ตร.สระแก้วกัดไม่ปล่อย! 'สกัดขบวนการแก๊งคอลฯ' สอบขยายผล-จนสามารถรวบ 2 คอกม้า และ 4 บัญชีม้าคาชายแดน
วันที่ 3 เม.ย.68 พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และ พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรกร ขาวนวล ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และ พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว นำกำลัง จนท.ตร.ชุดสืบสวน สภ.คลองลึก และ จนท.ตร.กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ออกปฏิบัติการสกัดจับขบวนการจัดหาบัญชีม้า(คอกม้า) และ รับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ตร.ภ.จ.สระแก้ว ร่วมกับ บช.สอท.,บก.สส.ภ.2,ตม.จว.สระแก้ว, ทหารกองกำลังบูรพา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันรับตัว56คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชากวาดล้างบุกทลายลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา แล้วควบคุมตัวคนไทยทั้ง56คน ซึ่งถูกระบุว่ามีส่วนร่วมในขบวนการแก๊งคอลฯส่งผลักดันกลับมาให้ทางการไทยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดย จนท.ได้ทำการซักถามปากคำและคัดกรองตามกระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากคดีค้ามนุษย์ (NRM)
และจากการซักถาม น.ส.จุไรรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 56 คนไทย ซึ่งอยู่ในข่ายรับจ้างเปิดบัญชีม้า ให้การว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2568 มีรถแท็กซี่ สีส้ม ทะเบียน ทห 41XX กทม. มารับจาก จ.ลำพูน มาส่งที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วใช้พาสปอร์ตเดินทางออกไปเปิดบัญชีม้าทางออนไลน์ และสแกนหน้าในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทางด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ซึ่งจากคำให้การดังกล่าว กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ จนท.ชุดสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว จึงได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของรถแท็กซี่ สีส้ม ทะเบียน ทห 41XX กทม. ในพื้นที่ จว.สระแก้ว ทางกล้องไรเซนเพลสอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเช้าวันนี้ที่ 3 เม.ย.68 จนท.ตรวจได้พบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีส้ม ทะเบียน ทห 41XX กทม. ซึ่งเป็นรถเป้าหมาย ขับวนเวียนอยู่ภายในตลาดอินโดจีน ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น โคโรลล่า สีชมพู ทะเบียน ทฬ 47XX กทม. อีกคันขับตามกันมาอยู่ภายในตลาดอินโดจีน จนท.จึงได้นำกำลังร่วมกัน เข้าทำการสกัดรถแท็กซี่ทั้ง 2 คัน ไว้ได้ภายในตลาดอินโดจีน
จากการตรวจสอบ รถแท็กซี่ สีส้ม ทะเบียน ทห 41XX กทม. พบนายนพพล (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ และ มีนายวิรวุฒิ (สงวนนามสกุล) และนายชวน (สงวนนามสกุล) เป็นผู้โดยสาร ตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคาร ส่วนรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทฬ 47XX กทม. มีนายธนชัย (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ และมีนายทวีพร (สงวนนามสกุล) และนายปริญญา (สงวนนามสกุล) เป็นผู้โดยสาร ตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคารด้วยเช่นกัน จึงนำตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.คลองลึกฯ
จากการสอบสวน นายวิรวุฒิ , นายชวน , นายทวีพร และนายปริญญา ซึ่งเป็นผู้โดยสารทั้ง 4 คน รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้มาเปิดบัญชีม้า โดยนั่งรถแท็กซี่ที่ขบวนการดังกล่าวส่งมารับ เดินทางมาชายแดน อ.อรัญประเทศ เพื่อไปสแกนหน้าให้แก๊งคอลฯในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา จนท.จึงแจ้งข้อหาทั้ง 4 คน กระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะน่าไปใช้ใน การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่น ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2566 ม.9”
ส่วน นายนพพล และนายธนชัย คนขับแท็กซี่ทั้ง 2 คัน จนท.แจ้งข้อหากระทำผิดฐาน “ผู้ใดเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 2566 ม.10” ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ///-026
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี