เจออีก 5 ศพใต้ซากตึกสตง.
เร่งออกลุยค้นหา
ยังสูญหายอีก 74 ราย
ระดมเครื่องจักรหนัก
เคลียร์ซากปรักหักพัง
หวังพบเหยื่อรอดชีวิต
กทม.ประกาศยกเลิกกองอำนวยการฯ แผ่นดินไหว ชี้สถานการณ์คลี่คลาย สำนักเขตดูแลได้ ด้านกรมอุตุฯสรุปเกิดอาฟเตอร์ช็อกรวม 236 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 3.0-3.9 จำนวน 108 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 5.0-5.9 เกิดขึ้น 7 ครั้ง ส่วนทีมกู้ภัยเร่งค้นหา ผู้ติดใต้ซากตึกต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ปรับแผนเข้มข้น หวังพบผู้รอดชีวิตเพิ่ม โดยยกระดับใช้เครื่องจักรหนักเข้าเคลียร์ซากปรักหักพัง จากปฎิบัติการเจออีก 5 ศพ หลังชุดกู้ภัยอิสราเอลพบสัญญาณกลิ่นไม่พึงประสงค์
ความคืบหน้าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 8.2 ศูนย์กลางอยู่ที่เมียนมา ทำให้เกิดความเสียหายวงกว้างหลายจังหวัด โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ที่เกิดตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่กำลังก่อสร้างถล่มลงทั้งหลัง มีผู้สูญหายกว่า 80 คน เสียชีวิตจำนวนมา ขณะที่การค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึกสตง.ที่ถล่มยังดำเนินการต่อเนื่อง
กทม.ยกเลิกกองอำนวยการฯดินไหว
เมื่อวันที่ 1เมษายน กรุงเทพมหานคร ประชาสัมพันธ์การยกเลิกกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร หลังจากช่วงกลางดึกวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยแพร่หนังสือยกเลิกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงนามโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม.มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ด้วยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ประเมินสถานการณ์แล้ว เห็นว่าสถานการณ์ในภาพรวมได้คลี่คลาย อีกทั้งผลกระทบต่อประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่กลับสู่ภาวะปกติ โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตสามารถดำเนินการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ได้
‘ศูนย์เอราวัณ’สรุปเสียชีวิต19ราย
ด้านศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบด้านชีวิตและร่างกายจากเหตุแผ่นดินไหวตามจุดต่างๆในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ข้อมูลเมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 31 มีนาคม ได้แก่อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีผู้บาดเจ็บ 18 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย รวมเสียชีวิต 12 รายเครนก่อสร้างถล่มที่แยกบางโพ มีผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ บาดเจ็บ 4 ราย ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 ราย กลับบ้านแล้ว 3 รายอาคารลีลมคอมเพล็กซ์ ลิฟต์ขาด มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย กลับบ้านแล้วทั้ง 3 รายเครนล้ม ย่านดินแดง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย กลับบ้านแล้วทั้ง 4 รายอาคารทิปโก้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย กลับบ้านแล้วทั้ง 2 รายไซต์งานตึกไซมิส รามอินทรา 64 มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย
คอนโดฯ เดอะเบสการ์เด้น พระราม 9 มีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายคอนโดฯ เดอะเบส พระราม 9 มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาลคอนโดฯ เมโทรโพลิส สุขุมวิท 39 มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 รายคอนโดฯ วิทยุคอมเพล็กซ์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย คอนโดฯ ไลฟ์วัน ถ.วิทยุเหนือ มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 รายไซต์งานก่อสร้าง พระราม 9 มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายทางด่วนบูรพาวิถีหล่นใส่ เลยจุดพักรถบางนา-ตราด ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาลสรุป มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 33 ราย กลับบ้านแล้ว 21 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 12 ราย
เจอเพิ่ม5ศพ-กู้ภัยเร่งค้นหา24ชม.
ส่วนความคืบหน้าในการค้นหาผู้เสียชีวิต และผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกถล่ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังเดินเท้าค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออีก 74 ราย เป็นการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยนายอภิวัฒน์ จันทานี ทีมค้นหาจากมูลนิธิเพชรเกษมเผยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยปฏิบัติการค้นหาต่อเนื่อง จัดกำลังทีมกู้ภัยและทีม USAR (Urban Search and Rescue) เดินเท้าค้นหาเพิ่มเติมในพื้นที่ประสบเหตุ ซึ่งความคืบหน้าสำคัญช่วงเย็นของวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาคือ ทหารอิสราเอลที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา ได้ตรวจพบสัญญาณกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในพื้นที่โซนหนึ่ง และตรวจสอบกระทั่งพบลักษณะเป็นกางเกงช่วงท่อนล่างของร่างผู้เสียชีวิตจึงประสานให้ทีมกู้ภัยเข้าดำเนินการเปิดทาง และยืนยันการพบร่างผู้เสียชีวิตในจุดดังกล่าว เบื้องต้นมีการยืนยันการพบร่างผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน Cลักษณะพื้นที่ที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นปูนของซากอาคารที่ถล่มทับร่างผู้เสียชีวิตอยู่ เป็นชั้น ๆ ซึ่งการนำร่างออกมาค่อนข้างยาก ทำให้ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ในทันที เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความอันตรายต่อทีมกู้ภัย
ระดมเครื่องจักรหนักยกซากเศษปูนออก
นายอภิวัฒน์เผยต่อว่า วันนี้ทีมกู้ภัยปรับแผนการค้นหาให้เข้มข้นขึ้น วางแผนนำเครื่องจักรหนักเข้ามาเปิดพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเคลียร์ซากปรักหักพังออก และเข้าถึงจุดที่คาดว่า อาจจะยังมีผู้สูญหายติดอยู่ เนื่องจากคาดว่าอาจอยู่ในโซน B และโซน C อีกหลายคน ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าตามหลักการแล้ว หากการค้นหายาวนานเกินกว่า 72 ชั่วโมง โอกาสรอดชีวิตจะลดน้อยลงอย่างมาก แต่ทีมกู้ภัยยังมีความหวังอยากให้พบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม
สรุปเกิดอาฟเตอร์ช๊อค236ครั้ง
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน สรุปอาฟเตอร์ช็อก แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลเวลา 07.00 น. วันที่ 1 เมษายน รวมเกิดอาฟเตอร์ช๊อคทั้งสิ้น 236เหตุการณ์ มีรายละเอียดดังนี้ สรุปอาฟเตอร์ช็อกแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ขนาดแผ่นดินไหว 1.0-2.9 จำนวน 65ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 3.0-3.9 จำนวน 108 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 4.0-4.9 จำนวน 55ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 5.0-5.9 จำนวน 7 ครั้งขนาดแผ่นดินไหว 6.0-6.9 จำนวน 0 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 7 ขึ้นไป 1ครั้ง
กสทช.ปรับรูปแบบรวมการเฉพาะกิจฯ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การประชุมแก้ปัญหาการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ประชุมให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปกำหนดแนวทางการประกาศสำคัญผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) และวิทยุกระจายเสียง ภายใต้อำนาจของ กสทช. หลังวันเกิดเหตุแผ่นดินไหวยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทำให้บางสถานีโทรทัศน์ และ วิทยุไม่ทราบแนวทางปฏิบัติกรณีเกิดเหตุสำคัญของประเทศทำให้บางสถานีฯไม่ได้ตัดสัญญาณเข้าการประกาศ สำคัญของประเทศ
ทั้งนี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาราชการแทนเลขาธิการ (กสทช.) รายงานสรุปผลการประชุมทำความเข้าใจและกำหนดแนวทางปฏิบัติการถ่ายทอดสด กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ ฉุกเฉิน หรืออื่นๆ ที่สำคัญของชาติ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี และสถานีโทรทัศน์ ช่อง NBT กรมประชาสัมพันธ์ โดยนายไตรรัตน์กล่าวว่าที่ประชุมสรุปข้อมูลเป็นแนวทางยึดถือปฏิบัติ ดังนี้
1. กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติรุนแรง ฉุกเฉินเร่งด่วนทันที หรือเหตุอื่นของชาติ การแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีดำเนินการ หรือโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ให้ทุกสถานีโทรทัศน์ต้องเชื่อมโยงสัญญาณถ่ายทอดสดพร้อมกันจากสถานีแม่ข่ายทันที เมื่อขึ้นเพจหน้าจอว่า “โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท)”2. กรณีเหตุภัยพิบัติหรืออื่นใด เมื่อระดับความรุนแรงลดลง แถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่สำคัญต่อเนื่องโดย “นายกรัฐมนตรี” ให้สถานีฯ เชื่อมโยงสัญญาณสดพร้อมกันเมื่อขึ้นเพจว่า “นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์” ทั้งนี้แม่ข่ายต้องแจ้งเวลาล่วงหน้าให้สถานีต่างๆ ทราบก่อนไม่น้อยกว่า 10-15 นาที เว้นแต่มีเหตุความจำเป็นให้แจ้งได้โดยทันที
3. กรณีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ ความคืบหน้าการดำเนินงาน หรือเรื่องสำคัญอื่น โดย “รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือหน่วยงานรัฐ ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ให้ถ่ายทอดสด โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์อื่นๆ สามารถเชื่อมสัญญาณหรือนำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อในรูปแบบของข่าว หรือสื่ออื่นต่อเนื่องตามความเหมาะสม เมื่อมีการขึ้นเพจที่หน้าจอว่า “สำนักนายกรัฐมนตรี”
“การแถลงการณ์ตามข้อ 3 จะกำหนดประเด็นสำคัญในการแถลงการณ์ขึ้นก่อนในภาพรวม และกระชับประเด็นเพื่อให้ประชาชนรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและมีระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที” นายจิรายุ กล่าว
และว่า นายกฯรับทราบแนวทางของ กสทช. แล้ว โดยขอให้ยึดถือปฏิบัติทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติหรือเรื่องอื่นใดที่มีความสำคัญของชาติ ที่ต้องแจ้งเตือนหรือให้ข้อมูลกับประชาชน
โยธาฯการันตีศูนย์ราชการฯแข็งแรงปลอดภัย
ส่วนนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองให้สัมภาษณ์ยืนยันอาคารในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯผ่านการตรวจโดยวิศวกร และพบว่าโครงสร้างอาคารแข็งแรงสามารถเปิดใช้อาคารได้ตามปกติ แต่ด้วยเหตุที่วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อก (aftershock) มากถึง 15 ครั้ง ในบางคนอาจรับรู้ได้ ซึ่งเป็นปกติหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งไม่เกี่ยวกับโครงสร้างอาคารที่แข็งแรงอยู่ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น กรมฯจะส่งวิศวกรเข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งเท่าที่เดินดูวันนี้ที่อาคาร A ยังไม่พบความผิดปกติ ส่วนอาคารในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งอาคาร A และ อาคาร B ออกแบบให้เป็นอาคารผนังเอียงอยู่แล้ว ไม่ใช่เอียงเพราะแผ่นดินไหวอย่างที่เป็นข่าว
ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกรกล่าวว่า สภาฯเข้าร่วมตรวจสอบอาคารในศูนย์ราชการฯร่วมกับที่ปรึกษาของบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ผลตรวจสอบโครงสร้างอาคารแข็งแรงเข้าใช้อาคารได้ตามปกติ ส่วนรอยแยกของอาคารที่เห็น คือส่วนเชื่อมรอยต่อระหว่างอาคารแต่ละหลัง ซึ่งใช้ Expansion Joint เป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นเป็นหลักของการออกแบบอยู่แล้วเพื่อให้อาคารมีความยืดหยุ่น ส่วนรอยร้าวที่เห็นก็เป็นจุดเดิมๆ ที่เกิดขึ้นมาหลายปี เป็นรอยแตกที่ซ่อมแซมได้ ตนก็นั่งทำงานอยู่ที่อาคาร A มาเป็น 10 ปี และวันนี้ก็จะกลับไปนั่งทำงานที่อาคารนี้ต่อ
ดร. นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กล่าวยืนยันว่า ผลตรวจสอบของทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร ผู้ใช้อาคารสามารถใช้อาคารได้ตามปกติ ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน ใช้ได้ปกติและมีความปลอดภัย
’วุฒิสภา‘เข้มซ้อมอพยพหนีดินไหว
เวลา09.30น.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคน1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยภายหลังจากที่เปิดให้สมาชิกหารือความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนเข้าระเบียบวาระทั่วไป พล.อ.เกรียงไกร ได้แจ้งสมาชิกทำการซักซ้อมเสมือนจริงการอพยพกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว หลังจากที่พล.อ.เกรียงไกร ประกาศแจ้งสมาชิกจบ หน้าจอโทรทัศน์ได้ขึ้นสัญญาณเป็นจอสีไม่มีสัญญาณ จากนั้นมีเสียงประกาศว่า“ขณะนี้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขอให้สมาชิกและข้าราชการทุกคนออกไปรวมตัวกันที่บริเวณจุดรวมพล”ก่อนที่ สว.และข้าราชการจะวิ่งออกจากตึกไปรวมตัวกันที่จุดรวมพลบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสมาชิกแต่ละคนได้สวมหมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง นกหวีด และมีบางคนที่ถือไฟฉายลงมาด้วย และได้มีการสอบถามว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละคนมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเรือไว้สำหรับพาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้เคียงไว้ด้วย
หลังการซักซ้อมเสร็จสิ้น พล.อ.เกรียงไกร ได้เดินไปกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารรัฐสภา และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราซักซ้อมโดยมีอุปกรณ์พร้อม ซึ่งได้มีการเตรียมไว้สำหรับสมาชิกทุกคน เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 มีนาคม สมาชิกได้มีการหารือไว้ เพราะอาจมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นได้ในภายหลัง เราต้องไม่ประมาท โดยภายหลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนแล้วก็รีบอพยพมาที่จุดรวมพล ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที แต่หากเป็นในสถานการณ์จริง และเราได้ซักซ้อมแล้วตนคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามนี้อย่างอัตโนมัติและรวดเร็วกว่านี้ ทั้งนี้ ทุกอย่างมีแบบแผนในการอพยพ เมื่อถามว่า จะมีการอพยพลงมาต้องมีการหลบใต้โต๊ะก่อนหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนคิดว่าจะชุลมุน แม้จะหลบใต้โต๊ะอย่างไรก็ต้องออกมาจากอาคารสูงให้เร็วที่สุด ส่วนไฟบริเวณบันไดหนีไฟที่ดับเป็นบางช่วงนั้น ทุกภาคส่วนต้องมีการตรวจสอบ แต่จากการที่วุฒิสภาได้มีการตรวจสอบแล้ว เราจึงได้มีการแจกไฟฉาย เพราะต้องคาดการณ์ว่าระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะไม่สามารถใช้การได้ รวมถึงไฟฟ้าอาจดับ และนกหวีดก็สามารถใช้เรียกหากันได้
เมื่อถามว่า ประตูทางออกฉุกเฉินบางจุดชำรุด พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า หากตรวจพบก็จะต้องมีการแก้ไขให้สมบูรณ์ และเมื่อซักซ้อมแล้วเห็นจุดบกพร่องตรงไหน ก็จะต้องมีการไปปรับแก้ ให้กลับไปสู่สภาพที่สามารถดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเกิดเหตุ
เพื่อความพร้อมถ้าเกิดอาฟเตอร์ช็อก
เมื่อถามถึง กรณีที่จะมีการตั้งคณะกรรมการระหว่าง 2สภา เพื่อตรวจสอบอาคารรัฐสภาอย่างละเอียดในวันที่ 3เมษายน พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า เป็นโครงสร้างที่ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งอาคารรัฐสภาอยู่ในความรับผิดชอบของฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยทางวุฒิสมาชิกต้องจัดคนเข้าไปร่วมด้วยเพื่อตรวจสอบอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องโครงสร้างหรือระบบสาธารณูปโภค
เมื่อถามว่า มีความกังวลในเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความกังวล แต่การซักซ้อมในวันนี้เป็นการเตรียมการหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นมา ซึ่งทุกภาคส่วนก็คงจะมีการซักซ้อมและทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการซักซ้อมอย่างจริงจังในครั้งนี้นั้น ที่จริงจะมีการซักซ้อมอยู่ 2 รูปแบบ คือที่เราเรียกว่าเต็มรูปแบบกับการซักซ้อมในแผน ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจในแผนการ และเมื่อมีการทำแผนขึ้นมา ก็ต้องนำคนที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจกันถือเป็นการซักซ้อม วันนี้ถือเป็นการซักซ้อมเสมือนจริงเต็มรูปแบบ ยืนยันว่า อุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อถามว่า การขนย้ายคนไปทางน้ำที่จะเคลื่อนย้ายคนทางน้ำได้จริงหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า สามารถขนย้ายได้ แม่จะมีคลื่น เพราะเรือมีจังหวะของคลื่นอยู่แล้ว ยืนยันปลอดภัย และทางตำรวจน้ำก็ได้มีการยืนยันแล้วว่าสามารถ ขนย้ายทางน้ำได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ เรื่องการขนย้ายคนทางน้ำจะเน้นคนผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ไปยังโรงพยาบาลวชิระหรือโรงพยาบาลใกล้เคียง เพราะหากผู้ป่วยเดินทางทางรถยนต์ในขณะที่เกิดแผ่นดินไหว รถก็จะติดเพราะทุกคนก็ต่างกันต้องการจะออกจากพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถขนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้ทันการใช้เรือจึงเป็นทางออกที่เร็วที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี