ตึกถล่ม!เบื้องต้นตาย3-ติดซากร่วมร้อย
แผ่นดินไหวถล่มไทย
สั่นสะเทือนทั่วกทม.-24จังหวัด
ศูนย์กลางเมียนมาเขย่าแรง8.2
ปชช.แตกตื่นหนีตายจากตึกสูง
มท.1สั่งเฝ้าระวัง
กทม.แตกตื่น! เหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่เมียนมาขนาด 7.4 ความลึก 10 กม. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้าจ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กม. รับรู้แรงสั่นสะเทือนในกทม.ปริมณฑล ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ด้านกรมทรัพย์ชี้ดินไหวบนบกขนาด 7.7 เมืองมัณฑะเลย์ เมียนมา สะเทือน 24จังหวัดไทยเหตุจากรอยเลื่อนสะกายขยับ
ส่งผลกระทบให้ตึกสูงหลายแห่ง โดยเฉพาะในกทม.ทำให้อาคาร 30 ชั้นของ สตง.มูลค่ากว่า 2 พันล้านถล่มทั้งหลัง มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 3 ระดมกู้ภัยเร่งค้นหาคนงานติดค้างภายในอีกกว่า 80 ราย ‘มท.1’ สั่งทุกจังหวัดเข้มอยู่สแตนด์บายในพื้นที่เฝ้าระวัง ‘อาฟเตอร์ช็อคแผ่นดินไหว’ ตลอด24ชั่วโมงต่อจากนี้ กำชับดำเนินการให้เสมือน ‘พื้นที่ประสบภัยพิบัติ’ ขณะที่ผู้ว่าฯกทม.ประกาศให้กรุงเทพฯเป็นเขตประสบภัยแผ่นดินไหวระดับ 2
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าเมื่อเวลา 13.20 น. เกิดแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศเมียนมา ขนาด 7.4 ความลึก 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กิโลเมตร เบื้องต้นได้รับความรู้สึกสั่นไหวบริเวณกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
อาฟเตอร์ช็อก14ครั้ง-อุตุปรับระดับเป็น8.2
ต่อมาเวลา 14.33 น ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์อัพเดตขนาดความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.20 น.ว่า กรมอุตุนิยมวิทยา โดยกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ตรวจพบแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร มีศูนย์กลางบริเวณเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน 320 กิโลเมตร ทำให้รู้สึกได้บริเวณกว้างในประเทศไทย ทั้งนี้ จากข้อมูลถึงเวลา 16.18 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้ว 14 ครั้ง ทั้งในเมียนมาและ จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย ซึ่งยังสามารถเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นได้อีก โดยครั้งที่ 1 เวลา 13.32 น. ขนาด 7.1 ครั้งที่ 2 เวลา 13.45 น. ขนาด 5.5 ครั้งที่ 3 เวลา 14.24 น. ขนาด 4.0 ครั้งที่ 4 เวลา 14.37 น. ขนาด 5.2 ครั้งที่ 5 เวลา 14.42 น. ขนาด 3.9 ครั้งที่ 6 เวลลา 14.49 น. ขนาด 3.3 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 7 เวลา 14.50 น. ขนาด 3.5 ครั้งที่ 8 เวลา 14.57 น. ขนาด 4.7 ครั้งที่ 9 เวลา 15.21 น. ขนาด 4.0 ครั้งที่ 10 เวลา 15.45 น. ขนาด 3.7 ครั้งที่ 11 เวลา 15.52 น. ขนาด 3.8 ครั้งที่ 12 เวลา 16.06 น. ขนาด 4.2 ครั้งที่ 13 เวลา 16.11 น. ขนาด 3.8 ครั้งที่ 14 เวลา 16.18 น. ขนาด 3.1 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังปรับตัวเลขแผ่นดินไหวเป็น 8.2 และหลังเกิดแผ่นดินไหวแล้ว มีอาฟเตอร์ช็อกขนาด 7.1 เมื่อเวลา 13.32 น. ความรุนแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ นับว่าเป็นการไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 90 ปี นับจากการตรวจวัดแผ่นดินไหวที่จังหวัดน่านเมื่อ พ.ศ.2478
กรมทรัพย์ฯแจงเหตุรอยเลื่อนสะกายขยับ
วันเดียวกัน นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แถลงว่า เมื่อเวลา 13.20 น.แผ่นดินไหวบนบกขนาด 7.7 ขนาดความลึก 10 กม. ศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จากนั้นอีกเพียง 12 นาที ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 6.4 ตามมา ตามประกาศของ USGS
สำหรับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดจากรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งถือเป็นรอยเลื่อนมีพลังมากที่สุดในผืนแผ่นดินใหญ่ประเทศในอาเซียน ในเมืองมัณฑะเลย์ ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางเหนือของเมืองสะกาย ของเมียนมาเพียง 16 กม. และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 1,100 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในประเทศไทยรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การขยับของรอยเลื่อนสะกายตามแนวระนาบเหลื่อมขวามีอัตราเคลื่อน 2 ซม.ต่อปี โดยรอยเลื่อนสะกาย ก่อหน้านี้เคยมีเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2473 ขนาด 7.3 และมีผู้เสียชีวิต 500 คน และความเสียหายจำนวนมาก
24จังหวัดทั่วไทยสะเทือนหนัก
นายพิชิตกล่าวต่อว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้รับรู้แรงสั่นสะเทือนในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี ภาคตะวันออก ชลบุรี ส่วนภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ ราชบุรี ลพบุรี นครนายก และกทม.และจังหวัดปริมณฑล ทั้งนี้ มีข้อแนะนำหลังเกิดแผ่นดินไหวไม่ตื่นตระหนกในช่วง 2 ชั่วโมงตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว ให้อยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ออกห่างจากอาคาร ออกจากอาคารสูง อาคารเก่า และอาคารที่มีร่องรอยความเสียหาย โดยทันที รถสาธารณะควรงดให้การบริการ ตรวจสภาพตัวเองและคนข้างเคียง หากได้รับบาดเจ็บ ให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
นายกฯแถลงด่วนจากภูเก็ต
เวลา 14.40 น. ที่จ.ภูเก็ต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวด่วนกรณีเหตุแผ่นดินไหวรู้สึกได้ทั่วกรุงเทพฯว่า ได้สั่งการไปที่กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่งข้อความแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และต้องปฏิบัติตัวในเบื้องต้นอย่างไร ขณะที่รัฐบาลแจ้งผ่านสื่อทุกช่องทางทั้งเฟซบุ๊ก และทีวีเพื่อให้ประชาชนรับทราบว่าจะปฏิบัติตัวต่อเหตุแผ่นดินไหวอย่างไร โดยสั่งการดีอีเรื่องเซลล์บอร์ดแคส และสั่งกลาโหม รวมถึงผบ.ทสส.ที่ประชุมผ่านซูมให้เตรียมเรื่องของกำลังพล ให้หน่วยงานความมั่นคงดูแลเรื่องความปลอดภัย ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ติดตาม คาดการณ์สถานการณ์ สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหว ปกติจะมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากเกิดครั้งแรก แต่ความรุนแรงจะค่อยๆลดลง ความรุนแรงไม่เท่าครั้งแรกและตามข้อมูลสถิติแล้วภายใน 24 ชั่วโมงจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกได้
กทม.ตั้งศูนย์บัญชาการสั่งทุกเขตพร้อม
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ดูแลเรื่องการเดินทางทั้งอากาศและรถยนต์ ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์ยังปกติ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขให้เตรียมความพร้อมเรื่องโรงพยาบาล หน่วยการแพทย์ฉุกเฉินในบางพื้นที่ที่อาจจะเกิดความเสี่ยง ทั้งนี้ สั่งการให้ สถานีโทรทัศน์ NBT เป็นศูนย์รวมข้อมูล ตลอด 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเพื่อที่ให้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมรวมถึงอัพเดทสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆที่จะเกิดขึ้น
“ขอให้ประชาชนทุกคนออกจากตึกสูง ทุกกระทรวงได้เตรียมการเรียบร้อยแล้วขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบไม่กังวลจนเกินไปแต่ต้องระวังตัวรวมถึงโรงเรียนต่างๆขอให้นักเรียนทุกคนกลับบ้านก่อนหากมีอะไรจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบ ตอนนี้อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จะรีบเดินทางกลับกรุงเทพโดยด่วน และจะเรียกทุกหน่วยงานประชุมอีกครั้งเวลา 17:00 น. ที่ บน.6 ทันทีที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งตั้งศูนย์บัญชาการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว กทม1 เสาชิงช้า ทันที โดยนั่งหัวโต้ะประชุมบัญชาการ พร้อมสั่งการทุกเขตสำรวจความเสียหาย รวมทั้งโรงพยาบาลต่างๆ
ประกาศเขตประสบแผ่นดินไหวระดับ2
จากนั้นนายชัชชาติร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหวเวลา 13.45 น. ที่ผ่านมา โดยสั่งการให้ทุกสำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพฯ ติดตามสถานการณ์และผลกระทบในพื้นที่ ชี้แจงทำความเข้าใจประชาชนเพื่อลดความตื่นตระหนก สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือ นำผังเมืองมาวิเคราะห์และระบุจุดที่มีความเสี่ยงหรือเป็นพื้นที่ดินอ่อนริมแม่น้ำ รวมทั้งส่งชุดปฏิบัติการออกปฏิบัติการ เบื้องต้นที่ประชุมรับแจ้งเหตุความเสียหาย ดังนี้ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ความสูง 30 ชั้น ในพื้นที่เขตจตุจักรถล่ม โดยมีรายงานว่ามีผู้ติดค้างในอาคารจำนวนมาก อาคารวานิช ถนนเพชรบุรี อาคารโรงพยาบาลกลาง และอาคารโรงพยาบาลตำรวจมีรอยร้าวเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานของกทม. อาทิ สำนักการแพทย์ สำนักงานเขต ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายโยธา ติดตามสถานการณ์ และความเสียหาย ทั้งโรงพยาบาล อาคารสูง ตึกร้าง หากพบความเสียหายของอาคาร รอยร้าวของอาคาร ให้รายงานเข้ามาที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ในส่วนโรงพยาบาลให้ตรวจสอบประเมินโครงสร้างอาคารโดยฝ่ายซ่อมบำรุงหากตรวจสอบอาคารแล้วสามารถกลับเข้าไปได้โดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตให้กลับเข้าไปรักษาก่อน ส่วนผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่เร่งด่วนให้กลับก่อนแล้วนัดหมายใหม่ ต่อมาเวลา 15.30 น. ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงนาม ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตประสบสาธารณภัย ระดับที่ 2
อาคาร30ชั้นของสตง.ถล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด ศูนย์กลางอยู่ที่เมียนมามีผลกระทบทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ตึกสูงและอาคารต่างๆ เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง เนื่องจากการสั่นสะเทือนจากคลื่นความถี่ต่ำ ส่งผลให้อาคารที่กำลังก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมาทั้งหลัง ในเรื่องนี้ นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)แถลงยืนยันว่า อาคารสำนักงาน สตง.แห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในย่านจตุจักร ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและพังถล่มลงมาเกือบทั้งหมด สำหรับอาคารดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างความสูง 30 ชั้น มีมูลค่าก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 แต่ถูกระงับชั่วคราวช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันโครงการก่อสร้างดำเนินไปแล้วร้อยละ 30 จากแผนการก่อสร้างทั้งหมด
ศธ.สั่งปิดรร.ทั่วปท.-สำรวจความเสียหาย
เวลา 15.40 น. นายภูมิธรรม เวชชชัย รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ตรวจเหตุอาคารถล่มในเขตจตุจักรว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้หลายคนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนทั่วกรุงเทพ เท่าที่ได้รับรายงานมาจากศูนย์อำนวยการทั้งหมดระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 100 ปี และเรากำลังกังวลว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ตนสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ 1.กระทรวงศึกษาธิการให้สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งโชคดีที่ตรงกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์พอดี 2.กระทรวงสาธารณสุข ตั้งศูนย์อำนวยการรองรับเหตุผู้ป่วยฉุกเฉินและตรวจสอบความเสียหายของโรงพยาบาล 3.กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์และประชาสัมพันธ์จุดเสี่ยงให้กับประชาชน
เบื้องต้นตาย3เร่งค้นหาอีก81คน
”ขอให้สำรวจอาคารในโรงพยาบาล โรงเรียน วัดวาอารามว่ามีรอยร้าวหรือไม่มั่นคงเสี่ยงจะทรุดลงมา กรุงเทพฯน่าเป็นห่วง เนื่องจากพื้นดินเป็นเลน จึงมีความอ่อนไหว จากการตรวจสอบพบว่ามีหลายจุดที่เกิดอาคารทรุดร้าวและถล่มมี 2 จุดใหญ่ คือ อาคารเก่า 3 ชั้นย่านบางขุนเทียน และอาคารย่านจตุจักรแห่งนี้ เป็นจุดใหญ่ที่สุด“ นายภูมิธรรม กล่าว และว่า อาคารที่เกิดเหตุหลังนี้เป็นอาคารของสำนักงบประมาณความสูง 34 ชั้น มีผู้รับเหมารายย่อยหลายราย ขณะนี้กำลังตรวจสอบผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคาร เบื้องต้นรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายแต่ยังไม่มีมีการยืนยันสัญชาติ ส่วนที่ติดอยู่ข้างในประมาณ 81 ราย ทั้งนี้ การเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในซากอาคาร ได้นำทีมทหาร 10 กอง ทีมสุนัขค้นหา K9 และทีมบินโดรนค้นหา ซึ่งอุปสรรคในการค้นหาผู้ที่อยู่ในซากอาคารคือการใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ ที่อาจทำให้ไปโดนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในอาคารได้ ส่วนการช่วยเหลือนั้นคาดว่าใช้ระยะเวลาหลายวัน
มท.1สั่งเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช๊อค24ชม.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย วิทยุด่วนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กำชับส่วนราชการ ตลอดจนเครือข่ายอาสามัครต่างๆ เตรียมพร้อมสแตนด์บายรับมือหากเกิดสถานการณ์ จัดทีมกู้ภัยพร้อมเข้าจุดเสียหายรวมถึงให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวต่อประชาชน นอกจากนี้ ให้เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อคที่จะตามมา ตลอด 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ไป โดยขอเร่งให้ข้อแนะนำผ่านสื่อทุกสื่อให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อให้เผยแพร่ไปยังประชาชนมากที่สุด
“ให้ผู้ว่าฯกำชับปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ สแตนด์บายให้อยู่ในพื้นที่ ห้ามลา ห้ามขาด พร้อมตรวจสอบความเสียหาย เยี่ยมให้กำลังใจประชาชน เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดโดยด่วน ผมในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ขณะนี้ให้ถือว่าดำเนินการให้เปรียบเสมือนพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อจัดงบประมาณ จัดความช่วยเหลือต่างๆตามระเบียบพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ขอให้ดำเนินการทันที และให้มีผลจากนี้เป็นต้นไป โดยให้รายงานสถานการณ์มายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดเวลาที่คาดว่าจะเกิดสถานการณ์” รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าว
รพ.ศิริราชร้าวเศษปูนร่วงอพยพผู้ป่วย
พ.ต.อ.สมสิทธิ์ สันทัสนะโชค ผกก.สน.บางกอกน้อย พ.ต.ท.ปริญญา เทียนทอง รองผกก.ป.สน.บางกอกน้อย สั่งการให้พ.ต.ต.สิทธิชัย พรหมเรียน สวป.สน.บางกอกน้อย พร้อมกำลังฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.บางกอกน้อย สำรวจความเสียหายเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ศูนย์เฟื่องฟ้า โรงพยาบาลศิริราช หลังเกิดรอยแตกร้าวมีเศษปูนตกหล่นลงมา ทางเชื่อมระหว่างตึกโกสินทร์กับ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ และทางเชื่อมระหว่างตึกอานันทมหิดล ชั้น 10 กับตึกเจ้าฟ้ามหาจักรี ชั้น 12 เกิดมีรอยแตกร้าว และเศษหินหล่นตกหล่นด้านล่าง ทั้งนี้ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เบื้องต้นไม่ได้รับความเสียหาย อยู่ระหว่างอพยพคนและผู้ป่วย
รพ.ตำรวจย้ายผู้ป่วยออกมาด้านนอก
สำหรับบรรยากาศที่ รพ.ตำรวจ ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย โดยมี พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทีมโฆษก ตร.ลงพื้นที่มาคอยดูแลความเรียบร้อย
ทางด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ ได้ใช้แผนอพยพคนไข้ระดับสูงสุด โดยอพยพผู้ป่วยสูงมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ รพ.ตำรวจ ได้วางไว้ โดยทางได้มีการจัดความสำคัญของคนไข้แต่ละระดับเพื่อให้การช่วยเหลือ พร้อมประสานกำลังตำรวจจากหน่วยต่างๆ รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้ามาสแตนบาย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือ หากประชาชนมีปัญหา โดยเฉพาะในโรงพยาบาลตำรวจ
ใช้แผนความปลอดภัยระดับสูงสุด
ขณะที่ พล.ต.ต.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษก รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการย้ายผู้ป่วยจากอาคารออกมาด้านนอกทั้งหมดแล้ว ยอมรับว่าแผนรับมือแผ่นดินไหวยังไม่มี แต่ได้ใช้แผนอพยพอัคคีภัย 3 ซึ่งเป็นแผนที่ให้ความปลอดภัยผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งแผนการรองรับผู้ป่วยจะแบ่งเป็น 3 จุด ยืนยันว่า ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งผู้บริหารและแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจรวมถึงโฆษกโรงพยาบาลตำรวจได้มีความห่วงใยและลงพื้นที่เข้ามาสนับสนุน และประสานวิศวกรโยธาเข้ามาตรวจสอบว่ามีตึกไหน หลังเกิดแผ่นดินไหวสามารถย้ายผู้ป่วยเข้าไปรักษาต่อในตึกได้ เชียงใหม่หนีตายระทึก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.เชียงใหม่ ประชาชนชาวที่มาช้อปปิ้งในห้างดังในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับรู้ถึงแผ่นดินไหว ทำให้ต้องพากันวิ่งหนีตาย มายังลานจอดรถ ผู้สูงวัยบางคนถึงกับหกล้ม ต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยปฐมพยาบาลเป็นการด่วน ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ได้รีบเข้าไปช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ รพ.มหาราช คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากตึกสูง มายังในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นตามมา
ทั้งนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการไปยังนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ พร้อมด้วยเทศบาล และฝ่ายปกครองในทุกท้องที่เร่งสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนแล้ว
รพ.แม่สอดย้ายผู้ป่วยไปที่ปลอดภัย
ส่วนที่ รพ.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ที่รู้สึกได้ถึงแรงสั่นไหวอาคารตึกสูง ทางแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารตึกสูงออกมาด้านนอกอาคาร ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.รัง ดาวดึงษ์ ผกก.สภ.แม่สอดได้นำชุดจราจร สภ.แม่สอด ได้อำนวยความสะดวกการจราจรและช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย บริเวณ รพ.แม่สอด
ที่ จ.พิษณุโลก นพ.ทรงเกียรติ อุดมพรวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่าน เพจ Infectious ง่ายนิดเดียว ความว่า โกลาหล แผ่นดินไหว พิษณุโลก นี่อยู่ รพ.พุทธชินราช แทบล้ม ยังไม่หยุด 5 นาทีแล้ว และต่อมา นพ.ทรงเกียรติได้โพสต์ภาพ เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วย และผู้ที่มาหาหมอ ใน รพ.พุทธชินราช ต่างอพยพย้ายมาอยู่ภายนอกอาคารกัน
รพ.ระยองอพยพคนไข้ลงจากตึก
เช่นเดียวกับที่รพ.ระยอง รับรู้ถึงแรงสั่นไหวมีการอพยพคนไข้ที่อยู่ตึกสูง 2-3 ตึก ลงมาจุดรวมพลพื้นที่ปลอดภัยของ รพ.ก่อนที่ในเวลา 15.30 น. มั่นใจว่าปลอดภัยจึงย้ายผู้ป่วยเข้าตามเดิม นพ.ภูษิต ทรัพย์สมพล ผอ.รพ.ระยอง เปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่ของและคนไข้รับรู้ถึงแรงสั่นไหวของแผ่นดิน โดยเฉาะในตึกสูง 2-3 ตึกของ รพ.ระยอง คนไข้รู้สึกโคลงเคลง เวียนหัว รพ.จึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่พอจะเคลื่อนย้ายได้ ลงมายังจุดที่ปลอดภัย จุดรวมพล ซึ่งไม่มีคนไข้ และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด หลังมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว ก็ได้เคลื่อนย้ายคนไข้กลับ และคนไข้ที่ไม่เจ็บไข้รุนแรง ก็ให้กลับบ้านไปก่อน ค่อยมารับการตรวจวันหลัง ส่วนคนไข้ที่ต้องผ่าตัดรอไม่ได้ให้ดำเนินการปกติ
ทุกเขื่อนทั่วไทยยังปลอดภัย
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์แผ่นดินไหว ว่า ได้สั่งการให้นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนทั่วประเทศ ขณะนี้กำลังรายงานเข้ามา เบื้องต้นขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่าทุกเขื่อนของเรามีความแข็งแรง ไม่เกิดผลกระทบใดๆ แน่นอน ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว และได้สั่งให้ตรวจสอบเขื่อน โดยเมื่อผลการตรวจสอบของแต่ละเขื่อนที่เป็นทางการออกมาก็จะรายงานให้นายกฯทราบต่อไป ทั้งนี้ นายกฯได้สั่งการทุกกระทรวงเข้าไปช่วยเหลือในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของแต่ละกระทรวง
สพฐ.สั่งเลื่อนสอบเข้าม.1/ม.4
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ทั่วประเทศ ว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28มีนาคม2568 ให้แจ้งโรงเรียนมัธยมที่จะสอบเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่1และมัธยมศึกษาปีที่ 4 สอบวันที่ 29-30มีนาคมนั้น ให้เลื่อนการสอบทั้งหมดออกไปก่อน และให้โรงเรียนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความมั่นคง ความแข็งแรงความปลอดภัยของอาคารเรียนโดยเฉพาะอาคารเรียนสูง จนกว่าคณะกรรมการแจ้งยืนยันความปลอดภัยจึงจะดำเนินการสอบใหม่อีกครั้ง สพฐ.จะกำหนดปฏิทินการรับนักเรียนและการสอบใหม่อีกครั้งและแจ้งให้ทราบต่อไป
เตือนอาคารสูงในกทม.เสี่ยงแตกร้าว
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและนักวิจัยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวที่ทำให้อาคารในกรุงเทพฯ สั่นไหวรุนแรงวันนี้ สถานการณ์ยังไม่แน่ชัด และมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมา ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างอาคารบางแห่งได้รับความเสียหายเพิ่มเติม ทั้งนี้ อาคารที่สร้างก่อนปี 2550 มีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากออกแบบก่อนมีกฎกระทรวงที่กำหนดให้อาคารต้องรองรับแผ่นดินไหว โดยกฎกระทรวงฉบับใหม่ปี 2564 กำหนดให้มีมาตรฐานต้านแผ่นดินไหว แต่อาคารใน กทม. ยังมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานดังกล่าว
“สุริยะ”ยันสะพานพระราม 9 ปลอดภัย
ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นขณะนี้ทาง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ( กทพ.) ได้รายงานยืนยันแล้วว่าสะพานพระราม 9 ไม่ได้รับผลกระทบหรือชำรุดเสียหาย ขณะที่สะพานพระราม 3 ยังคงใช้ดำเนินการได้ตามปกติด้วยเช่นกัน พร้อมยืนยันว่ามีความแข็งแรง สามารถรองรับการสัญจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามทางพิเศษเฉลิมมหานคร ได้ปิดทางขึ้น-ลง ตรงด่านดินแดง เนื่องจากเครนก่อสร้างจากอาคารข้างเคียง มีเศษวัสดุหล่นใส่ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด และมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยระดับสูงสุดทุกเส้นทางภายใต้การดูแลของ กทพ. สำหรับทางพิเศษบริเวณอื่นๆ นั้น ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
กทพ.สั่งปิดทางด่วนขึ้นลงด่านดินแดง
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี รองผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า กทพ.ได้มีคำสั่งปิดทางด่วนขึ้น-ลงด่านดินแดง แต่ยืนยันว่า โครงสร้างไม่ได้รับผลกระทบ แต่เกรงว่าจะมีชิ้นส่วนของเครนที่ถล่มใกล้กับทางด่วนจะหล่นลงมาหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกจึงต้องสั่งปิดทางขึ้นลงด่านดินแดง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี