เปิดจดหมาย 3 ฉบับของ‘ชาวอุยกูร์’ฝาก‘สตม.’ แต่ไปไม่ถึง UNHCR แจ้งชัดขอลี้ภัย ไม่ต้องการกลับจีน พร้อม SOS ถูกบังคับให้เซ็นเอกสารยินยอม ก่อนประกาศอดอาหารประท้วง 19 วันเมื่อต้นเดือนม.ค.68 ‘กัณวีร์’ซัดรัฐบาลหยุดบิดเบือน ทำงานลับๆ ล่อๆ
28 กุมภาพันธ์ 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์จดหมาย 3 ฉบับที่ระบุว่าเป็นของชาวอุยกูร์ที่ถูกไทยส่งกลับประเทศจีน พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang” ระบุว่า...
เปิดจดหมาย 3 ฉบับจากเสียงผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่เคยถูกกัก และผู้ที่ถูกผลักดันกลับจีน มาดู (ฟัง) เสียงคนที่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกจากห้องกักเป็นเวลาเกือบ 11 ปี สุดท้ายรัฐไทยเปล่งเสียงแทนว่าพวกเค้าอยากกลับจีนมากเพื่อไปเจอครอบครัวเค้า !!
จดหมายทั้งสามฉบับเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือขอวามช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่ถูกกักและคุมขังในไทยมานานเกือบ 11 ปี โดยชาวอุยกูร์ 48 คน ยืนยันไม่สมัครใจกลับจีน กลัวติดคุกและถูกฆ่าตาย และส่งถึงนายกรัฐมนตรีไทย ใช้หัวอกความเป็นแม่และผู้หญิงช่วยให้ชาวอุยกูร์ได้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่
จดหมายฉบับแรก
มาจากผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ถึง UNHCR เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 แต่จดหมายไปไม่ถึง UNHCR ทาง สตม.เก็บไว้และส่งคืนให้ผู้ต้องกักระหว่างอดอาหาร เมื่อเดือน ม.ค.2568 ที่แจ้งชัดเจนว่า “อย่าส่งเค้ากลับจีน เพราะหากถูกส่งไปชีวิตเค้าไม่ถูกขัง ก็ถูกทรมานและอาจตายได้” จดหมายฉบับนี้ถูกดองและส่งคืน
จดหมายฉบับที่สอง
นอกจากนี้ยังมีจดหมายจากญาติของผู้ต้องกักที่เป็นตัวแทนของ 43 อุยกูร์ ถึงนายกรัฐมนตรีของไทย ขอให้ส่งตัวชาวอุยกูร์ที่เป็นลูกๆ และสามีพวกเขาไปประเทศอื่น จดหมายส่งไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2567 ย้ำเรื่องการที่นายกฯ ก็เพิ่งได้รับคุณพ่อที่เพิ่งกลับมารวมครอบครัวได้ ซึ่งเป็นหัวอกของความเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ถูกทำให้แยกจากกัน และต้องเข้าใจให้ตรงกันนะครับว่าครอบครัวของ 43 อุยกูร์นี้ถูกส่งไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม (ตุรกี) เมื่อปี 2568 นะครับ ไม่ใช่อยู่ที่จีน !!
จดหมายฉบับที่สาม
เขียนโดยผู้ต้องกักอุยกูร์ในห้องกักที่สวนพลูขอความช่วยเหลือ SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลก ไม่ให้ถูกบังคับส่งกลับไปยังประเทศจีน เนื่องจากภัยอันตราย โดยพวกเขาประกาศอดอาหารเป็นเวลา 19 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 -28 ม.ค.2568
นี่คือเสียงจากผู้ที่ไม่มีเสียง (Voices of the Voiceless) ผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์และครอบครัวที่ถูกทำให้แยกกันเป็นเวลามากกว่า 10 ปี
จะเอายังไงรัฐบาลไทย ??
จะนั่งโต๊ะแถลงแบบหลอกลวงคนทั้งโลกว่าเค้าอยากกลับประเทศเองโดยสมัครใจอีกหรือไม่ ?? เค้าประท้วงโดยการอดอาหารตอนต้นปีนี้เพราะกลัวว่าจะถูกผลักดันกลับจีน !! ญาติเค้าที่อยู่ตุรกีขอให้ใช้หลักการรวมครอบครัวไปที่ตุรกี แล้วบอกนายกฯ เราขอให้เอาใจท่านมาใส่ใจเค้าในฐานะลูกสาวที่พ่อเพิ่งกลับมารวมครอบครัวจากการลี้ภัยในต่างประเทศ เอ้าจะว่าไง ??
เลขา สมช.บินไปจีนไปร่วมสร้างภาพกับการโกหกหลอกลวงจากนักการเมืองที่อ้างหลักสิทธิมนุษยชนผิดๆ บิดเบี้ยวนี้ ท่านไปทำทำไม ผมเสียใจอย่างแท้จริงกับการจัดฉากหลอกลวงระดับโลกนี้ แถม ผบ.ตร.มาอ้างว่าเค้าอยากกลับบ้านไปรวมครอบครัวมันคืออะไร ??
ไอ้การที่ ผบ.ตร.ไม่รู้วิธีการแก้ไขแบบยั่งยืนด้านผู้ลี้ภัยผมไม่ติดนะเพราะคงไม่รู้จริงๆ แต่อย่าเสนอสิ่งที่จะทำให้สังคมตระหนักรู้ที่ผิดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน โดยบอกว่าเราเสียภาษีเลี้ยงดูเค้ามาอย่างยาวนาน ทำไมต้องดูแลและเค้าอยากกลับบ้าน
โถ่ !! เพราะจริงๆ มีมากกว่า 1 ประเทศอยากรับมาอย่างยาวนาน แต่รัฐไทยไม่ให้
หยุดบิดเบือนการกระทำผิด ทำงานลับๆ ล่อๆ ทำอย่างกับขบวนการนำพา (Human Smuggling) ทำเป็นไม่บอกไม่กล่าว ทำให้เสร็จก่อนแล้วให้จีนแถลงก่อน หากท่านโปร่งใสและกล้าหาญจริงและบอกว่าตัวเองทำชอบธรรมแล้ว ทำไมไม่ประกาศตั้งแต่แรกที่มีการตกลงกับสีจิ้นผิง แล้วแจ้งให้สาธารณะทราบ ที่สำคัญที่สุด ไม่แจ้งให้ผู้ลี้ภัยอุยกูร์ทราบว่ามีกระบวนการอะไร เค้าเต็มใจหรือไม่ และให้เค้าบอกเองว่าเค้าอยากกลับไปจีนเอง !!
หยุดการแก้ตัวที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและเสนอเหตุผลยอดแย่ ต้องยอมรับความจริง !!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี