กทม.เตือนป้องกัน “ฮีทสโตรก” ช่วงฤดูร้อน เตรียมพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินรองรับภาวะอากาศร้อน แนะประชาชนเลี่ยงกิจกรรมกลางแดด
นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม. เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากภาวะอากาศร้อนในปี 2568 ว่า สำนักการแพทย์ (สนพ.) ได้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมดูแลสุขภาพประชาชน สื่อสารเตือนภัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษโดยกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะอากาศร้อน และเตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Public Health Emergency Operation Center : PHEOC) กรณีความร้อน โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการฯส่งเสริมความรู้ประชาสัมพันธ์ แนะนำประชาชนดูแลตนเอง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัว หรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งพบว่า มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในฤดูร้อน อาการจะเริ่มจากอุณหภูมิร่างกายค่อย ๆ สูงขึ้น เมื่อเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้รู้สึกผิดปกติ หน้ามืด ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ซึม สับสน ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ตัวแดง หากปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงและทำให้เสียชีวิตได้
แนะประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพโดยเฉพาะโรคลมแดด หรือภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) กลุ่มเสียงที่ต้องระวังฮีทสโตรก 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ 3.ผู้มีโรคประจำตัว4.คนอ้วน 5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือกลางแจ้งเป็นเวลานานหากเลี่ยงได้ควรเลือกเวลาที่ทำกิจกรรมในช่วงเช้ามืด หรือระหว่างพระอาทิตย์ตกดิน ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ควรมีอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก ร่ม ส่วนวิธีสังเกตอาการโรคลมแดดขอให้ระวังหากเกิดอาการตัวร้อนจัด มีไข้สูงกว่า 40-41 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำมาก มีอาการเวียนหัว เป็นตะคริว รู้สึกเหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลง หรือเป็นลมหมดสติ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้นำผู้มีอาการเข้าที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถอดเสื้อผ้าออก และใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่า พ่นละอองน้ำ ระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด แล้วรีบนำส่งสถานพยาบาลให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ หากพบผู้ป่วยที่มีอาการฮีทสโตรก แบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีผู้ป่วยที่หมดสติและไม่หายใจให้ โทร.1669 หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเข้ารักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และทำ CPR ผู้ป่วย ณ บริเวณนั้น แต่กรณีผู้ป่วยยังสามารถหายใจได้ให้นำผู้ป่วยเข้าที่ร่มและคลายเสื้อผ้าของผู้ป่วยออก ร่วมกับเช็ดตัวด้วยผ้าเย็นหรือฉีดสเปรย์ เพื่อระบายความร้อน ร่วมกับการเปิดพัดลมได้ และขอแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารสะอาดและถูกสุขอนามัย สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแดดจัด ล้างมือให้สะอาด และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่ายกายสดชื่นแข็งแรง ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางFacebook/TikTok สำนักการแพทย์ กทม. หรือปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ HOTLINE 1646สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ ให้บริการตลอด24 ชั่วโมง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี