รศ.ดร.ทนงศักดิ์ อิ่มใจ นักวิจัยจากสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับนักวิจัยจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และ สหราชอาณาจักร ได้พัฒนาหมุดถนนแบบไฮบริด ที่ผสมผสานเทคโนโลยี
ตัวสะท้อนแสงเรืองแสง Glow-in-the-Dark และผงแก้วรีไซเคิล ภายใต้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ Mitsui Sumitomo Insurance Welfare Foundation จากประเทศญี่ปุ่น และมีการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว
รศ.ดร.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า หมุดถนนแบบไฮบริดเรืองแสงนี้สามารถดูดซับพลังงานจากแสงในช่วงเวลากลางวันและปล่อยแสงในที่มืดได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และยังสามารถสะท้อนแสงไฟจากพาหนะ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อย เช่น ทางโค้ง ทางแยก และจุดทางข้าม โดยคุณสมบัติเด่นของวัสดุสะท้อนแสง ประกอบด้วย เพิ่มความสว่าง มีความสว่าง 150 mcd/m²หลังแปดชั่วโมงในความมืดสามารถสะท้อนแสงไฟจากพาหนะ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานสะท้อนแสงทั่วไป ประหยัดพลังงาน ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ ลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนวัสดุได้ถึง 30% ด้วยการใช้ผงแก้วรีไซเคิล และทนทานต่อสภาพอากาศ
อย่างไรก็ตาม จากการทดลองนำตัวสะท้อนแสงเรืองแสงติดตั้งบนถนนภายในมหาวิทยาลัยและในพื้นที่ต่างๆ ปรากฏว่า ตัวสะท้อนแสงนี้สามารถทนต่อแรงกดจากยางรถยนต์น้ำหนักกว่า 30 ตัน และยังคงความสว่างได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม และในอนาคตทีมวิจัยมีแผนที่จะพัฒนาและปรับปรุงวัสดุให้ทนทานยิ่งขึ้น รวมถึงขยายการใช้งานในระดับประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ยังไม่มีระบบไฟถนน
นอกจากนี้ คณะวิจัยได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ เป็นนวัตกรรมม้านั่งเรืองแสงและกรวดเรืองแสง จากวัสดุรีไซเคิลสามารถเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือใช้และยังใช้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ และหวังว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะได้รับการนำไปใช้ในระดับสากล เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยบนถนนทั่วโลกอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี