถไปสอบปากคำที่ สน.บางซื่อ
นายสมนิจ สารภาพ ยกมือไหว้สวย!!!
บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ตนมีปัญหาทางสติปัญญา มีดื่มสุราบ้าง ส่วนบัตรพนักงานหญิงที่ใช้แอบอ้างก็เก็บได้แถวลาดพร้าวเมื่อนานมาแล้ว ที่ทำลงไปไม่มีเจตนาเรียกเงินจากความสงสาร หากพ้นโทษจะไปบวช
'ขอโทษครับ ผิดครับๆ บัตรผมเก็บได้ที่กองขยะครับ'
นี่คือคำพูดของนายสมนิจ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่แห่ไปสัมภาษณ์
สำหรับละครฉากนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบรางวัลการละครให้แก่สมนิจ คนลวงโลก ในข้อหาคดีฉ้อโกง ,หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ,พรบ.คอมพิวเตอร์
แถมหญิงสาวเจ้าของบัตรที่ถูกแอบอ้าง หลังทราบเรื่องก็ตกใจไม่น้อย โร่แจ้งความนายสมนิจเช่นกัน ในข้อหา'ทําให้เสื่อมเสียชื่อเสียง'
ตีบทแตกจนดับ!!!
การละคร พ.ศ.2540 Vs. การละคร พ.ศ.2568
รางวัลนักแสดงชายยอดแย่ ดำเนินเรื่องโดยสองหนุ่มใหญ่ลวงโลก
สมพงษ์ เลือดทหาร และ สมนิจ ดวงเนตร