แก๊งโจรขี้ยาสุดแสบ! ก่อเหตุกลางวันแสกๆ ขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 500 แอม มูลค่า 8 แสนบาท แต่ถูกเจ้าของพาลูกน้องล้อมจับได้คาหนังคาเขา 1 คน วิ่งหนี 2 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนน้ำไพเรทปาร์ค หาดใหญ่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เกิดเหตุคนร้าย 3 คน ไปขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งอยู่ริมถนนภายในสวนน้ำดังกล่าว ทำให้คนงานที่อยู่บริเวณนั้น ได้ช่วยกันล้อมจับคนร้ายเอาไว้ 1 คน เป็นคนขับรถ ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คน วิ่งหลบหนีไปได้
คนงานที่ถ่ายคลิปภาพ เล่าว่า ช่วงดังกล่าวหลังตนกลับจากทำงาน ก็พบคนงานอีกกลุ่มกำลังล้อมจับคนร้ายอยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในตึกใกล้กับที่หม้อแปลงติดตั้งอยู่ เล่าว่า คนร้ายได้อาศัยเวลาช่วงเช้ามืด ประมาณ ตี 3- ตี 4 พากันมาถอดน็อตที่ติดตั้งหม้อแปลงอยู่บนเสาไฟฟ้า จากนั้นก็ทิ้งช่วงเวลาจนเช้า ซึ่งช่วงเช้า ก็มีคนผ่านมาเห็นแล้ว ก็คิดว่า ช่างไฟฟ้าได้มาถอดน็อตไว้ เพื่อย้ายไปติดตั้งที่อื่น ก่อนที่โจรจะย้อนเข้ามา เอาหม้อแปลงที่ถอดไว้แล้ว ถูกล้อมจับได้
ด้าน คนงานชาวเมียนมา ก็เล่าว่า ช่วงประมาณ ตี 4 ขณะที่นอนพักผ่อนอยู่ ก็ได้เสียงดัง เหมือนวัตถุหนักตกลงพื้น ก็คิดว่าหม้อแปลงระเบิด กระทั่งตอนเช้า ลงมาจากห้องพัก ก็เห็นหม้อแปลงตกลงมาอยู่บนพื้นแล้ว จากนั้นประมาณ 10.00 น. คนร้ายแก๊งนี้ ก็ขับรถกระบะมาด้วยกัน 3 คน ไม่นานเจ้มร เจ้าของสวนน้ำก็ขับรถเข้ามาพอดี ก็จอดรถถามว่าทำอะไร คนร้ายจึงบอกว่า เถ้าแก้ให้มาเอาหม้อแปลง ทำให้เจ้มร ต้องแจ้งลูกน้องให้ช่วยกันล้อมจับคนร้ายไว้ ซึ่งจังหวะนั้น คนร้ายก็บอกเจ้มรว่า ให้หลีกไปและจะนำหม้อแปลงไปขาย แล้วนำเงินมาแบ่งกัน แต่เจ้มรไม่ยอม คนร้ายจึงพยายามใช้เหล็กรั้วท้ายรถกระบะ ง้างจะทุบตีเจ้มร ทำให้คนร้าย 2 คน วิ่งหลบหนีไป ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็เห็นหน้าคนร้ายแก๊งนี้ ตระเวนขับรถจักรยนต์พ่วงข้างเข้ามาวนเวียนภายในสวนน้ำ
ขณะที่ คนร้ายที่ถูกจับกุมได้ เป็นชาย อายุ 40 ปี ชาว ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งถูกควบคุมไปสอบสวนขยายผลที่ สภ.บางกล่ำ เบื้องต้นคนร้ายรายนี้ ยังปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยหม้อแปลง แต่เพื่อนได้ตามให้ขับรถมาให้เท่านั้น ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากการตรวจสอบประวัติ ก็พบว่า เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่ตรวจปัสสาวะ ก็เป็นสีม่วง มีสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ และ เสพยาเสพติด ส่วนเพื่อนที่หลบหนีไปได้ 2 คนนั้น รู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกล่ำ ได้ขอศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับทั้ง 2 คน
ทั้งนี้ นายอับดุล ช่างไฟฟ้าประจำสวนน้ำดังกล่าว ได้เข้าพบตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลและเบาะแสคนร้าย พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวไปดูหม้อแปลงที่อยู่ท้ายรถกระบะ ก่อนบอกว่า ก่อนจับคนร้ายได้ ช่วงประมาณ ตี 4 - ตี 5 คนร้ายเข้าไปในพื้นที่สวนน้ำ แล้วถอดน็อตยึดหม้อแปลงกับเสาไฟฟ้า จากนั้นใช้เหล็กชะแลงงัดหม้อแปลง จนตกลงมาด้านล่าง บนพื้นดิน แล้วทิ้งช่วงจนถึงประมาณ 10.00 -11.00 น. ก็นำรถกระบะ ติดตั้งคอกหลัง มายกหม้อแปลง โดยใช้รอกยก ที่รับน้ำหนักได้ 5 ตัน ยึดโยงกับคานเสาไฟฟ้าจุดที่วางหม้อแปลง แล้วดึงรอกหม้อแปลงที่มีน้ำหนัก 3.3 ตัน ขึ้นใส่ท้ายรถกระบะ
ซึ่งจังหวะนั้น เจ้มร เจ้าของสวนน้ำ ได้ขับรถเข้ามาพบพอดี จึงถามว่ามาทำไม คนร้ายก็ตอบกลับว่า มีคนให้มาเอา เจ้มร จึงตอบกลับว่า เป็นเจ้าของ คนร้ายจึงพยายามเอารถหลบหนี แต่เจ้มร จอดรถขวางไว้ คนร้ายจึงถอยรถชนผนังปูนที่ใช้วางตู้ไฟฟ้า จากนั้นคนงานจึงช่วยกันจับตัวคนร้ายไว้ได้ 1 คน ส่วนอีก 2 คน วิ่งหนีไปได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีคนงานเห็นคนร้ายแก๊งนี้ ใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และ รถจักรยานยนต์ ขี่วนเวียนในสวนน้ำ เมื่อคนงานและชาวบ้านเห็น ก็เรียกสอบถามว่ามาทำอะไร คนร้ายก็ขี่รถหนี บางครั้งก็พยายามพุ่งชน และก่อนหน้านี้ก็เคยถูกชาวบ้านจับได้ จนชกต่อยกันแล้วหลบหนีไปได้ จึงคิดว่าคนร้ายแก๊งนี้เป็นมืออาชีพ ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เพราะปกติ หม้อแปลงน้ำหนัก 3 ตัน ต้องใช้รถเครนยกขึ้น-ลง เพื่อป้องกันความเสียหาย แต่คนร้ายแก๊งนี้ ใช้เหล็กชะแลงงัดแล้วถีบให้ตกลงพื้นที่ ก่อนขโมย เพื่อเอาไปแกะลวดทองแดงที่อยู่ด้านในนำไปขาย
สำหรับหม้อแปลงตัวดังกล่าว น้ำหนัก 3.3 ตัน ราคารวมติดตั้งประมาณ 800,000 บาท ซึ่งในอดีตเคยใช้งานในสวนน้ำมาประมาณ 6-7 ปี แต่เมื่อเลิกกิจการ ก็แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาตัดไฟได้ประมาณ 2 ปี ซึ่งเจ้มร ก็กำลังจะย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าตัวนี้ ย้ายเข้าไปใช้งานในรีสอร์ตและบ่อดินที่อยู่ด้านหลังสวนน้ำ ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังไม่สามารถประเมินราคาได้ เพราะนอกจากหม้อแปลงแล้ว ก่อนหน้านี้ สายไฟฟ้า ทั้งสายไฟฟ้าหลัก สายปลั๊ก สายหลอด ตู้ไฟฟ้า และระบบภายในทั้งหมดก็ถูกขโมย
ซึ่งอยากจะฝากเตือนคนร้ายที่กำลังคิดจะขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าให้รักชีวิตตัวเอง เพราะได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากหม้อแปลงที่แม้จะตัดไฟแล้ว แต่ก็ยังมีกระแสไฟส่งเลี้ยงไฟฟ้าอยู่ อีกทั้งหากขโมยในยามวิกาล แล้วเจ้าของที่มีอาวุธก็อาจจะถูกใช้อาวุธป้องกันทรัพย์สินได้ /// - 026
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี