เกิดเหตุสลดหญิงวัย 24 ออกไปใส่เบ็ด หาหอยกับสามีและเพื่อนที่ทุ่งนาของชาวบ้านตอนกลางคืน โดนกระสุนเจาะใต้ราวนมดับปริศนา ด้าน"สามี"เผยขณะก่อไฟอยู่ข้างกระท่อมเมียไปเดินหาหอยได้ยินเสียงร้องให้ช่วย นึกว่าโดนงูฉกพอไปดูพบเป็นรูกระสุนจึงรีบอุ้มเมียขึ้น จยย.ส่ง รพ.ก่อนสิ้นใจ ขณะรองผู้การฯ พร้อมชุดสืบ และพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐาน เร่งล่าคนร้ายยังไม่ทราบเหตุจูงใจ
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ พร้อมพ.ต.อ.มนัสวุฒิ บรรยงค์ ผู้กำกับการ สภ.ละหานทราย, พ.ต.ท.มานพ ทองพลับพลา สว.(สอบสวน) สภ.ละหานทราย พร้อมด้วยชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ชุดสืบสวน สภ.ละหานทรายและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทุ่งนาและกระท่อม ด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้านโนนสง่า ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์
หลังได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านออกไปใส่เบ็ด และหาหอยบริเวณทุ่งนา เมื่อคืนวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา แล้วถูกยิงบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.ละหานทราย โดยผู้ที่เสียชีวิตชื่อ น.ส.ฤทัยวรรณ กมลเลิศ หรือ บี อายุ 24 ปี เป็นชาว อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ แต่มาอาศัยอยู่กินกับสามีในหมู่บ้านโนนสง่า อ.ละหานทราย หมู่บ้านที่เกิดเหตุ
โดยก่อนที่ น.ส.บี จะถูกยิงเสียชีวิต ได้ออกไปใส่เบ็ดและหาหอยกับนายพรเทพ พาพันธ์ หรือ เทพ อายุ 25 ปีสามี และนายพิทยา หรือกานต์ อายุ 24 ปี เพื่อนสามี รวม 3 คน แต่ระหว่างที่ น.ส.บี ออกไปเดินหาหอยในทุ่งนา ก็ถูกกระสุนปริศนาเจาะเข้าใต้ราวนมซ้าย 1 นัด โดยไม่รู้ว่าทิศทางกระสุนมาจากไหน ก่อนที่สามีจะวิ่งไปดูแล้วพาเมียส่ง รพ.ละหานทราย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กม. ก่อนที่ภรรยาจะสิ้นใจที่ รพ.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝง และหลักฐานต่างๆ ที่พบในจุดเกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ก็ได้นำสามีผู้ตายไปตรวจค้นบ้าน เลขที่ 486/1 บ้านโนนสง่าพัฒนา ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย ที่ผู้ตายมาอาศัยอยู่ในฐานะสะใภ้ พบเพียงกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 ลูก วางอยู่บนโต๊ะภายในห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้ตรวจสอบว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ การค้นบ้านสามีเนื่องจากเป็นคนที่อยู่กับผู้ตายวันเกิดเหตุเท่านั้น ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด
ขณะที่นายพรเทพ สามีผู้ตาย บอกว่า วันเกิดเหตุตนกับภรรยาและนายกานต์ เพื่อน รวม 3 คน พากันออกไปใส่เบ็ด และหาหอยที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านช่วงประมาณ 1 ทุ่ม ซึ่งกระท่อมและทุ่งนาดังกล่าวเป็นของชาวบ้านในหมู่บ้าน แต่ที่ผ่านมาพวกตนก็พากันมาใส่เบ็ด หาหอยเป็นประจำ พอไปถึงตนก็ก่อไฟอยู่ข้างกระท่อม ส่วนภรรยาบอกว่าจะเดินไปหาหอยในทุ่งนา และเพื่อนก็เดินไปใส่เบ็ดอีกฝั่ง ผ่านไปสักพักได้ยินเสียงภรรยาร้องตะโกนให้ช่วยตอนแรกก็คิดว่าถูกงูกัด แต่พอวิ่งไปดูก็พบภรรยาหายใจรวยริน และมีรูคล้ายกระสุนปืนที่ใต้ราวนมข้างซ้าย จึงรีบพาภรรยาขึ้นรถ จยย.และเพื่อนเป็นคนขับพาส่ง รพ.แต่ภรรยาทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในที่สุด
"ไม่รู้ว่ากระสุนมาจากทางไหนแล้วใครเป็นคนก่อเหตุเพราะจุดที่ผมอยู่ห่างจากภรรยาราว 175 เมตร และค่อนข้างมืด แต่ก่อนเกิดเหตุเห็นแสงไฟคล้ายไฟฉาย 2 ดวงแต่ก็ไม่ว่าเป็นไฟอะไร ส่วนสาเหตุที่ภรรยาถูกยิงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"นายพรเทพ กล่าว
ด้านนายสุนทร พาพันธ์ อายุ 45 ปี พ่อนายเทพ บอกว่า ผู้ตายมาอยู่ที่บ้านกับลูกชายได้ประมาณ 1 ปีแล้ว แต่ตัวเองไม่ค่อยได้พูดคุยกับลูกชายลูกสะใภ้เพราะไม่ค่อยถูกกัน ส่วนใหญ่ตนจึงออกไปอยู่ที่กระท่อมในสวนยางพารา ไม่ได้สุงสิงกับลูกชายและลูกสะใภ้จึงไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไร แต่พอทราบข่าวว่าถูกยิงก็เดินทางมาดู
ขณะที่นายทอง จันทร์ลอย อายุ 79 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน เล่าว่า ตนรู้จักกับทั้งผู้ตาย สามีผู้ตาย และเพื่อนอีกคนที่พากันมาใส่เบ็ดหาหอยเพราะเป็นคนในหมู่บ้าน ที่ผ่านมาก็เห็นพากันขี่ จยย.ไปใส่เบ็ด หาหอยตามทุ่งนาบ่อยครั้ง กระทั่งเมื่อเช้าได้ยินข่าวว่าน.ส.บี ถูกยิงตาย จึงได้เดินทางมาดู แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร ไม่อยากจะพูดหรือคาดเดา รอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศพของน.ส.บี ถูกส่งไปผ่าพิสูจน์ และผ่าเอากระสุนที่ฝังอยู่ใต้ราวนมออก ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นกระสุนชนิดไหน ต้องรอผลตรวจพิสูจน์อีกครั้ง-001
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี