“มท.1”บี้“กรมการปกครอง”ต้องตรวจสอบ “นายทุนจีน”ปล่อยเช่า“คอนโดฯรายวัน”ย่านใจกลางกรุง หากพบผิด ก.ม.-สร้างความเดือดร้อน ต้องจัดการ ชี้ก.ม.ยังให้ต่างด้าวถือครองห้องชุดได้แค่ 49% ‘อนุทิน’ยกคณะลงพื้นที่‘โบสถ์ชาบัด’ปาย ตรวจปมร้อนชาวอิสราเอล ร่วมหัวโต๊ะถกร่วม‘ทูตอิสราเอล-หน่วยเกี่ยวข้อง ลั่นไม่มีใครยึดครองประเทศไทยได้ กำชับหน่วยในพื้นที่ ให้ความเป็นธรรม-เข้มยึด ก.ม. นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนประพฤติตัวไม่เหมาะสม ย้ำไร้กระทบมั่นคง เผย ‘โบสถ์ชาบัด’ เป็นมูลนิธิ จออนุญาตถูกต้อง
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีธุรกิจของคนจีนปล่อยเช่าคอนโดและบ้านจัดสรรในไทยว่าได้รับการร้องเรียนเยอะมาก มีทั้งคอนโดและบ้านจัดสรรและมีคนร้องเรียนว่า โครงการของบางบริษัทมี 80% เป็นของคนจีน ไม่อยากสรุปว่า พวกเขาเป็นจีนเทาหรือไม่ แต่สภาพการแบบนี้ เราต้องยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ อาจจะผิด หรือไม่ผิดกฎหมาย แต่นำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยด้านอื่น เช่น นักท่องเที่ยวที่เขามาประเทศไทย เขาอาจจะไม่ต้องแคร์เพื่อนบ้านแต่คนที่อยู่ข้างๆจะรู้สึกอย่างไร เขามาแล้วเขาก็ไป ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่จริง ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้ดูแลกันเอง
อย่างไรก็ดี เขาไม่ขอเอ่ยชื่อบริษัทแต่บรรดาโครงการพวกนี้ มีอยู่ไม่กี่เจ้า บางบริษัท เขาตั้งเป้าหาลูกค้าจากต่างประเทศเป็นการเฉพาะทำให้มีแนวโน้มหรือโอกาสให้ไปเช่าต่อ หรือทำเป็นธุรกิจโรงแรม”นายรังสิมันต์ ย้ำ
นายรังสิมันต์ยังเสนออีกว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำมี 2 ข้อ 1.โครงการที่จะขายต่อไป ควรจะคุยกับบริษัทเหล่านี้เลยว่าจะมีมาตรการอย่างไร แทนที่จะจัดการปลายน้ำ เราควรจัดการที่ต้นน้ำจะมีวิธีการคัดกรองหรือไม่ ถ้ามีกฎหมายที่ต้องแก้ก็จะได้แก้หรือปรับปรุงหรือถ้ามีกฎระเบียบกระทรวงอะไรที่ต้องทำก็จะได้ทำกันอย่างเนิ่นๆ2.ส่วนที่ขายไปแล้วและมีสภาพการปล่อยเช่าให้ต่างชาติ ก็ต้องบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบแบบนี้ ต่อไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าคอนโดมีสถานะไม่ต่างจากโรงแรม
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายทุนจีนซื้อคอนโดมาปล่อยให้ชาวต่างชาติ เช่าพักระยะสั้น สร้างความเดือดร้อนให้ลูกบ้าน โดยนำตู้เก็บกุญแจห้องไปวางไว้ในจุดต่างๆ เพื่อเลี่ยงกฎหมายว่า การจะเปิดโรงแรม หรือห้องพักจะต้อง มีใบอนุญาตโรงแรมและปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหากปฏิบัติถูกต้องควบคุม ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“ในกรณีคอนโดย่านสุขุมวิท ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นี้ กรมการปกครองจะต้องเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งจะมีชุดออกตรวจอยู่แล้ว หากพบว่ากระทำความผิด ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อชุมชนก็ต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนชาวต่างชาติก็ต้องโดนหมด”นายอนุทิน ย้ำ
เมื่อถามถึงที่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทยการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิคนต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จากเดิมไม่เกิน 49% เป็นไม่เกิน 75% นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาอยู่ปัจจุบันยังคงเป็นที่ 49%
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยพร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยและคณะ ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานที่ทำกิจกรรมทางศาสนาของชาวอิสราเอล ที่โบสถ์ชาบัด อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนภายหลังเกิดกระแสข่าวชาวอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐานและก่อความวุ่นวายในพื้นที่อำเภอปายของประเทศไทย เมื่อนายอนุทิน เดินทางมาถึง นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยพร้อมด้วยนายนาเฮ็มยา วิลเฮ็ม ผู้นำศาสนายูดาห์ในชุมชน ให้การต้อนรับ ก่อนนำชมสถานที่และอธิบายถึงกิจกรรมทางศาสนา
โดยผู้นำศาสนายูดาห์ ยืนยันปายเป็นของคนไทย ไม่เคยคิดยึด ยอมรับเสียใจถูกเข้าใจผิดทั้งที่คนอิสราเอลชอบประเทศ-คนไทย ในช่วง23-สัปดาห์ มีการปล่อยข่าวปลอมว่ามีชาวอิสราเอล30,000คน ความเป็นจริงมีชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ที่อ.ปาย เพียง50-40 คนเท่านั้น แต่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 30,000คนต่อปี จะอยู่เพียง 2-3 สัปดาห์ก็กลับ ทุกครั้งที่คนอิสราเอลมาร่วมพิธีที่มูลนิธิฯจะเน้นย้ำให้เข้าใจถึงบริบทและวัฒนธรรมของประเทศไทยซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่เขาบอกว่าไม่มีปัญหากับคนอิสราเอล แต่มีคนไปเขียนในโซเชียลมีเดีย
จากนั้น เวลา10.20น. ที่โรงแรมมอนทิส รีสอร์ท อ.ปาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทยร่วมกันลงพื้นที่และประชุมติดตามสถานการณ์และรับฟังความเห็นจากประชาชนใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนกรณีมีกระแสชาวอิสราเอลจะเข้ามายึดพื้นที่ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น และจำนวนนักท่องเที่ยว
โดย มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผวจ.แม่ฮ่องสอน นายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตัวแทนนักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วม
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมกับทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตรวจสอบประเด็นร้อนชาวอิสราเอลในอ.ปายว่าได้รับการยืนยันจากส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ว่าสถานการณ์เป็นปกติทุกอย่างมีการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ส่วนข้อกังวลว่าจะมีการสร้างชุมชนอิสราเอล ใน อ.ปายเป็นการสื่อสารที่ไม่ถูกต้องในอ.ปาย มีชาวอิสราเอลที่มาตั้งถิ่นฐานมาแต่งงานกับชาวไทย เพียง 20 กว่าครอบครัว ดำรงชีวิตปกติ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ก็มาท่องเที่ยว อาจมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมบ้าง ทางทูตอิสราเอลจะรับไปทำความเข้าใจเช่นการแต่งกายในไทยจะทำอย่างไรให้กลมกลืน ผสมผสาน ไม่ให้เกิดความไม่สบายใจ ยืนยันว่าไม่มีการกระทำใดๆที่จะก่อให้เกิดการจารกรรม สร้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
สำหรับโบสถ์ชาบัด พบว่ามีการจดทะเบียน เป็นมูลนิธิฯถูกต้อง อยู่ในรั้วรอบขอบชิด ไม่ได้ห้ามคนไทยเข้า เป็นสถานที่สาธารณะ แต่วัฒนธรรมประเพณีของชาวอิสราเอล มีอยู่พอสมควรและเคร่งมากจึงจัดให้มีโบสถ์ชาบัดสำหรับนักท่องเที่ยวอิสราเอล เปรียบเสมือนศาสนสถานไว้ประกอบพิธี เหมือนมัสยิดของศาสนาอิสลาม เหมือนวัดของศาสนาพุทธ เป็นเรื่องภายใน ไม่ได้เปิดมาเพื่อขายของแสวงหากำไร ถ้าจะทำแบบนี้ต้องไปจดทะเบียนเป็นภัตตาคารให้ถูกต้อง เขาปฏิเสธว่าไม่มีวัตถุประสงค์ในการทำเป็น ร้านอาหาร แต่ให้คนอิสราเอลที่เคร่งศาสนามาประกอบศาสนากิจ ทุกอย่างก็จบด้วยดี
นอกจากนี้ในที่ประชุมเรื่องเน้นย้ำเรื่องการสร้างความสงบและให้ความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการห้างร้านใน อ.ปาย ก็ขอให้ช่วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยววัยรุ่น สั่งอาหาร แต่ชักดาบไม่ยอมจ่ายหาว่าอาหารไม่ถูกต้อง ไม่ถูกปากซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเบี้ยวก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยกำชับเจ้าที่ว่าสามารถลงสำรวจในพื้นที่ให้เกิดความเรียบร้อยและความสงบสุข
ส่วนประเด็นดราม่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มีอุโมงค์เป็นบ่อน้ำที่ให้สตรีชาวอิสราเอลชำระร่างกาย เพื่อความบริสุทธิ์ เป็นเรื่องความเชื่อทางศาสนา เป็นบ่อน้ำแน่นอน ไม่ใช่อุโมงค์หรือสระว่าย
เมื่อถามว่านอกจากอำเภอปายแล้วยังมีพื้นที่อื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนที่เข้าข่ายฐานทำตัวเป็นขาใหญ่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นนักเลง ข่มเหงรังแกชาวบ้าน แย่งลูกค้ากัน ยึดลูกค้ากัน
“ขอยืนยันว่า ไม่มี กระทรวงมหาดไทยยุคนี้ ไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราทำได้ทุกจังหวัด ยืนยันว่าขาใหญ่ไม่มีโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่จะมาอาศัยความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและมาทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ตนให้คำยืนยันว่าเกิดขึ้นไม่ได้”
ด้าน นางออร์นา กล่าวว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ หลังเห็นป้ายห้ามคนอิสราเอลเข้าร้านในพื้นที่สาธารณะหรือร้านอาหาร ทำให้หวนนึกถึงประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วันนี้ได้พบนายอนุทิน และมีความร่วมมือกันที่ดี มั่นใจสามารถหาแนวทางหรือทางออกร่วมกันได้ แม้ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวอิสราเอลในโซเชียลมีเดีย ถึงจะเป็นแค่กลุ่มเล็กๆแต่คนไทยให้ความสนใจจนเกิดเรื่องใหญ่
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยประมาณ 300,000 คนต่อปี มาท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมและผ่อนคลายกับบรรยากาศธรรมชาติ ในประเทศที่สวยงามเช่นนี้ ในประเทศที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้ม ซึ่งภายหลังจากข่าวนี้ออกไป กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจะลดลง และสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็จะมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น
นางออร์นากล่าว ส่วนมาตรการควบคุมนักท่องเที่ยว ทางสถานทูตได้มีการออกประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมาขอร้องให้นักท่องเที่ยวประพฤติตัวให้เหมาะสมเป็นไปตามวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย ซึ่งประกาศอันนี้กระจายไปทั่วในกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอลในไทยและโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆของสถานทูต เมื่อนักท่องเที่ยวรับทราบถึงประกาศอันนี้เริ่มมีพฤติกรรมที่เหมาะสมขึ้น เพราะรู้สึกห่วงใยคนไทย แม้บางครั้งการมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็อยากจะมาพักผ่อนและรู้สึกดื่มด่ำกับบรรยากาศในประเทศไทย ดังนั้นนักท่องเที่ยวก็อยากรู้สึกเป็นที่ต้อนรับและไม่ก่อให้เกิดการฝ่าฝืนหรือละเมิดต่อกัน และขอยืนยันว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็มีประเทศเป็นของตนเองไม่ต้องการที่จะยึดครองประเทศไทย เราแค่ต้องการมาท่องเที่ยวเท่านั้นและกลับไปที่ประเทศของเรา
หลังจากนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถยึดครองประเทศไทยได้ และเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ก็ย้ำเช่นกัน
นายอนุทิน กล่าวถึงมาตรการการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ พฤติกรรมมึนเมาของนักท่องเที่ยว การสูบกัญชา ว่า ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายอำเภอปายไปแล้วให้เร่งดำเนินการ เช่น การออกใบอนุญาต ที่ต้องคำนึงถึงคนในพื้นที่ เพราะ อ.ปายเป็นเมืองสงบ ไม่ใช่ว่าคนมาเยอะจะต้องสูญเสียอัตลักษณ์ไป ตนไม่อยากเห็นเมืองที่สงบ มีวัฒนธรรมดีงาม จะต้องเปลี่ยนรูปแบบไป
เมื่อถามถึงกรณีที่นักท่องเที่ยวในกิจกรรมล่องลำน้ำปายทิ้งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงน้ำนายอนุทินย้ำว่าสำนึกต้องมี ขณะที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกันตามมาตรการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้กำหนด หากพบนักท่องเที่ยวทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสียหายต่อสาธารณะ ธรรมชาติก็ต้องปรับผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน
“การที่จังหวัดออกมาตรการการห้ามนักท่องเที่ยวสูบบุหรี่และกัญชาในพื้นที่ถนนคนเดินปาย ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอ.ปายว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วซึ่งตามกฏหมายก็ห้ามสูบในพื้นที่สาธารณะอยู่แล้ว”นายอนุทิน กล่าว
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่“ถนนคนเดินปาย” เพื่อตรวจเยี่ยมการดูแลนักท่องเที่ยว และการดำเนินกิจการในพื้นที่ สอบถามพูดคุยกับนักท่องเที่ยว พื่อให้ความมั่นใจ พร้อมได้สั่งเทศบาลแกะสติ๊กเกอร์เรื่องละเอียดอ่อนรวมถึงออกทำความเข้าใจประชาชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี