แจกแล้วเงินค่าล้างโคลนหมื่นบาท ชาวเชียงรายดีใจหลังรอคอยมานาน เทศบาลนครเชียงรายรับเป็นพื้นที่แรก
วันที่ 26 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์ประชุมนครเชียงราย จ.เชียงราย นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยและร่วมกันดำเนินการจ่ายเงินค่าล้างโคลน จำนวนครอบครัวละ 10,000 บาท ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยห้วงเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมมา โดยแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงราย ก่อนเป็นพื้นที่แรก โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงราย มีผู้ได้รับการช่วยเหลือจำนวน 7,483 ครัวเรือน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทาง จ.เชียงราย ได้ขอรับการสนับสนุนเงินงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัยหรือน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2567 ซึ่งได้รัฐบาลได้อนุมัติให้จัดสรรเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด (วงเงิน 300 ล้านบาท) เป็นค่าใช้จ่ายด้านการดำรงชีพและค่าล้างทำความสะอาดดินโคลน รวมทั้งซากวัสดุต่างๆ ในที่อยู่อาศัยหลังละ 10,000 บาทแล้ว เป็นโดยมีการจัดสรรให้กับ อ.แม่สาย จำนวน 134,776,273 บาท และ อ.เมืองเชียงราย จำนวน 157,370,976 บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน 292,143,249 บาท
นายประสงค์ หล้าอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า อุกภัยที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ อ.แม่สาย และ อ.เมืองเชียงราย อย่างหนัก ซึ่งภาครัฐต้องใช้เวลาในการพื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนมาแล้วหลายด้าน ก่อนหน้าเคยได้งบประมาณช่วยเหลือมาแล้วประมาณ 100 ล้านบาท แต่ก็ไม่เพียงพอจนต้องมีการร้องขอรับการสนับสนุน เพราะพื้นที่ประสบภัยและจำนวนผู้ได้ที่ได้รับผลกระทบนั้นมีจำนวนมาก จนได้เงินมาเพิ่มเติมในครั้งนี้ โดยจะแจกจ่ายให้การช่วยเหลือพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.เมืองเชียงราย และ อ.แม่สาย โดยจะเริ่มทยอยแจกไปจนถึงวันที่ 2 เมษายน 2568 และหลังจากนี้ก็จะให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของบประมาณมาช่วยเหลืออีกในส่วนของด้านเครื่องใช้ในครัวเรือน หรือด้านอื่นๆ ต่อไป
ทางด้าน นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่เมืองเชียงรายเกิดน้ำท่วม จากแม่น้ำกรณ์และแม่น้ำลาว ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงราย ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจนไม่เกิดน้ำท่วมอีกแล้ว ส่วนน้ำที่ท่วมครั้งนี้เกิดจากแม่น้ำกก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจมาจากการเกิดฝนตกหนัก หรือการทำเหมืองต่างๆ จนเกิดการอุ้มน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้มีมวลน้ำไหลมามหาศาล เป็นเหตุสุดวิสัยทำให้เกิดความเสียหายค่อนข้างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางเทศบาลนครเชียงราย ก็มีการช่วยเหลือในหลายด้านทั้งการพื้นฟูและเยียวยาเบื้องต้นตามงบประมาณท้องถิ่นที่มีอยู่ แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงมีการร้องขอรับการสนับสนุนความช่วยเหลือไปทางจังหวัด จนได้รับเงินก้อนนี้มา แม้จะไม่มากแต่ก็เชื่อว่ามีประโยชน์ต่อประชาชนผู้ประสบภัยได้ไม่มากก็น้อย ส่วนการป้องกันระยะยาวก็จะมีการเตรียมแผนทำแนวตลิ่งตลอดแนวแม่น้ำกก ระยะทางประมาณ 10 กว่า กิโลเมตรให้สูงขึ้น สามารถรองรับหรือระบายน้ำได้ดีกว่านี้ รวมถึงจะหาแนวทางอื่นไม่ไม่ให้เกิดน้ำท่วมอีกในอนาคต ซึ่งกำลังศึกษาอย่างรอบด้านอยู่
ขณะที่ นางกรรณิกา จันทร์มา อายุ 58 ปี ชาวชุมชนทิวรัตน์ เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ประสบภัยที่เดินทางมารับเงินช่วยเหลือครั้งนี้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ทางภาครัฐไม่ทอดทิ้งชาวบ้าน มีเงินมาช่วยเหลือแม้จะไม่มาก แต่ก็จะสามารถนำไปต่อยอดการดำรงชีวิตได้ เพราะน้ำท่วมที่ผ่านมารุนแรงมากทรัพย์เครื่องใช้ในครัวเรือนเสียหายทั้งหมด นอกจากจะต้องหาซื้อใหม่ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายกับการล้างโคลนและซ่อมแซมบ้านใช้เงินอีกค่อนข้างมาก ตอนนี้ก็ยังซ่อมไม่เสร็จ เงินก้อนนี้จะทำให้มีประตูบานใหม่ไปเปลี่ยน และที่เหลือจะซื้อเครื่องใช้ครัวเรือนเพื่อใช้ในการดำรงชีพต่อไป
เช่นเดียวกับ นายมณี และนางคณึงนิจ จานโอ สามีภรรยา ชาวชุมชนฮ่องลี่ เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งได้พากันมารับเงินครั้งด้วย กล่าวว่า น้ำท่วมทำให้ทรัพย์สินและบ้านเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท และต้องใช้เวลาในการพื้นฟูบ้านนานกว่าสัปดาห์ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการเยียวยาจากเทศบาล 2,500 บาท และจากภาครัฐอีก 9,000 บาท ส่วนเงินค่าล้างโคลนขอไปกันนานมากคิดว่าจะไม่ได้แล้ว แต่มาได้ในครั้งนี้รู้สึกดีใจมาก แม้จะเป็นเงินไม่มากเมื่อเทียบความสูญเสีย แต่ก็มีผลต่อจิตใจที่จะให้มีกำลังในการก้าวเดินหรือต่อสู้ต่อไปในอนาคต ///-026
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี