รุมต้านกาสิโน
ม็อบรวมพลบุกสภา 3 เม.ย.
ยื่นสอบจริยธรรม‘อุ๊งอิ๊งค์’
เดือดแล้ว! ม็อบนัดบุกสภา 3 เมษายน ต้านรัฐบาลดันร่างกฎหมายกาสิโน ปลุกประชาชนร่วมช่วยกู้ชาติด้าน 100 องค์กรภาคประชาชนยื่นสอบฟันจริยธรรม“อุ๊งอิ๊งค์”และพวก ปมลุกลี้ลุกลนดันกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จี้ซ้ำต้องทำประชามติ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า...ประธานสภา วันนอร์ จะบรรจุวาระร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาวันที่ 3 เมษายน นี้ ดังนั้น ขอเชิญพี่น้องที่ร่วมคัดค้าน กาสิโน มาพร้อมกันที่เวที คปท.วันพฤหัสที่ 3 เม.ย. เวลา 8.00 น.ก่อนเคลื่อนขบวนไปอาคารรัฐสภาให้ทันก่อนเวลา 9.00 น. เตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อม #หยุดกาสิโน #สร้างประเทศสีขาว
ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ช้อความว่า “เร่งบรรจุร่างกาสิโน เท่ากับเร่งประชาชนออกมาคัดค้าน เจอกันเช้า 3 เมษายนหน้ารัฐสภา ถึงเวลาต้องช่วยกันค้านให้ถึงที่สุด”
100องค์กรต้านเปิดบ่อน
วันเดียวกันที่รัฐสภา นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในฐานะตัวแทน 100 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภาและนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการบรรจุเข้าสู่ระบบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 เม.ย.นี้แล้วว่า จากการที่รัฐบาล พยายามผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยอาการรีบร้อน เร่งรัดมากจนผิดสังเกต และตัดสินใจเดินหน้ากระทำสิ่งที่ฝืนกระแสคัดค้านของสังคม และอาจเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ ซึ่งเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กรมีความเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อสัตย์ อ้างส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และบังคับให้ต้องมีกาสิโน และร่างกฎหมาย ก็มีการเขียนข้อกำหนดไว้อย่างหละหลวม
สับรบ.ไร้ความรับผิดชอบ
นายธนากร กล่าวต่อว่า การผลักดันนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เนื่องจากไม่ได้มีการหาเสียงไว้กับประชาชน และยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้านเพียงพอ รวมถึงนโยบายการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีคาสิโนเป็นภาคบังคับนั้น ก็เป็นความเห็นแก่ได้ของรัฐบาล ที่คำนึงแต่เรื่องรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างอับจนปัญญาที่จะหาวิธีอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่มากพอ และนำอนาคตของสังคมไทยไปเสี่ยง ไร้มาตรการในการปกป้องสังคมที่วางใจได้ ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร จึงขอเรียกร้องต่อรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรค ให้ปฏิเสธการรับร่างพ.ร.บ.นี้เข้าสู่การพิจารณา และเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้าน ดำเนินการยับยั้งกฎหมายที่ไม่เป็นคุณต่อสังคม
“ขณะนี้ ภาคประชาชน กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ เพื่อให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในประเด็นนี้หรือขอให้ฝ่ายค้าน ได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องนี้โดยช่วยเหลือภาคประชาชนท่านหนึ่ง” นายธนากร กล่าว
ยื่นสอบจริยธรรมนายกฯ
ด้าน รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะตัวแทนนิสิต นักศึกษาและนักวิชาการส่วนหนึ่ง ที่คัดค้าน กล่าว่าการที่รัฐบาลเร่งรีบผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอทเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนด้วยนั้น ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบอย่างรอบด้านเพียงพอ เพราะมีผลการศึกษาที่ผ่านมา การมีกาสิโนรีสอร์ท ในนิวเจอซีย์ สหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ธุรกิจอื่น ทั้งร้านค้าปลีกรายย่อยต้องปิดตัวลงอย่างมากมาแล้ว
นอกจากนั้นได้ยื่นขอให้สมาชิกรัฐสภา ได้ตรวจสอบจริยธรรมข้าราชการทางการเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ว่า เข้าข่ายกระทำผิดประมวลจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ด้วย เพราะการที่นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง รวมถึงรมช.คลัง ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนขัดแย้งกันเอง ถึงวัตถุประสงค์ของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง บิดเบือนข้อมูล หรือปกปิดข้อมูลข้อมูล เข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ข้อ 5 (5) บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อผลประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และข้อ 6 (5) ไม่เปิดเผยหรือให้ข้อมูลข่าวสารอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือน แก่ประชาชน
ฝ่ายค้านร่วมค้านสุดลิ่ม
ขณะที่นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ ถือเป็น เป็นการบรรจุวาระที่ผิดปกติ โดยอาศัยอำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎร สอดรับรัฐบาล ก็ได้มีการออกมาแถลงข่าวว่า จะเร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนปิดสมัยประชุม จึงสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า เหตุใดรัฐบาลจึงมีความเร่งรีบเช่นนี้
เมื่อถามถึงท่าทีของฝ่ายค้านจะดำเนินการจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจ หรือนโยบายภาครัฐในการเกื้อกลุ่มทุน หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า ข้ออ้างการแก้ปัญหาการพนันในประเทศโดยการนำธุรกิจสีเทา มาถูกโอบอุ้มโดยร่างกฎหมายฉบับนี้ อาจเป็นวิธีการที่ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด และรัฐบาล กำลังจะใช้นโยบายของรัฐ ในการเอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่
เมื่อถามว่าจะถึงขึ้นที่ฝ่ายค้านจะวอล์กเอาท์ออกจากการประชุม หรือจะขอนับองค์ประชุมเพื่อยับยั้งการพิจารณาร่างกฎหมายนี้หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการในสภาอาจจะต้องรอพิจารณาที่หน้างาน เพราะในขณะนี้ ยังมีการเจรจาระหว่างวิปอยู่เรื่อย ๆ ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ฝ่ายค้าน ไม่อยากเห็นกระบวนการที่เร่งรัดผิดปกติในสภา และอยากให้มีการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา
สว.ร่วมแตะเบรครัฐบาล
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงผลการประชุมวิปวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ว่า วุฒิสภาเตรียมพิจารณาญัตติขอเสนอแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ของ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว.และญัตติเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.สถาบันเทิงครบวงจร โดย นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว.ซึ่งทั้ง 2 ญัตติดังกล่าวได้รับการบรรจุเรียบร้อยแล้วในวันอังคารที่ 8 เม.ย.นี้ จะได้ทราบว่า สว.แต่ละคนมีความเห็นอย่างไร และสุดท้ายจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา หาข้อเท็จจริงศึกษาควบคู่ไปกับสภาผู้แทนราษฎรด้วย
“สว.ได้เห็นร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้มีการตั้งกลุ่มไลน์แลกเปลี่ยนความเห็น เตรียมพิจารณา ซึ่งมี สว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ส่วนตัวเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และส่งผลต่อปัญหาด้านสังคมมากขึ้น จึงเห็นว่ารัฐบาลควรศึกษาในรอบคอบก่อนเสนอ และจากที่พูดคุยกับเพื่อน สว.ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยมากกว่าเห็นด้วย จึงอยากให้ทำประชามติถามประชาชนก่อน ว่าต้องการให้มีกาสิโนหรือไม่ อย่าอ้างว่าเป็นแค่เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือสถานบันเทิงครบวงจร เพราะปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่เราไม่มีกาสิโน” นายพิสิษฐ์ กล่าว
สับรบ.ไม่สนใจวิกฤตชาติ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กังวลท่าทีของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่เร่งรัดผลักดันกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร และกำลังจะนำเข้าสภาในสัปดาห์นี้ ดูเร่งรีบเกินเหตุ ถือเป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับปัญหาของประเทศที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ และควรให้ความสำคัญมากกว่าการทำบ่อน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ การส่งออก หลังประธานาธิบดีทรัมท์ ประกาศว่าวันนี้ วันที่ 2 เมษายน เป็นวัน Liberation Day หรือ“วันปลดแอกสหรัฐอเมริกา” โดยจะขึ้นภาษีนำเข้ากับ 15 ประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐ โดยเรียกว่ากลุ่ม Dirty 15 ซึ่งไทยติดอันดับที่ 10 ที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯสูงถึง 46,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่เห็นการดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังจากนายกฯแพทองธารเพียงแค่ตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าทีมในการแก้ไขปัญหาเท่านั้น
“ดิฉันขอวิงวอนนายก หยุดเดินหน้านำพาประเทศไทยให้กลายเป็น ศูนย์กลางอบายมุข ทันที” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี