จับตา!'เรือ-หงส์'ยุคใหม่เตะประเดิมพรีเมียรลีกอังกฤษ

การแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026-27 แมตช์เดย์ที่ 1 ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026 มีลงฟาดแข้ง 3 คู่กับ 2 ช่วงเวลาเริ่มตั้งแต่ 20.00น. “นกนางนวล” ไบรท์ตัน จะเปิดบ้านพบกับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า

ความพร้อมเริ่มที่ ไบรท์ตัน ฤดูกาลที่แล้วจบอันดับที่ 8 ของตาราง คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ล่าสุดเพิ่งบุกไปเสมอ ทรอมโซ่ จากนอร์เวย์ 0-0 ยังคงใช้บริการกุนซือหนุ่มอย่าง ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ ซัมเมอร์นี้ต้องเสียสองแกนหลักอย่าง แยน พอล ฟาน เฮ็คเค่ แนวรับที่ย้ายไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และแดนนี่ เวลเบ็ค หัวหอกจอมเก๋าที่ซบ เชลซี อย่างไรก็ตามเสริมทีมเข้ามาได้น่าสนใจเหมือนกัน โดยเฉพาะ ลูก้า วุสโควิช แนวรับดาวรุ่งโครแอตมาสลับขั้วมาจาก สเปอร์ส 46 ล้านปอนด์ กลายเป็นสถิติแพงสุดของสโมสร
อย่างไรก็ตามเกมนี้ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ยานคูบ้า มินเตห์ และอีแวน เฟอร์กูสัน สองแนวรุกที่บาดเจ็บ ส่วนตัวใหม่อย่าง ปาสกาล สเตร้าจ์ค ต้องรอทดสอบความฟิต เช่นเดียวกับ แมตต์ โอไรลีย์ ขณะที่ คาร์ลอส บาเลบา มีข่าวกับ แมนฯยูไนเต็ด และยังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ จัดทัพในระบบ 4-2-3-1 วาง ยาซีน อายารี่ คุมแดนกลางร่วมกับ ปาสกาล กรอสส์ แนวรุกดัน มักซิม เดอ คุยเปอร์ ขึ้นมาเล่นปีกประสานงานกับ แจ็ค ฮินเชลวู้ด และดีเอโก้ โกเมซ โดยมี จอร์จินิโอ้ รุตแตร์ ยืนเป็นหน้าเป้า
ทางฝั่ง แอสตัน วิลล่า จบอันดับ 4 ของตาราง พร้อมคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลที่แล้ว ถือเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์หนแรกในรอบ 30 ปีของพวกเขา ซัมเมอร์นี้ต้องเสีย ลูก้าส์ ดีญ, ยูริ ตีเลมานส์, มอร์แกน โรเจอร์ส และ เอซรี่ คอนซ่า แต่ก็เสริมทัพเข้ามาได้น่าสนใจ ทุ่มซื้อ โยฮัน มันซัมบี้ ค่าตัวสถิติสูงสุดของสโมสร 52 ล้านปอนด์ ได้ ไซออน ซูซูกิ มือกาวทีมชาติญี่ปุ่นเข้ามาเฝ้าเสา 25.6 ล้านปอนด์ และแบ็กขวาอย่าง แอรอน วาน-บิสซาก้า คือรายล่าสุด
เกมนี้ยังหมดสิทธิ์ใช้งานสองผู้เล่นที่บาดเจ็บมาจากฟุตบอลโลกอย่าง อมาดู โอนาน่า และโยฮัน มันซัมบี้ รวมไปถึง ชูเอา โกเมส ที่ได้มาใหม่ และดาวรุ่ง ไบรอัน มาดโจ้ ด้วย แดนกลางจำเป็นต้องส่งตัวเก๋าอย่าง รอสส์ บาร์คลีย์ ลงไปคุมจังหวะเกมร่วมกับ บูบาการ์ กามาร่า เกมรุกวาง จอห์น แม็คกินน์ เป็นผู้นำประสานงานกับ เอมิลิอาโน่ บูเอนเดีย และอเลฮานโดร การ์นาโช่ หน้าเป้าใช้ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ลงล่าตาข่าย แม้จะมีข่าวกับทีมในตะวันออกกลาง
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุด แอสตัน วิลล่า เหนือกว่า ชนะ 3 เสมอ 1 และไบรท์ตันชนะ 1
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
ไบรท์ตัน (4-2-3-1) : บาร์ต แฟร์บรูกเก้น, มัตส์ วีฟเฟอร์, ลูก้า วุสโควิช, โอลิวิเย่ร์ บอสคาญี่, เฟอร์ดี้ คาดิโอกลู, ยาซีน อายารี่, ปาสกาล กรอสส์, ดีเอโก้ โกเมซ, แจ็ค ฮินเชลวู้ด, มักซิม เดอ คุยเปอร์ และจอร์จินิโอ้ รุตแตร์
แอสตัน วิลล่า (4-2-3-1) : ไซออน ซูซูกิ, แมตตี้ แคช, ไทโรน มิงค์ส, เปา ตอร์เรส, เอียน มาตเซ่น, บูบาการ์ กามาร่า, รอสส์ บาร์คลีย์, จอห์น แม็คกินน์, เอมิลิอาโน่ บูเอนเดีย, อเลฮานโดร การ์นาโช่ และโอลลี่ วัตกิ้นส์
สกอร์ที่คาด: ไบรท์ตัน 1-2 แอสตัน วิลล่า

คู่ต่อมายังอยู่ในช่วงเวลา 20.00น. “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือน “เดอะ เชอร์รีส์” เอเอฟซี บอร์นมัธ
แมนฯซิตี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสร เมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ปิดฉากช่วงเวลา 10 ปี ยอมจ่ายค่าชดเชยหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องจำนวน 17 ล้านปอนด์ เพื่อไปเอา เอ็นโซ่ มาเรสก้า เข้ามาสานงานต่อ แต่ทว่าทีมยังไม่เข้าที่เข้าทาง โดน “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ถล่ม 3-0 ในศึกชิงโล่การกุศลเอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ พร้อมกับเสียห้องเครื่องคนสำคัญอย่าง โรดรี้ ที่ย้ายกลับสเปนไปค้าแข้งให้กับ บาร์เซโลน่า ทุ่ม 116 ล้านปอนด์ คว้าตัว เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน เข้ามาร่วมทีม
เกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เฌเรมี่ โดกู แนวรุกตัวจี๊ดที่บาดเจ็บจากเกมล่าสุด ส่วน ซาวินโญ่ และโอมาร์ มาร์มูช ตามรายงานกำลังย้ายไปร่วมทีม ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ส่วน มาเตอุส นูเนส ต้องรอทดสอบความฟิต อาจจำเป็นต้องใช้ อับดูโคดีร์ คูชานอฟ ไปยืนแบ็กขวา นอกนั้นอยู่ครบเล่นในระบบ 4-2-3-1 วาง เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน คุมแดนกลางร่วมกับ มาเตโอ โควาซิซ แนวรุกส่ง รายาน แชร์กี ลงไปประสานงานกับ ฟิล โฟเด้น และอองตวน เซเมนโย่ โดยมี เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ เป็นตัวจบสกอร์เหมือนเดิม
ฟากของ เอเอฟซี บอร์นมัธ เปลี่ยนกุนซือเช่นเดียวกัน ใช้บริการ มาร์โก โรเซ่อ เทรนเนอร์ชาวเยอรมนี เข้ามาคุมทีมแทน อันโดนี่ อิราโอล่า ปล่อยสองนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมอย่าง ฮาเหม็ด ตราโอเล่ และเอเนส อูนาล ออกจากทีม เสริมเข้ามาหลักๆ 3 ราย เริ่มจาก อัลบาโร่ โรดริเกซ ดาวยิงอุรุกวัยจาก เอลเช่, อันโตนิโอ ซิลวา แนวรับจากเบนฟิก้า และฆวนลู ซานเชซ แบ็กขวาจากเซบีญ่า
เกมนี้จะไม่มี ไรอัน คริสตี้ มิดฟิลด์สกอตแลนด์ที่ติดโทษแบน รวมไปถึง เอลี่ จูเนียร์ ครูปี้ และยูเลี่ยน อเราโฆ่ ที่โชคร้ายบาดเจ็บในช่วงพรีซีซั่นต้องพักหลายเดือน ที่เหลือรอทดสอบความฟิตผู้เล่นบางราย แม้จะเปลี่ยนโค้ช แต่ยังยึดระบบการเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม นำโดย ไทเลอร์ อดัมส์, อเล็กซ์ สก็อตต์, รายาน, จัสติน ไคลเวิร์ต, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ และเอวานิลซอน
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 26 ครั้งในทุกรายการ แมนฯซิตี้ เหนือกว่าแบบบานเบอะ ชนะได้ถึง 22 เสมอ 3 และแพ้ให้กับ บอร์นมัธ ครั้งเดียว เกิดขึ้นในเกมเยือนไวตาลิตี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2024
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมมา, อับดูโคดีร์ คูชานอฟ, รูเบน ดิอาส, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล, นิโก้ โอไรลีย์, เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน, มาเตโอ โควาซิช, รายาน แชร์กี, ฟิล โฟเด้น, อองตวน เซเมนโย่ และเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์
บอร์นมัธ (4-2-3-1) : ยอร์เย่ เปโตรวิช, อดัม สมิธ, อันโตนิโอ ซิลวา, เจมส์ ฮิลล์, อาเดรียง ทรูฟแฟร์, ไทเลอร์ อดัมส์, อเล็กซ์ สก็อตต์, รายาน, จัสติน ไคล์เวิร์ต, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ และเอวานิลซอน
สกอร์ที่คาด: แมนฯซิตี้ 2-0 บอร์นมัธ

ปิดท้าย ลงเล่นในเวลา 22.30น. “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะเปิดถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ดวล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล
ความพร้อมเริ่มที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นอีกทีมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เริ่มจากการปล่อยตัวหลักอย่าง แอนโธนี่ กอร์ดอน, ซานโดร โตนาลี่ และบรูโน่ กีมาไรส์ ออกจากทีม นำไปสู่การลงจากตำแหน่งของ เอ็ดดี้ ฮาว ที่คุมทีมมาอย่างยาวนานเกือบ 5 ปี ไปดึงเอา มาติอัส ไยส์เลอร์ เทรนเนอร์หนุ่มวัย 38 ปี จ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับ อัล-อาห์ลี 9.5 ล้านปอนด์ ทิศทางในการเสริมทัพก็เปลี่ยนไป ล้างไพ่ด้วยการเน้นสอยแข้งดาวรุ่งอนาคตไกล ปัจจุบันคือ 6 ราย โดย 2 จาก 6 ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่พร้อมใช้งานทันที คือผู้รักษาประตู ลูคัส ฮอร์นิเช็ค และแบ็กขวา อามาร์ เดดิช
ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของกุนซือทั้งคู่น่าจะได้สตาร์ทตัวจริงในเกมนี้ทันที เพราะแบ็กขวาตัวจริงอย่าง ตีโน่ ลิฟราเมนโต้ ยังบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ โชลินตอน ในแดนกลาง ทำให้ต้องใช้ เจค็อบ แรมซีย์ ยืนคู่กับ ลูอิส ไมลีย์ แนวรุกถอย โยอัน วิสซ่า ลงมาปั้นเกมขนาบข้างไปด้วย แอนโธนี่ เอลังก้า และฮาร์วีย์ บาร์นส์ โดยมี วิลเลี่ยม โอซูล่า เป็นหน้าเป้า
ฝั่งผู้มาเยือน ลิเวอร์พูล เป็น 1 ใน 9 สโมสรของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เปลี่ยนกุนซือฤดูกาลนี้ ได้ อันโดนี่ อิราโอล่า เข้ามาแทน อาร์เน่อ ชล็อต เสริมทัพแข้งใหม่แค่ 2 ราย สอยปีกอย่าง บิคตอร์ มูนญอซ มาจากโอซาซูน่า ด้วยค่าฉีกสัญญา 34 ล้านปอนด์ และยืม โรนัลด์ อเราโฆ่ จากบาร์เซโลน่า มาขับแนวรับ ปิดฉากช่วงพรีซีซั่นแบบมีความหวังด้วยการเอาชนะ โคโม่ ในแอนฟิลด์ 2-0
เกมนี้ทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ยังไม่มี คอนอร์ แบร๊ดลีย์, โจวานนี่ เลโอนี่ และโจ โกเมซ ที่บาดเจ็บ ในรายของ เคอร์ติส โจนส์ กำลังจะย้ายไปร่วมทีม “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ส่วน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ไม่น่าฟิตพอที่จะออกสตาร์ทตัวจริง ยังต้องการแมตช์ฟิตเพิ่ม ทำให้ โดมินิค โซโบสไล จะคุมแดนกลางร่วมกับ ไรอัน กราเฟนแบร์ช แนวรุก ริโอ เอ็นกูโมฮา ต้องฝืนธรรมชาติไปยืนทางขวา ในระหว่างที่ทีมกำลังซื้อปีกใหม่ ประสานงานกับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และโคดี้ กัคโป โดยมี อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยืนหน้าเป้าล่าตาข่าย
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 192 ครั้งในทุกรายการ ลิเวอร์พูล ชนะ 96 เสมอ 45 และนิวคาสเซิ่ล ชนะ 51
หากนับเฉพาะ 20 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูล พลาดท่าพ่ายให้กับ นิวคาสเซิ่ล แค่ครั้งเดียว ในรอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ เมื่อปี 2025 ที่เหลือ ชนะ 14 และเสมอ 5
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
นิวคาสเซิ่ล (4-2-3-1) : ลูคัส ฮอร์นิเช็ค, อามาร์ เดดิช, มาลิค เจา, สเวน บ็อตมัน, ลูอิส ฮอลล์, เจค็อบ แรมซีย์, ลูอิส ไมลีย์, แอนโธนี่ เอลังก้า, โยฮัน วิสซ่า, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และวิลเลี่ยม โอซูล่า
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลิสซอน เบ็คเกอร์, เฌเรมี่ ฟริมปง, เฌเรมี่ ฌักเกต์, เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค, มิลอส เคอร์เคซ, โดมินิค โซโบสไล, ไรอัน กราเฟนแบร์ช, ริโอ เอ็นกูโมฮา, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กัคโป และอเล็กซานเดอร์ อิซัค
สกอร์ที่คาด: นิวคาสเซิ่ล 1-2 ลิเวอร์พูล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

