ยืนกราน‘แม้ว’เข้าห้องขังแล้ว
‘วิษณุ’การันตี
ผ่านขั้นตอนถอดเสื้อ-กักโรค
ชี้‘ยิ่งลักษณ์’บินกลับไทยได้
ถ้ามาแล้วติดคุกก็ไม่มีปัญหา
“วิษณุ” ยืนยัน“ทักษิณ”เข้าห้องขังแล้ว ชี้“ยิ่งลักษณ์”กลับไทย เข้าสู่กระบวนยุติธรรมได้ ต้องไปรายงานตัวที่ศาลเป็นอันดับแรกเหมือนกรณี“ทักษิณ”ถ้ายอมติดคุก ก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องไปถวายฎีกา เลขาฯป.ป.ช.ชี้คดี“ชั้น14”จนท.เอื้อ“ทักษิณ”ไม่ต้องนอนคุก เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานเสร็จแล้วอยู่ระหว่างส่งเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ว่ามีมูลหรือไม่ ลั่นหากหน่วยงานไหน ไม่ส่งเอกสารมา มีอำนาจเรียกเอกสารจากทุกหน่วยงานได้ ก่อนสรุป-เสนอเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่
เมื่อเวลา 11.55 น.วันที่ 9 ธันวาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับมาประเทศไทย สามารถกลับมาในแนวทางเดียวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ว่า“ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับพระราชพระอำนาจที่ขอถวายฎีกา ถ้ากลับเข้ามา ก็มาแล้ว ยอมติดคุก ก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องไปถวายฎีกา ซึ่งตนไม่อยากให้ความเห็นตรงนี้”
เมื่อถามว่า แต่กลับมาต้องไปรายงานตัว ที่ศาลเป็นอันดับแรกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ใช่ ทำแบบเดียวกับนายทักษิณ ต้องไปรายงานตัวที่ศาล แล้วราชทัณฑ์ก็รับตัวไป ก็พ้นจากอำนาจศาล ก็เป็นเรื่องกรมราชทัณฑ์แล้ว ส่วนเรื่องจะอภัยโทษ หรือไม่อภัยโทษอะไร เป็นเรื่องนอกศาล”
เมื่อถามว่า แต่กรณีของนายทักษิณ ป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่น่าจะป่วย นายวิษณุ กล่าวว่า“ก็ไม่ได้ยินข่าวว่าป่วย” เมื่อถามว่า ต้องเข้าห้องขังก่อนหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า“กรณีของนายทักษิณ ก็เข้าห้องขังนะ”
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ายังไม่ทันเข้าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “เข้านะ ผมยืนยัน คุณไปนึกภาพห้องขังเป็นลูกกรงๆซีกๆ ห้องขังไม่ได้เป็นแบบนั้น ซึ่งผมเดินทางไปช่วงบ่าย ซึ่งนายทักษิณ เข้าไปก่อนแล้ว ช่วงขั้นตอนต่างๆ ผมไม่อยากไปยุ่งตอนนั้น มีขั้นตอนการถอดเสื้อ เปลี่ยนเสื้อ ถ่ายรูป ทำบัตร ตรวจโรค กักโรค เรียบร้อยแล้วก็มาส่งที่ห้องขัง เพียงแต่ทำดี สะอาดหน่อยเท่านั้น ปัด กวาด เช็ดถูห้องน้ำให้ดูดี เดิมถ่ายห้องหนึ่ง อาบน้ำไปอีกห้องหนึ่ง เราก็ติดฝักบัวให้เขาก็จบเรื่อง ซึ่งตอนติดฝักบัว ตนไปดู ตรงนั่นแหละคือห้องขัง ตามหลักตั้งใจว่าถ้า 8 ปี ก็อยู่ในห้องนี้แหล่ะ”
เมื่อถามว่า แต่เวลานี้คนก็ยังไม่เชื่อนายทักษิณป่วย นายวิษณุ กล่าวว่า“ป่วย ไม่ป่วยไม่รู้ แล้วแต่หมอเขาว่าป่วย”
เมื่อถามว่า เห็นร้องจะเอาผิดทั้งข้าราชการและรัฐมนตรี นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนบ่ายที่เอาตัวกลับมาจากที่ตรวจโรคแล้วซึ่งไปเพื่อประชุมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่า เราตีความกันแน่นแล้ว เขาขังกี่ปี เพราะว่าตามหลักควรเป็น 11 ปี แต่อีกฝ่ายเห็นว่าควรจะเป็น 8 ปี ระหว่างศาลคดีหนึ่งมีลด ในที่สุดก็ส่งเรื่องไปหารือศาลได้คำตอบมาเดี๋ยวนั้นว่า 8 ปี
เมื่อถามว่าส่วนตัวเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาได้อยู่แล้วปีหน้า นายวิษณุ ย้อนถามกลับว่า คำถามนี้ต้องการจะรู้อะไร คือ เขากลับมาเมื่อไหร่ บินกลับมาก็มาได้ ก็มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนจะได้ตามที่คิดหรือไม่ ตนไม่รู้ ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับหลักเกณฑ์กรมราชทัณฑ์การคุมตัวนอกเรือนจำ นายวิษณุ กล่าวว่า เห็นผบ.เรือนจำ ออกมาชี้แจงก็เข้าใจดี
ที่เมืองทองธานี นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบกรมราชทัณฑ์ ผอ.ราชทัณฑ์ ผอ.รพ.ตำรวจ มีการเอื้อประโยชน์ให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ต้องขังคดีทุจริตไปพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหลีกเลี่ยงการไม่ต้องถูกจำคุกว่า คดีนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ เป็นเรื่องของสำนักงาน ป.ป.ช. พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อพิจารณากรองสำนวน และมีความเห็นว่า มีมูล หรือไม่มีมูลเพียงพอที่จะตั้งไต่สวนหรือไม่
“โดยคดีชั้น14 อยู่ในขั้นตอนนี้ หากคณะกรรมการกลั่นกรองฯพิจารณาเสร็จก็จะสรุปและเสนอความเห็นเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนนี้”เลขาธิการ ป.ป.ช. ย้ำ
เมื่อถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลมาให้ครบหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้เรียกเอกสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมรวมมาตรวจสอบ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะยังอยู่ในชั้นของคณะกรรมการกลั่นกรอง ตนในฐานเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่สามารถเข้าไปดูในรายละเอียดการชี้แจงของแต่ละหน่วยงานได้ ทำได้เพียงการสอบถาม เรื่องความคืบหน้า
ส่วนจะส่งเอกสารมาครบถ้วนแล้วหรือไม่นั้น เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ามีหน่วยงาน มีข้อขัดข้องยังไม่ได้ส่งข้อมูลมา แต่ทราบว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.รวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว
“ขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มีอำนาจเต็มที่ในการดำเนินการ หากยังไม่มีใครส่งเอกสารอะไรมา ก็สามารถดำเนินการใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสาร พยานหลักฐาน โดยสำนักงานจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความร่วมมือ แต่หากสุดท้ายยังไม่ได้รับความร่วมมือ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายดำเนินการได้”นายสาโรจน์ กล่าวย้ำทิ้งท้าย
ก่อนหน้านี้ ได้ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ว่า ฝ่ายตรวจสอบไต่สวนของ สำนักงาน ป.ป.ช.โดยมีนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานคณะกรรมการไต่สวน ได้เสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร ป่วยทิพย์ ชั้น 14 มีทั้งระดับรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่โดยลงมติ เป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดแล้วและให้เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาชี้มูลและดำเนินคดีอาญาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป แต่ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าไอ้โม่ง“ว”ที่หวังอำนาจ เป็นใหญ่ใน ป.ป.ช.ยอมตัวขายตนให้กับนักการเมือง แจ้งให้เปลี่ยนเรื่องเป็นให้ยุติการสอบสวน เพราะกรณีไม่มีมูลความผิด แต่คณะกรรมการไต่สวนไม่ยอม และจะส่งรายงานการตรวจสอบไต่สวนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้านี้และจนถึงขณะนี้เรื่องดังกล่าว ยังไม่เข้าถึงที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี