"ทวี"เผย"DSI"รับคดี"ตึก สตง."ถล่ม เป็นคดีพิเศษ ลุยสอบกรณีความผิด"นอมินี" ขยายการตรวจสอบสุดสายขยายถึงบริษัทร่วม เผยมีข้อมูล 10 กว่าบริษัทจดทะเบียน 100 ล้าน ใช้กรรมการคนไทยชุดเดียวกัน
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบบริษัทก่อสร้างอาคารสำนักงาน สตง.แห่งใหม่ 30 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ปรากฏว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 และตึกถล่มลงมานั้น ว่า เมื่อเกิดเหตุมีการช่วยเหลือชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องสูงสุด แต่เราก็มีเอกภาพในการช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ที่อาคารตึก 30 ชั้น ได้ถล่มลงมาเป็นแพนเค้กเกิดขึ้นแห่งเดียวในประเทศไทย ในขณะที่ตึกอื่นไม่ถล่ม ดังนั้น เราก็ต้องหาสาเหตุ โดยแนวทางตามกฎหมายทราบว่าเมื่อวานนี้ (1 เมษายน) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว เบื้องต้นสอบสวนเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือที่เรียกว่านอมินี ซึ่งโดยหลักกฎหมายดังกล่าวมีเจตนาในเรื่องเศรษฐกิจที่เราจะเชิญชวนคนต่างชาติเข้ามาทำงาน แต่ขอให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นให้คนไทยได้ 51% ต่างชาติเอาไป 49% แต่การจะเอาผลประโยชน์ไปทั้งหมดโดยใช้นอมินีนั้น ถือว่าเป็นความผิด
ทั้งนี้ สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านขึ้นไป ซึ่งเท่าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปตรวจสอบพบว่ามีมูลน่าเชื่อถือจึงได้รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยตั้งเป็นเลขคดีพิเศษแล้ว ซึ่งเป็นความผิดท้าย พ.ร.บ.คดีพิเศษ ที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจในการพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ ส่วนความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องก็จะต้องถูกสอบไปด้วย เช่น พ.ร.บ.การฮั้วข้อมูล รวมทั้งเรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานก็จะทำให้เกิดตึกถล่มเช่นครั้งนี้เป็นต้น
สำหรับปัญหาเรื่องนอมินี หรือนักธุรกิจมาเอาเปรียบ ก็ควรจะมีการตรวจสอบทั้งประเทศด้วย โดยแนวทางเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ก็จะตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวจอยเวนเจอร์ร่วมกับใครบ้าง ได้งานที่ไหนบ้าง โดยจะตรวจสอบทั้งหมดสุดสาย
ขณะนี้ชัดเจนว่าบริษัทดังกล่าวใช้คนไทยเป็นนอมินีใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า กรณีนี้ต้องไปสอบถามจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพียงแต่ได้รับรายงานว่ามีหลักฐานมากพอสมควร โดยบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เพียงบริษัทเดียว มีจำนวนกว่า 10 บริษัทที่ใช้กรรมการที่เป็นคนไทยชุดเดียวกัน ใช้สถานที่จดบริษัทเดียวกัน ซึ่งก็เห็นใจหน่วยงานที่สอบ เช่นกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จะไม่มีเครื่องมือ แต่ถ้าดีเอสไอจะสอบสัญญาที่มีบริษัทเก็บไว้เองกับที่สรรพากร และหน่วยงานต่างไป ซึ่งเราก็จะเรียกหน่วยงานเหล่านี้มา
สิ่งสำคัญคือความเสียใจมีผู้ได้รับโศกนาฏกรรมสูญเสียเป็นจำนวนมาก ซึ่งดีเอสไอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จึงต้องมีการสอบสวนและทำบนหลักนิติธรรมกฎหมาย แม้จะมีการบอกว่าบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้น จึงต้องมีการทำอย่างตรงไปตรงมาและรอบคอบ ทั้งนี้ จะต้องดูไปถึงบริษัทที่ควบคุมงานหรือไม่ที่ปล่อยให้เกิดเหตุครั้งนี้ขึ้น บริษัทที่เขียนแบบการก่อสร้าง
เมื่อถามว่า มีข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวได้งานก่อสร้างตึกของภาครัฐกว่า 10 แห่ง นอกเหนือจากตึก สตง.แห่งใหม่นั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอมีข้อมูลมากอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อสอบสวนก็จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและประวัติต่างๆ ทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท พฤติกรรม นิสัยของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นไปตามหลักการสอบสวนโดยปกติทั่วไป
ส่วนการสอบสวนจะขยายไปยังบริษัทที่ร่วมประมูลงานที่อาจจะมีการสมยอมในการแข่งขันราคาหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นความผิดท้าย พ.ร.บ.คดีพิเศษ ซึ่งจะมีเกณฑ์ปกติทางวิชาการว่าถ้าบริษัทมีการสมยอมกันกลับไม่สมยอมจะมีราคาแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งบางครั้งราคาต่างกันมากก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่อาจจะไปใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งมีทั้งสมยอมหรือฮั้ว ซึ่งจะต้องไปตรวจเนื้องานว่าาได้มาตรฐานหรือไม่ด้วย นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบรวมไปุถึงเรื่องวิศวกรที่มีข้อมูลว่าใช้วีซ่าของนักท่องเที่ยวเข้ามาทำงานด้วย
ต่อข้อถามว่า หนักใจหรือไม่ว่าบริษัทดังกล่าวเป็นวิสาหกิจของจีน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะความยุติธรรมไม่ได้ดูคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง คนมีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์เท่ากัน ต้องได้รับความคุ้มครอง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี