เศร้า!พบอีก14-16ร่าง
ซุกใต้อาคารถล่มนำออกมาไม่ได้
หน่วยกู้ภัยเร่งมือเต็มกำลัง
เติมเครื่องจักรกลหนักช่วย
แคนาดาส่งทีมสนับสนุน
พฐ.เก็บซากเหล็กไปพิสูจน์
เจ้าหน้าที่กู้ภัย สุนัข K 9 ปูพรมค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคาร สตง.โซน B ได้รับสัญญาณกลิ่นค่อนข้างแรง ด้าน ตร.ยันทำตามกฎหมาย-ไม่กระทบการทำงาน หลัง พฐ.เข้าเก็บหลักฐาน ตั้งสมมุติฐานตึกถล่มเกิดจากภัยพิบัติ/ประมาทในการก่อสร้าง กรมโยธาฯ สั่งระงับใช้อาคาเพิ่มเป็น 52 แห่ง เพื่อความปลอดภัย ด้านกรมการขนส่งทางราง ร่วมกับ สมอ. เก็บตัวอย่างเหล็กโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีนตรวจสอบด้วย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยและสุนัข K9 ได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างในซากอาคาร 30 ชั้น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ บนถนนกำแพงเพชร 2 ใกล้ตลาดนัดส่วนจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมค้นทุกจุด โดยไม่ได้เน้นย้ำไปที่โซนใดโซนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ภารกิจในการค้นหาเน้นไปที่โซน B ซึ่งสามารถเจาะได้ 3 โพรง และมี 1 โพรงขนาดใหญ่ เพื่อเร่งเปิดทางเข้าไปค้นหาผู้สูญหาย เบื้องต้น ยังไม่พบผู้รอดชีวิต หรือร่างของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม แต่การขุดโพรงในพื้นที่โซน B เริ่มลึกลงไป จนได้รับสัญญาณกลิ่นต้องสงสัยค่อนข้างแรง และบริเวณดังกล่าวพบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือด จึงพยายามเจาะ เพื่อจะเข้าไปให้พบสิ่งต้องสงสัยให้ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทะลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้
สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ 06.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดการทำงานของเครื่องจักรหนัก ซึ่งได้มีการประกาศยุติภารกิจช่วง 04.40 น. และกำลังทำการประชุมอยู่ในขณะนี้ โดย 3 หน่วยงานหลักที่เข้าร่วมกับหน่วยงานราชการเช้านี้ คือ มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ จาก USAR พร้อมกับสุนัข k9 ซึ่งการประชุมภายในยังต้องรอการสรุปอีกครั้ง
สุนัข K9 ได้กลิ่นมนุษย์ใต้ซากอาคาร
นายอลงกต ชูแก้ว รอง ผอ.องค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 08.00 น. ได้นำสุนัข K9 จำนวน 3 ตัว ประกอบด้วย นารี สายพันธุ์เบลเยียมมาลินอยส์, ลิลลี่ สายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และซาฮาร่า สายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ที่มีประสบการณ์ในการทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศ เข้าปฏิบัติหน้าที่ค้นหาในพื้นที่โซน A, C และ D ซึ่งการเข้าไปโซน A สุนัข K9 ทั้ง 3 ตัว ไม่มีปฏิกิริยา ส่วนบริเวณระหว่างโซน A กับ D ซาฮาร่าได้มุดเข้าไปในโพรงที่เป็นแผ่นปูนขนาดใหญ่ มีการเห่าส่งสัญญาณอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปดูและส่งรายงานแล้ว เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ และคาดว่ามีกลิ่นมนุษย์อยู่บริเวณนั้น นอกจากนี้ ซาฮาร่ายังเห่าที่บริเวณกลางโซน D ด้วย เมื่ออ้อมโพรงดังกล่าวไปเล็กน้อยพบว่ายังมีโพรงเล็กๆ ที่ซาฮาร่าเห่าอีก อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุสถานะและจำนวนผู้ติดค้างได้
พฐก.เก็บชิ้นส่วนเหล็กส่งพิสูจน์
พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง(ผบก.พฐก.) เปิดเผย ภายหลังเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ลงพื้นที่มาเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างภายในจุดเกิดเหตุสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กแต่ละขนาดในพื้นที่ 4 โซน คือโซน A // B // C // D โดยจะมีการสุ่มเก็บตัวอย่างชนิดของเหล็กแต่ละขนาดที่อยู่ในพื้นที่มาขนาดละ 1 เมตร ส่งมอบให้ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้ามาในพื้นที่เพื่อเก็บซากชิ้นส่วนปูนของโครงสร้างไปตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการขุดเจาะโครงสร้างเพื่อช่วยเหลือผู้ติดค้างภายใต้สร้างอาคารดังกล่าว ซึ่งภารกิจหลักของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานในขณะนี้คือประเด็นการตรวจสอบมาตรฐานของโครงสร้างการก่อสร้างอาคาร สตง.
ผบช.น.สั่งเก็บพยานหลักฐาน
เมื่อเวลา 12.10 น. มีรายงานว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน รองผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รองผบก.น.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตร. ร่วมประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน บริเวณหน้าไซต์งานโครงการก่อสร้างตึก สตง.ใหม่
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ทาง พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รองผบก.น.2 ดูแลงานสอบสวน ตั้งคณะพนักงานสอบสวน ดูแลช่วยเหลือพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ ในการทำคดีชันสูตรพลิกศพสาเหตุของการเสียชีวิต สอบสวนปากคำญาติผู้เสียชีวิต ประสานการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลหรือเก็บดีเอ็นเอ กับทางเจ้าหน้าที่นิติเวช รพ.ตร.ส่วนการทำสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุตึกถล่มนั้น ทางคณะพนักงานสอบสวน ได้เริ่มทำการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องโดยทำหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องกับโครงการการก่อสร้าง ทำหนังสือเพื่อเรียกมาสอบสวน ตั้งแต่ผู้เกี่ยวข้องระดับเจ้าหน้าที่ บริษัทรับจ้างก่อสร้าง บริษัทซัพพลายเออร์ คนงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ญาติผู้สูญหาย ญาติผู้ตายรับศพ รวมแล้วกว่า 50 ปาก รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ประกอบสำนวนคดีดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
อุบัติภัย/ก่อสร้างประมาท
ทั้งนี้ ทาง บช.น. ได้เตรียมตั้งคณะพนักงานสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบช.น.ดูแลงานสอบสวน เป็นหัวหน้า และให้พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน เป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ควบคุมปฏิบัติงานสอบสวนดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพยานหลักฐานตามที่ได้มีการวางแผนไว้ ในการเก็บตัวอย่างเหล็กจากปูนเกือบทุกโซน บริเวณพื้น เสา ฝาพนัง คาน โดยเฉพาะเหล็กเส้นทุกโซน ถึงแม้จะเก็บตัวอย่างได้ครบทุกโซนแล้ว เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้างานอ้างว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานทำให้เจ้าหน้าที่ทำการขุดเจาะต้องหยุดงาน แต่ตามข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจตามกฎหมาย กรณีมีผู้เสียชีวิตต้องทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุเกิดเสียชีวิตเกิดจากความประมาทสร้างตึกถล่ม หรือเกิดจากภัยพิบัติหรือไม่ จึงต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณดังกล่าวรับทราบ
สั่งระงับใช้อาคารเพิ่มเป็น52แห่ง
ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6 ได้ร่วมกับสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน จำนวน 89 คน ดำเนินการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหาย โดยมีการแบ่งอาคารในการตรวจสอบออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ได้แก่ อาคารสาธารณะ อาคารชุมนุมคน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน อาคารราชการ ในเขตกรุงเทพมหานคร, อาคารกลุ่มที่ 2 ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ โรงแรม คอนโดมิเนียม หอพัก ห้างสรรพสินค้าที่เป็นของภาคเอกชน และอาคารกลุ่มที่ 3 ได้แก่ อาคารบ้านพักอาศัย ตึกแถว ห้องแถว และอาคารทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปผลการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม-4 เมษายน 2568 ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น จำนวน 6,276 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติ สีเขียว จำนวน 5,882 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ สีเหลือง จำนวน 342 อาคาร โครงสร้างมีความเสียหายอย่างหนักโดยได้สั่งให้ระงับการใช้งานอาคาร สีแดง จำนวน 52 อาคาร
เก็บตัวอย่างเหล็กรถไฟความเร็วสูง
ดร.ทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า โดยมีผู้แทนที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (CSC) และผู้แทนกิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 ประกอบด้วย ITALIAN-THAI DEVELOPMENT PCL และ CHINA RAILWAY NO. 10 ENGINEERING GROUP CO., LTD JOINT VENTURE ซึ่งเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างสัญญาดังกล่าวร่วมลงพื้นที่โรงเก็บเหล็กทับกวาง เพื่อเก็บตัวอย่างเหล็กที่ใช้ในโครงการสัญญา 3-1 ได้แก่ เหล็กข้ออ้อยชั้นคุณภาพ SD 40 ทั้ง 5 ขนาด ได้แก่ DB 10 ใช้ heat 251371, DB12 ใช้ heat 251047, DB16 ใช้ heat 250976, DB20 ใช้ heat 251629 และ DB25 ใช้ heat 13253 จำนวนอย่างละ 3 ตัวอย่าง ไปทดสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย สำหรับสัญญา 3-1 มีการใช้เหล็กของบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสตีลโปรไฟล์ จำกัด (มหาชน)
ผลสอบก่อนหน้านี้ผ่านเกณฑ์
การลงพื้นที่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารระหว่างการก่อสร้างของ สตง.แห่งใหม่พังถล่มลงมา และในคราวประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (JC) ครั้งที่ 32 ได้มอบหมายให้ รฟท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณสมบัติเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างของสัญญา 3-1 ในการนี้ ขร. จึงประสานงาน รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเหล็กเส้นเพิ่มเติม หลังจากเมื่อวันที่ 3 เมษายน รฟท. ได้ร่วมกับท้องถิ่น รวมถึงวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญเก็บตัวอย่างที่โรงเก็บเหล็กมวกเหล็ก ไปตรวจสอบค่ามาตรฐาน โดยจากการสอบถามผลการทดสอบในเบื้องต้นพบว่า เหล็กตัวอย่างมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ค่ามาตรฐานของงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง
ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีความคืบหน้าภาพรวมร้อยละ 42.914 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยในส่วนของสัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า มีความคืบหน้าร้อยละ 8 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบงานโครงสร้าง ไม่พบการแตกร้าวเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาแต่อย่างใด กรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านระบบราง ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมถึงวิธีและขั้นตอนในการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานก่อสร้างและส่งผลให้โครงสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการระบบราง
“ภูมิธรรม”ขอให้สถานการณ์คลี่คลาย
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรี เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมสอบสวนสาเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ถล่มว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการ ซึ่งหากได้เห็นการแถลงของนายกรัฐมนตรี โดยหากได้ติดตามการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีคำสั่งให้ทุกกระทรวงฯ ว่า ให้ใครรับผิดชอบอะไรบ้าง และจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรื่องการกู้ภัยสำคัญที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตของคน เราก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ กองทัพก็ได้ส่งกำลังพลไปช่วยเหลือตั้งแต่วันแรก เพราะฉะนั้นจากนี้ไปหน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องทำหน้าที่ ซึ่งถือว่าทำให้เห็นว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมด ขอให้เรื่องนี้คลี่คลาย ทั้งการค้นหาผู้รอดชีวิต และการหาร่างผู้เสียชีวิต เพื่อให้ญาตินำร่างไปบำเพ็ญกุศล
เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน ได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ภายใน 1 ชั่วโมงทันทีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวทั่วประเทศ โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 20.00 น. พบว่าจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจำนวน 59 จังหวัด และมีสถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ จำนวน 179 แห่ง ทั้งนี้ได้ดำเนินการช่วยเหลือจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสิทธิประโยชน์ประกันสังคมทั่วประเทศแล้ว 22 ราย รวมเป็นเงิน จำนวน 17,421,479 บาท แบ่งเป็น ค่าทำศพ 850,000 บาท เงินทดแทนตาย 15,610,392 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ 961,087 บาท
สำหรับกรณีตึกถล่ม มียอดรวม 103 ราย จำแนกเป็น ผู้บาดเจ็บ 9 ราย โดยเป็นแรงงานไทย 6 ราย แรงงานต่างชาติ 2 ราย ไม่ทราบชื่อไม่ทราบสัญชาติ 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมี 15 ราย เป็นคนไทย 10 ราย แรงงานต่างชาติ 3 ราย ยังไม่ทราบชื่อไม่ทราบสัญชาติ 2 ราย และสูญหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 79 ราย ขณะนี้ สำนักงานประกันสังคมเตรียมจ่ายสิทธิประโยชน์ประกันสังคม จำนวน 15 ราย เป็นเงิน 12,733,641 บาท ญาติผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ สามารถนำเอกสารที่เกี่ยวข้อง มายื่นเพื่อดำเนินการขอรับสิทธิประโยชน์ได้ ซึ่งหากเอกสารครบสามารถดำเนินการให้เสร็จ ภายใน 7 วัน
‘ปภ.’ถกค่ายมือถือเตือนภัย
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมด่วนผู้ให้บริการเครือข่าย 3 ค่าย เพื่อหารือซักซ้อมและปรับกระบวนการส่งข้อมูลให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชนผ่านระบบข้อความสั้น (SMS) และระบบ Cell Broadcast โดยมีผู้แทนบริษัท เอไอเอส จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) เข้าร่วมการประชุม
โดยนายภาสกร กล่าวว่า วันนี้เป็นการพูดคุยร่วมกันระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนภัย กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ค่าย ในการเซ็ตกระบวนการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ โดยในระหว่างที่รอการพัฒนาระบบ Cell Broadcast ให้ครบสมบูรณ์และพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ปภ. และผู้ให้บริการเครือข่ายได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกันที่ชัดเจนในกระบวนการแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Virtual Cell Broadcast ทั้งกรณีแผ่นดินไหวและภัยพิบัติอื่น ๆ
“ในส่วนของ ปภ. วันนี้เราเดินหน้าเต็มที่ในการทำให้ระบบการแจ้งเตือนภัยมีประสิทธิภาพและเข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อให้ทุกคนทราบสถานการณ์และปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง โดย ปภ. ได้เตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน (emergency case) เพื่อให้การประสานงานร่วมกันกับทุกหน่วยงานในการแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องตามแนวทางการปฏิบัติงาน (SOP) ที่กำหนดไว้ โดยในวันนี้ช่วงบ่าย ทาง ปภ. จะเดินทางไปทดสอบระบบ Cell Broadcast ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนถึงความพร้อมในการแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยระบบ Cell Broadcast” อธิบดี ปภ. กล่าว
กู้ภัยแคนาดาเสริมทัม
เมื่อเวลา 14.10. น. ทีมกู้ภัยจาก USAR จากประเทศแคนาดา พร้อมสุนัข K9 1 ตัว ได้เดินทางมาที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ถล่มลงมา เพื่อเข้าช่วยเหลือภารกิจในการค้นหาผู้ที่ยังคงสูญหายอยู่ภายในตัวอาคารโดยการเดินทางมาครั้งนี้ของทีมยูซ่าประเทศแคนาดา เป็นการเดินทางมาหลังจากที่ยูซ่าประเทศอิสราเอล ได้ถอนกำลังไปปฏิบัติภารกิจที่อื่นในวานนี้
ทั้งนี้จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ยูซ่าจากประเทศแคนาดาได้เปิดถึงภารกิจที่มาในวันนี้ ว่า มาซัพพอร์ตการทำงานเจ้าหน้าที่หน้างานของประเทศไทย โดยในวันนี้มากันทั้งหมด 9 คน พร้อมสุนัข 1 ตัวในการเข้าร่วมภารกิจสนับสนุนการค้นหาผู้สูญหายภายในซากตึก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี