ไฟเขียวกลางมิ.ย.
ถอดหน้ากากได้ในพื้นที่โล่งแจ้ง
ยกเว้น3กรณีต้องสวมใส่แมส
กลุ่ม608-อยู่ที่ปิด-รวมตัวมาก
ติดโควิดรวมATK6.9พันดับ36
โควิดไทยรายวันทรงตัว มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม4,144 คน ผลบวกจาก ATK 2,785 คน รวมทั้งหมด 6,929 ราย ตาย 36 ศพ ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวในรพ. 1,034 คน กทม.ยังพุ่งเกินพัน-6 จว.อีสานติดท็อปเทน ปลัด สธ.กางแผนโควิดโรคประจำถิ่น ชี้สถานการณ์ดีขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์ กลางมิย.ถอดแมสได้ พร้อมปรับคำแนะนำต้องใส่ใน 3 กรณี กลุ่ม608-อยู่ในที่อากาศปิด-คนรวมตัวจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยประจำวันที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังทรงตัวที่หลักสี่พัน เสียชีวิตต่ำกว่าครึ่งร้อยต่อเนื่อง
ติดเชื้อรวมATK6,929ราย
สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4,144 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 4,130 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 6 ราย จากเรือนจำ 7 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 1 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2,196,302 ราย สะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 4,419,737 ราย ส่วนยอดตรวจ ATK ตามการรายงานของกระทรวงสาธารณสุข มียอดผู้ติดเชื้อเข้าข่าย 2,785 ราย โดยจำนวนนี้ไม่รวมในการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ ซึ่งยืนยันผลด้วย RT-PCR เมื่อรวมกับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 4,144 ราย จะเท่ากับมีผู้ติดเชื้อ 6,929 ราย
ตายเพิ่ม36-รักษาหาย7,235คน
ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 36 ราย รวมเสียชีวิตสะสมตั้งแต่การระบาดระลอกเดือนมกราคม 2565 มี 8,113 ราย เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 8,113 ราย สำหรับผู้เสียชีวิต 36 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากกรุงเทพมหานคร 3 ราย ยโสธร 3 ราย มหาสารคาม และสุรินทร์ จังหวัดละ 2 ราย นครราชสีมา บุรีรัมย์ หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์และอุบลราชธานี จังหวัดละ 1 ราย เชียงใหม่ 3 ราย, ลำปาง กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พะเยา และเพชรบูรณ์ จังหวัดละ 1 ราย อุทัยธานี 2 ราย, สิงห์บุรี ชลบุรี ระยอง ตราด ปราจีนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเป็นคนไทยทั้ง 36 ราย แบ่งเป็นชาย 22 ราย หญิง 14 ราย ค่าเฉลี่ยอายุของผู้เสียชีวิตคือ 71 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 24 ราย และอายุน้อยกว่า 60 ปี แต่มีโรคเรื้อรัง 12 ราย ส่วนมากมีโรคประจำตัว อาทิ มะเร็ง 2 โรคไต 9 โรคอ้วน 1 โรคหลอดเลือดสมอง 6 โรคหัวใจ 5 และผู้ป่วยติดเตียง 6 ราย
ส่วนผู้ติดเชื้อที่หายป่วยวันนี้มี 7,235 ราย, หายป่วยสะสม 2,173,553 ราย, หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 4,342,047 ราย และกำลังรักษาอยู่ 47,879 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการหนัก 1,034 ราย และที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอีก 521 ราย
กทม.นำโด่ง-6จว.อีสานท็อปเท็น
สำหรับสถานการณ์ติดเชื้อในประเทศ แบ่งตามจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 จังหวัดนั้น อันดับ 1 ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) 1,816 ราย อันดับ 2 บุรีรัมย์ 152 ราย อันดับ 3 สุรินทร์ 124 ราย อันดับ 4 ขอนแก่น 92 ราย อันดับ 5 นนทบุรี 89 ราย อันดับ 6 สมุทรปราการ 86 ราย อันดับ 7, ร้อยเอ็ด 85 ราย อันดับ 8 ชลบุรี 82 ราย อันดับ 9 อุบลราชธานี 80 ราย และอันดับ 10 นครพนม 72 ราย
ฉีดวัคซีนสะสม136ล้านโดส
ความคืบหน้าการให้บริการวัคซีน ไทยฉีดวัคซีนให้ประชาชนเพิ่มขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมฉีดได้ 32,378 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 3,175 ราย สะสมรวม 56,625,088 ราย คิดเป็นร้อยละ 81.4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด เข็มที่ 2 จำนวน 8,340 ราย สะสมรวม 52,323,889 ราย คิดเป็นร้อยละ 75.2 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเข็มที่ 3 จำนวน 20,863 ราย สะสมรวม 27,699,310 ราย คิดเป็นร้อยละ 39.8 ของจำนวนประชากรทั้งหมดรวม 136,648,287 โดส ใน 77 จังหวัด ข้อมูลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 23 พฤษภาคม 2565
ทั่วโลกติดเชื้อ528ล้าน-ไทยอันดับ24
ศบค.ยังรายงานสถานการณ์ภาพรวมการระบาดทั่วโลก พบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกสะสมแล้ว 528,235,903 ราย อาการรุนแรง 38,019 ราย รักษาหายแล้วรวม 498,562,474 ราย และเสียชีวิตรวม 6,301,563 ราย โดยประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 85,113,962 ราย อินเดีย 43,139,499ราย บราซิล 30,803,995 ราย ฝรั่งเศส 29,359,336 ราย และเยอรมนี 26,103,628 ราย สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก 4,419,737 ราย
กลางมิย.ถอดแมสได้-ยังต้องใส่3กรณี
ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวระหว่างลงพื้นที่ถึงการเตรียมการของพื้นที่เพื่อรับการเปลี่ยนผ่านโควิด-19 สู่การเป็นโรคประจำถิ่นว่า ขณะนี้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ดีขึ้นต่อเนื่องและเร็วกว่าฉากทัศน์ที่สธ.คาดการณ์ มั่นใจจะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นตามเวลาที่วางแผนไว้ หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จึงต้องบริหารด้านสังคมร่วมด้วย โดยนำร่องกิจกรรมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ทั้งนี้ ประมาณกลางเดือนมิถุนายนจะปรับคำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยใน 3 กรณีคือ 1.กลุ่มผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยง 608 2.อยู่ในสถานที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และ 3.กิจกรรมที่มีคนร่วมกันจำนวนมาก พร้อมขอให้สื่อสารไปถึงประชาชนทราบการปฏิบัติตนและเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19 ต่อไป
อย.อนุมัติใช้โมเดอร์นาเด็ก6-11ปี
เภสัชกรหญิงสุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทยเปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติขยายข้อบ่งใช้การใช้วัคซีนโควิดโมเดอร์นาเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มเด็กอายุ 6 - 11 ปี มีรูปแบบการฉีดวัคซีนคือ ฉีด 2 เข็ม ขนาดเข็มละ 50 ไมโครกรัม โดยฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากการฉีดเข็มแรก 28 วัน การอนุมัติใช้วัคซีนโมเดอร์นาสำหรับกลุ่มเด็กอายุ 6-11 ปี ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพให้วัคซีนโควิดที่ไทยสามารถนำไปใช้ เพื่อต่อสู้กับสถานการณ์ระบาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่สายพันธุ์โอมิครอนยังระบาดอย่างหนัก การได้รับอนุมัติให้ขยายข้อบ่งใช้วัคซีนโมเดอร์นา สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 6 – 11 ปีในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ แสดงให้เห็นว่าวัคซีนโมเดอร์นา มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งมีความปลอดภัย สามารถใช้ได้ในทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่น มาจนถึงกลุ่มเด็กอายุ 6-11ปี ทำให้ไปโรงเรียน และทำกิจกรรมได้ในอนาคต
โคราชติดเชื้อลดเหลือ1.2พันคน
ส่วนที่จ.นครราชสีมา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมารายงานสถานการณ์ระบาดโควิด-19 โดยล่าสุด จ.นครราชสีมาพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดลดลงต่อเนื่อง ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 52 ราย ผลบวกจากการตรวจด้วย ATK 1,171 ราย รวมผู้ป่วยใหม่ 1,223 ราย วันนี้ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิต จำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตสะสม 260 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 168,145 ราย รักษาหายกลับบ้านสะสม 153,830 ราย ยังรักษาอยู่ 14,055 ราย ส่วนอำเภอที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทรงตัวคือ อ.เมือง 192 ราย รองลงมา อ.ด่านขุนทด 111 ราย อ.ประทาย 82 ราย ส่วน 3 อำเภอที่ไม่พบผู้ติดเชื้อคือ อ.บ้านเหลื่อ อ.บัวลาย อ.เทพารักษ์
เร่งทุกอำเภอฉีดเข็มกระตุ้นให้ได้80%
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจ.นครราชสีมาเผยว่า สถานการณ์ติดเชื้อตอนนี้น้อยลง ไม่มีรายงานพบคลัสเตอร์ต่างๆ สิ่งที่เรากำลังดำเนินการคือ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ได้ประมาณร้อยละ 30 เป้าของกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้ได้ร้อยละ 60 แต่จ.นครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ ต้องการให้ได้ร้อยละ 80 ตอนนี้เราพยายามเร่งทุกอำเภอให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่ม 608
รณรงค์ให้ปชช.ใส่แมสต่อเนื่อง
“ ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตลดลง และผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งจะเข้าเกณฑ์เป็นโรคประจำถิ่น แต่การสวมหน้ากากอนามัยยังจำเป็นมาก ยังต้องรณรงค์ในพื้นที่ให้เป็นนิสัยและเป้นเรื่องที่ต้องถือปฏิบัติเคร่งครัด เพราะการสวมหน้ากากช่วยหลายเรื่อง ทั้งป้องกันโรคทางเดินหายใจ หรือฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ ผมคิดว่า จ.นครราชสีมายังต้องรณรงค์เรื่องของการใส่หน้ากากให้เป็นนิสัยประจำ”นายวิเชียร์กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี