หวั่นละเมิดกม.ระหว่างประเทศ! ‘โรม’ภาวนาขออย่าเป็นเรื่องจริงหากรัฐบาลไฟเขียวส่ง‘ชาวอุยกูร์’ให้‘จีน’ เตรียมดันเข้าหารือใน‘กมธ.ความมั่นคงฯ’สัปดาห์หน้า รับไม่ชัวร์มี‘ดีลลับ’หรือไม่ ด้าน‘รอมฎอน’ปูดมีขบวนรถถอยหลังเข้า‘สตม.’เมื่อคืน นำขึ้นทางด่วนก่อนเจ้าหน้าที่ปิดใช้งานช่วงตีสอง
27 ก.พ.2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีมีรถต้องสงสัยที่คาดว่าจะขนชาวต่างชาติออกจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ว่า ตนได้พยายามพูดคุยกับหลายคนที่เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองว่าตกลงแล้วที่มีข่าวลือว่าจะขนชาวอุยกูร์ส่งกลับไปที่ประเทศจีนมีความชัดเจนอย่างไร โดยเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมต่างปฏิเสธซึ่งตนก็ยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อบ่งชี้หลายอย่างที่ทำให้เกิดความน่ากังวลเป็นอย่างยิ่งเช่น กรณีที่มีการปรากฏภาพและคลิปวิดีโอว่ามีรถยนต์ติดสติกเกอร์สีดำต่างๆ เข้าไปในตม.สวนพลูเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา โดยรถยนต์คันดังกล่าวมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ตนพยายามติดต่อด้วยนั้นก็เหมือนมีการปิดเครื่อง
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากมีการส่งชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนจริงๆ ตนคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ประเทศไทย แต่จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาก็มีความเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจทำให้เกิดบรรยากาศที่ตรึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยได้อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีบทบาทในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งการส่งชาวอุยกูร์เช่นนี้อาจจะทำให้ส่งผลกระทบที่ไม่ดี และเกิดคำถามว่าการบทบาทด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยเป็นอย่างไรและอีกประการคือเรามีพระราชบัญญัติซ้อมทรมานและป้องกันการอุ้มหาย โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือเราจะไม่ส่งคนที่เรารู้ดีว่าเมื่อไปส่งไปแล้วจะเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกาย ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นการละเมิดกฎหมายดังกล่าวรวมถึงเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ หากยังมีการจำกันได้เราเคยมีการส่งชาวอุยกูร์ไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้นคือมีระเบิดเกิดขึ้น ซึ่งตนก็ไม่ไปทำนายอะไรแต่มองด้วยความเป็นห่วงว่าหากมีการตัดสินใจของรัฐบาลในการที่จะส่งชาวอุยกูร์ไปให้จีน ก็อาจจะมีผลกระทบหลากหลายรูปแบบมากๆ หากคำนวณทุกอย่างแล้ว หากรัฐบาลสนใจที่จะส่งชาวอุยกูร์จริงๆ ตนก็ได้แค่ภาวนาว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง
ด้านนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตน และน.ส.ธิษะณา ชุณหวัณ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ไปสังเกตการณ์ที่ตม.สวนพลู ซึ่งก็พบความผิดปกติหลายอย่าง คือ ประตูรั้วปิดแต่ก็เข้าใจได้ว่าเลยเวลาราชการมาแล้ว ทั้งที่ปกติบริเวณนั้นจะเปิด เนื่องจากมีตู้เอทีเอ็มอยู่ นอกจากนี้ ตนยังได้พบกับญาติของชาวอินเดียที่เป็นผู้ต้องกักคนหนึ่งที่มีการอ้างว่าปิดทำการ 2 วัน ให้กลับมาอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ถือเป็นความผิดปกติ เนื่องจากไม่ใช่วันหยุดราชการ รวมถึงเรื่องรถขนคนที่ถอยหลังเข้ามา 2 คันใหญ่ ซึ่งตนพยายามคุยกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแต่เขาก็ไม่ได้ให้ข้อมูลมากนักและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน เพราะไม่ได้มีการติดต่อไปก่อน
อย่างไรก็ตาม ตนได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีสื่อมวลชนที่พยายามติดตามรถขนคนไปทางด่วน แต่เมื่อรถบนวนนี้เข้าทางด่วนเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปิดการใช้งานทางด่วน แต่ผู้สื่อข่าวก็พยายามที่จะไปขึ้นทางด่วนแห่งอื่นๆ อีกอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งพบว่ามีการปิดใช้งานเช่นกันตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมากลับพบว่ามีไฟล์ทบินปริศนาที่เดินทางไปยังเป้าหมายที่ไม่ระบุในตอนแรกไปยังประเทศจีน
นายรอมฎอน กล่าวต่อว่า ตนได้มีการพูดคุยกับนายรังสิมันต์มาตลอด และพยายามที่จะสื่อสารถึงนายกรัฐมนตรีรวมถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจในทางการเมือง ซึ่งนายรังสิมันต์และตนได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับนโยบาย ข้าราชการประจำทุกคนพูดเป็นเรื่องเดียวกันว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ฉะนั้น ทั้งหมดนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะบวกจะลบ ท่านจะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยน ไม่ว่าการตัดสินใจจะเป็นอย่างไรตนคิดว่าคนที่จะต้องตอบคำถามต่อวิกฤติครั้งนี้คือนายกรัฐมนตรี และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสื่อสารออกมาไม่ว่าจะยืนยันหรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใดๆ โดยเร็วที่สุดคือก่อนเที่ยงของวันนี้ และเราคงต้องใช้กลไกของสภาฯ เท่าที่มีอยู่ในการไตร่สวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ออกมา อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนจับตามองและติดตาม
เมื่อถามว่า จะมีการตั้งญัตติด่วนในสภาฯ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องญัตติด่วนเป็นเรื่องที่กำลังหารือกันเพราะหากจะตั้งญัตติด่วนได้ต้องเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย แต่เรื่องนี้เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งนี้ หลังจากนี้เราจะได้มีการหารือกันในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศสภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์หน้า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการดีลทางการเมืองเพื่อให้ส่งตัวทั้งชาวอุยกูร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับไปพร้อมกันนั้น ตนขอไม่ยืนยันข้อมูลตรงนี้
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี