กรมอุทกฯเตือนน้ำทะเลหนุน
ริมเจ้าพระยาระวัง
รับมือน้ำท่วมสูง 22-26 กันยายน
พิจิตรน้ำยมล้นบ้านจม 100 หลัง
ลำน้ำมูลทะลักท่วมอำเภอพิมาย
กรมอุทกศาสตร์ เตือนน้ำทะเลหนุนสูง 22-26 กันยายนนี้ ขอให้พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวัง ส่วนแม่น้ำยม จ.พิจิตร ล้นตลิ่งท่วม 6 หมู่บ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ใน อ.โพธิ์ประทับช้าง ส่วน“น้ำมูล”ทะลักท่วมอ.พิมาย โคราช สูงกว่า 50 เซนติเมตร ขณะที่ชัยภูมิ ถูกน้ำป่าหลากท่วมพื้นที่ราบ เกษตรกรเร่งย้ายวัว-ควาย
เมื่อวันที่ 20กันยายน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้ออกประกาศว่าในวันที่ 22-26 กันยายน 2565 ระหว่างเวลาประมาณ17.00-19.00น.เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ กทม.ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯและพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น รวมทั้งมีการระบายน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ โดยคาดว่าที่บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ กทม.และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ระดับน้ำจะสูงประมาณ 1.70-2.00 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำขึ้นสูงดังกล่าว
ผู้ว่าฯกทม.ฟื้นฟูคลองหัวลำโพง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวภายหลังเปิดกิจกรรมฟื้นฟูคลองหัวลำโพง โครงการนำร่อง (Pilot Project) เนื่องในวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำคูคลองแห่งชาติ เกี่ยวกับความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม.ว่าปริมาณฝนปีนี้เยอะมาก เฉลี่ย 1,640มม.ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1,680มม.เกือบจะเกินค่าเฉลี่ยทั้งปีแล้ว เฉพาะเดือนกันยายนนี้ ปริมาณฝน 465มม.ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 190มม.ถือว่าเป็นบททดสอบซึ่งเราก็ผ่านมาได้ด้วยดี ส่วนในเดือนตุลาคม ฝนควรจะเริ่มลดลง แต่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่ายังไม่แน่ เราจึงต้องพร่องน้ำไว้ และคิดนวัตกรรมช่วยให้น้ำไหลลงอุโมงค์ได้เร็วขึ้น
หาทางให้น้ำไหลลงอุโมงค์เร็วขึ้น
“อย่างที่คลองลาดพร้าวน้ำไหลไปลงคลองแสนแสบมีอุโมงค์บางซื่อ ซึ่งมีช่วงเลี้ยวน้ำไหลไปช้า ทำเขื่อนเสียเวลานาน จึงคิดวิธีใช้ไม้ไผ่ปักนำกระสอบทรายทำแนวกั้นบังคับให้น้ำไหลเข้าคลองบางซื่อไปสู่อุโมงค์ได้เร็วขึ้น ซึ่งน้ำไหลได้ดี เป็นการคิดวิธีแก้ปัญหาจากการลงพื้นที่หน้างาน ไม่ได้ใช้เงินเลย เราคงไปรอโครงการร้อยล้านพันล้านไม่ได้ อะไรที่ลุยได้ก็ทำเลยตอนนี้น้ำลงเป็นนาทีทอง ให้เขตนำกระสอบทรายไปเสริมอุดรอยรั่วตามหมู่บ้านต่างๆ สุดท้ายน้ำอาจจะมาอีก” นายชัชชาติ กล่าว
ชี้ปัญหาน้ำเสียขังอยู่นานต้องแก้
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับอีกปัญหาคือเรื่องน้ำเสียที่คลองแสนแสบ เป็นน้ำเน่าเสียจากทุ่งที่ขังอยู่นานเป็นอาทิตย์ ไหลลงคลองจากที่เราระบายน้ำ สภาพน้ำคลองแสนแสบตอนนี้ดำมาก เป็นห่วงปลาบริเวณหน้าวัด ไม่มีออกซิเจนเลย ค่า BOD เป็นศูนย์ ปลาอาจน็อกได้ ก็ให้ไปเพิ่มออกซิเจนที่หน้าวัด ใครมีจุดเติมก็ไปช่วยกัน ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะเห็นปลาลอยตาย
ร่วมวงถกผู้ว่าฯจังหวัดปริมณฑล
นายชัชชาติ กล่าวถึงการหารือกับผู้ว่าฯจังหวัดปริมณฑลว่าจะเดินทางเข้าพบนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ปทุมธานี เพื่อหารืออย่างไม่เป็นทางการถึงการร่วมกันแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 การแก้ปัญหาจราจร และความร่วมมือด้านอื่นๆ ในพื้นที่เชื่อมต่อข้ามจังหวัดระหว่าง กทม.และ จ.ปทุมธานี ซึ่งการไปเข้าพบครั้งนี้เหมือนการขอคำแนะนำเพราะทาง ผวจ.ปทุมธานี มีประสบการณ์และอยู่มาหลายจังหวัด และถือโอกาสเยี่ยมหลังจากที่นายณรงค์ศักดิ์ ออกจากโรงพยาบาลด้วย ส่วนผู้ว่าฯ จังหวัดอื่นๆ ในปริมณฑลก็จะทยอยขอเข้าพบส่วนตัว ก่อนหารือแบบกลุ่มใหญ่ถึงแนวทางการแก้ปัญหาแบบบูรณาการต่อไป
น้ำยมท่วมจ.พิจิตรกว่า100หลัง
ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำแม่น้ำยม ที่รับน้ำจาก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ไหลผ่าน 4 อำเภอใน จ.พิจิตร ได้แก่ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล ว่าระดับน้ำยังเพิ่มสูง เนื่องจากการระบายน้ำจากจังหวัดตอนบน ทั้ง จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ประกอบกับฝนที่ตกสะสม ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม 6 หมู่บ้านกว่า 100หลังคาเรือนในพื้นที่ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ซึ่งปลูกติดกับแม่น้ำยมซึ่งระดับน้ำท่วมบ้านชั้นล่างและพื้นที่ชุมชนสูงประมาณ50-60 เซนติเมตรและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ประกาศ6หมู่บ้านพื้นที่ประสบภัย
นายเดช์วิทย์ สิงห์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาล ต.โพธิ์ประทับช้าง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้ออกสำรวจระดับน้ำ โดยเฉพาะถนนเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านซึ่งติดกับแม่น้ำยม น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมเส้นทางสัญจร ระดับน้ำท่วมสูง 20-30เซนติเมตร รถยังสัญจรผ่านได้อย่างช้าๆ แต่หากน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น จนเกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ทางเทศบาลจะปิดเส้นทางให้ประชาชนไปใช้เส้นทางอื่นแทนและแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเดินทางผ่านเส้นทางน้ำท่วมและพื้นที่น้ำล้นตลิ่ง รวมทั้งขอให้เก็บของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูง ทั้งนี้ มีการประกาศพื้นที่ 6จาก 10 หมู่บ้านใน ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว พร้อมกับเร่งเข้าให้การช่วยเหลือ
อ.พิมายน้ำท่วมวัด-บ้านเรือนอ่วม
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.พิมาย ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนยังตกทำให้มวลน้ำไหลมาเติมในลำน้ำมูลอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ ต.สัมฤทธิ์ น้ำจากลำน้ำมูลได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงวัดป่าสินสมบูรณ์และชุมชนโดยรอบ พื้นที่หมู่ 10 บ้านสินสมบูรณ์ต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร บางจุดท่วมสูงถึง 50 เซนติเมตร ศาลาและกุฏิซึ่งไม่ได้ยกพื้นสูง ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้งานได้ ต้องนำเรือท้องแบนใช้สำหรับขนย้ายคนและทรัพย์สิน ขณะที่พระสงฆ์ไม่สามารถออกไปปฏิบัติกิจนิมนต์ได้
พบฤดูฝนวัดถูกท่วม3ปีติดต่อกัน
หนึ่งในชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้วัดดังกล่าว เปิดเผยว่า มวลน้ำเริ่มหลากเข้าท่วมตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา โดยท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆเพราะวัดอยู่ติดลำน้ำมูล ช่วงฤดูฝนได้ถูกน้ำท่วมมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว จึงช่วยพระสงฆ์เก็บข้าวของขึ้นที่สูง โดยปีที่แล้วน้ำท่วมกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถเข้าออกได้ ต้องใช้เรือในการสัญจร มีทั้งเรือพายของญาติโยมที่ถวายให้วัด และเรือยนต์ของทาง อบต.สัมฤทธิ์
ปภ.โร่แจ้งเตือนชาวบ้านให้รับมือ
ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอ.พิมายได้ประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านที่มีบ้านเรือนติดกับลำน้ำมูล ให้เตรียมรับมือและรีบขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นที่สูง เพราะอาจได้รับความเสียหายจากน้ำที่อาจท่วมสูงขึ้น หลังจากฝนยังตกต่อเนื่องจนปริมาณน้ำล้นตลิ่งโดยเฉพาะในอ.พิมาย ที่สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ต่างๆในจังหวัด ซึ่งไหลเข้ามาสมทบในลำน้ำมูลเหนือเขื่อนพิมาย
น้ำป่าหลากท่วมชัยภูมิหลายจุด
วันเดียวกัน ที่ จ.ชัยภูมิ ได้เกิดฝนตกอย่างหนักในตัวเมือง ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมาก ไหลเข้าท่วมพื้นที่ โดยเฉพาะจากเทือกเขาภูแลนคา เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน เกิดน้ำป่าบนเทือกเขาไหลสู่พื้นที่ราบหลายตำบล หนักที่สุดที่ ต.นาฝาย ที่ตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ น้ำจากเนินเขาหลากสู่พื้นที่บ้านห้วยชัน ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ รวมทั้งท่วมถนนชัยภูมิ-ตาดโตน บ้านห้วยชัน ระยะทางประมาณ 200 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้
นอกจากนี้น้ำป่าส่วนหนึ่งได้ไหลทะลักเข้าบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมถนน เจ้าของบ้านต้องเร่งขนของหนีน้ำ และพบว่ามีรถเล็กจอดเสียอยู่ข้างทางหลายคัน บางส่วนต้องจอดรอจนกว่าน้ำจะลดลง ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติ
เกษตรกรเตรียมอพยพวัว-ควาย
นายเก้า เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวที่ริมแม่น้ำชี บ้านไร่ลำชี ต.กะฮาด อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีความเสี่ยงเพราะระดับน้ำแม่น้ำชี ได้เอ่อเข้าท่วมไร่นาชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ระบุว่า จากสถานการณ์น้ำ คาดว่าจะต้องเตรียมสถานที่ให้ฝูงวัว ควาย ที่เลี้ยงไว้ โดยขนย้ายเพื่อหนีน้ำที่จะท่วมพื้นที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หรือหากมีฝนตกหนักในช่วงนี้ ก็คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบภายใน 1-2 วันนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ชัยภูมิ รายงานสภาพน้ำ โดยแบ่งโซนผลกระทบออกเป็น 3ระดับสี ซึ่งสีเขียวเป็นพื้นที่ปลอดภัย สีเหลือง เป็นพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบ และสีแดง เป็นพื้นที่เข้าขั้นวิกฤติ โดยพบว่าบางพื้นที่ในอ.คอนสวรรค์ เป็นพื้นที่สีแดงไปแล้ว
สุรินทร์ท่วมนาข้าว-ถนนตัดขาด
อีกด้านหนึ่ง ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ได้ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูง ถนนถูกตัดขาด ท่วมนาข้าวของชาวนา โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ถนนหลายเส้นทาง และตามตรอกซอกซอยจมอยู่ใต้น้ำ นอกจากนี้ในช่วงเย็นวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาได้เกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านจรัส ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยเป็นน้ำป่าจากภูเขาด้านท้ายหมู่บ้าน พื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากรุนแรงเช่นนี้มาก่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี