ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับชาวบ้านฝ่าฝืนเผากันหนัก สร้างฝุ่น PM 2.5 ลอยคลุ้ง - ลุยลงพื้นที่ปราบปรามก่อนสถานการณ์บานปลาย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.4 บก.ปทส.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.หญิง ภิ์ษัชกร เลิศวิลัย สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ปทส. .,ด.ต.นิมิตย์ เมธี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปทส., ด.ต.ชัยวัฒน์ วิจิตรพล ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปทส. และ จ.ส.ต.อดิศร ภิระคำ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปทส. ร่วมกันจับกุม
คดีที่ 1 นายสุชาติฯ จับกุมในข้อหาพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 130 “เผา หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ภายในระยะห้าร้อยเมตรจากทางเดินรถ เป็น เหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถนั้น ต้องระวางโทษตาม มาตรา 152 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท”
คดีที่ 2 นายกฤษณะฯ จับกุมในข้อหา “พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ฐาน “กระทำการอันอาจก่อให้เกิดสาธารณภัย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน”
พร้อมตรวจยึดของกลาง ไฟแช็ค ที่ใช้ในการจุดเผา จำนวน 2 อัน สถานที่จับกุม
คดีที่ 1 บริเวณพื้นที่นาริมทางถนนโพทะเล - บางลาย หมู่ 3 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร
คดีที่ 2 บริเวณพื้นที่นา ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร พิกัด 16.0381810, 100.3884850 และบริเวณที่ถูกลุกลามใกล้เคียง ตำบลหอไกร อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร
พฤติการณ์ จังหวัดพิจิตรเผชิญปัญหาหนัก หลังพบการลักลอบเผาในที่โล่งอย่างต่อเนื่อง แม้มีประกาศห้ามเด็ดขาดเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. และ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. จึงเร่งลงพื้นที่ปราบปรามและตรวจสอบอย่างเข้มข้น
ตรวจพบเคสแรก “ริมถนน เสี่ยงอุบัติเหตุ-ควันคลุ้งการจราจร” เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ท.หญิง ภิ์ษัชกร เลิศวิลัย สว.(สอบสวน) พร้อมกำลัง ออกตรวจพื้นที่ริมถนน โพทะเล–บางลาย หมู่ 3 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร พบกลุ่มควันจำนวนมากลอยจากพื้นที่การเกษตร ห่างจากถนนไม่เกิน 500 เมตร ซึ่งเป็นระยะอันตรายต่อผู้ขับขี่
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบ นายสุชาติ ผู้กระทำผิด ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้จุดไฟเผาตอซังข้าวจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เผาหรือกระทำด้วยประการใดให้เกิดควันในระยะที่กระทบต่อความปลอดภัยของการจราจร” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 130 โดยดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
เคสต่อมา “ลุกลามใหญ่ รับจ้างจุดไฟ - กว่า 50 ไร่ ฝุ่นคลุ้งชุมชน เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยอำเภอบางมูลนาก ได้ลงพื้นที่ ต.หอไกร อ.บางมูลนาก หลังพบกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งจากพื้นที่นาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นการเผาตอซังข้าวในพื้นที่กว่า 50 ไร่ ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมแนวต้นไม้ ถนน และใกล้แหล่งชุมชน น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นเมื่อพบว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ชาวนาเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นบุคคลภายนอกที่รับจ้างมาจุดไฟโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจนและรู้แก่ใจว่าผิดกฎหมาย กลุ่มควันหนาทึบจากเหตุการณ์นี้กระจายไกลออกไปหลายกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งในพื้นที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายกฤษณะ ขณะกำลังจุดไฟโดยใช้ไฟแช็ค พร้อมแจ้งข้อหา “กระทำการอันอาจก่อให้เกิดสาธารณภัย” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบแนวโน้มการลักลอบเผาในช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น โดยผู้กระทำมักเลือกเวลามืดค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หลายครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมรีบหลบหนี บางรายถึงขั้นวิ่งหนีหายไปในความมืด ทิ้งไฟที่กำลังลุกไหม้ไว้เบื้องหลัง พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ผู้กระทำรู้ว่าการกระทำของตนผิดกฎหมาย แต่ยังคงฝ่าฝืนด้วยความตั้งใจ นับเป็นความท้าทายสำคัญในการควบคุมสถานการณ์ฝุ่นพิษที่ไม่ควรมองข้าม
ด้าน พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. กล่าวว่า “การเผาในที่โล่งทุกกรณีสร้างผลกระทบทั้งทางอากาศ การจราจร และสุขภาพประชาชน เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อไม่ให้คนกลุ่มเล็กสร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งจังหวัด ใครฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกดำเนินคดีทันที”
ข้อฝากเตือนประชาชน จึงขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้จะมีเพียงคนไม่กี่คนที่จุดไฟเผาโดยไม่คิดถึงส่วนรวม แต่นั่นอาจก่อผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งฝุ่นควัน สารพิษ โรคระบบทางเดินหายใจ และอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังมีความผิดตามกฎหมายที่มีอัตราโทษสูง เช่น การก่อให้เกิดสาธารณภัย หรือการกระทำที่ทำให้เกิดอันตรายต่อการจราจร การแก้ไขปัญหา PM 2.5 จึง ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม
.-008
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี