‘อนุฯคอลเซ็นเตอร์’เปิดยอดความเสียหายเหยื่อเดือนมกราคม 2,000 ล้านบาท แต่อายัดทันแค่ 400 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่หลอกลงทุนออนไลน์-ข่มขู่โอนเงิน จี้ถามรัฐบาลตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตชายแดนจริงหรือไม่ พบสายสัญญาณโยงส่งฝั่งกัมพูชา 20 สาย ชี้มีเหยื่อค้ามนุษย์คนไทยฝั่งกัมพูชา 3,600 คน
เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2568 นายชุติพงษ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และบัญชีม้า ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูประเทศ แถลงว่า อนุ กมธ. เชิญตำรวจไซเบอร์ รายงานสถิติเคสเดือนมากราคม โดยมีมากกว่า 3 หมื่นกรณี ในการแจ้งความอายัดบัญชีไปแล้วกว่า 1 หมื่นบัญชี อายัดเงิน 448 ล้านบาท โดยความเสียหายในเดือนมกราคมกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งไม่สามารถอายัดได้ทันกว่า 1,500 ล้านบาท โดยการหลอกลวงที่เกิดความเสียหายสูงสุดคือการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ และกรณีหลอกลวงโอนเงินด้วยการข่มขู่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายชุติพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีข้อมูลว่าบัญชีม้ามีหลายประเภท เช่น บัญชีม้าใน เป็นบัญชีภายในของกระบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้รับโอนเงินปลายทาง และบัญชีม้านอกเป็นบัญชีของประชาชนที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีตัวกลางการโอนเงิน ส่วนใหญ่กลายเป็นสแกมเมอร์ด้วยความไม่สมัครใจ และยังมีบัญชีม้าต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้วยการหลอกแรงงานผ่าน MOU ก่อนจะลอยแพทิ้ง และบัญชีม้าเด็ก ที่ผู้ปกครองเปิดบัญชีให้เพราะไม่ต้องพกเงินสด และถูกหลอกให้ทำงานออนไลน์
นายชุติพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ยังมีปัญหาในการดำเนินคดีเนื่องจากรวบรวมหลักฐานไปจนถึงเส้นเงินปลายทางทำได้ยาก ทำให้อัยการไม่รับฟ้อง และศาลไม่รับฟ้อง จนทำให้ผู้เสียหายมีจำนวนลุกลามบานปลายเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้บัญชีเงินคริปโตซึ่งไม่ทราบว่าผู้ถือกระเป๋าเป็นผู้ใด โดยกรรมาธิการได้หยิบยกกรณีผู้สูงอายุในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ถูกหลอกเงินโอนไปที่เมียวดี และปลายทางอยู่ที่ห้วยขวางกรุงเทพ ซึ่งจะตามต่อ
นายชุติพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนข้อมูลจากมูลนิธิอิมมานูเอล ให้ข้อมูลเรื่องหลอกไปทำงานออนไลน์ ที่ดูเหมือนเป็นการสมัครใจ หลอกไปทำงานบัญชีโดยรับสมัครแอดมิน ซึ่งเห็นในเว็บไซต์รับสมัครงานจำนวนมาก โดยจะเป็นการหลอกให้ข้ามแดนไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ยึดพาสปอร์ตและบังคับให้ทำงาน หากไม่ทำงาน จะถูกทำร้ายร่างกาย หากเป็นผู้หญิงจะถูกข่มขืนและบังคับทำงาน หากทำไม่ได้ตามเป้าจะถูกฆาตกรรม ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้มีเสียชีวิต 1 คน หากทำไม่ได้ตามเป้าจะถูกขายต่อเป็นขบวนการค้ามนุษย์ โดยพาข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติหลายจุดฝั่งกัมพูชา
นายชุติพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตเรื่องการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีการตัดแล้ว ว่าอาจไม่ได้ตัดจริงจากที่ได้รับข้อมูลมา เพราะมีสายส่งสัญญาณที่ถูกกฎหมาย 5 เส้น แต่เส้นส่งสัญญาณข้ามไปยังกัมพูชามี 20 เส้น โดยไม่ทราบในรายละเอียดว่าเป็นของบริษัทใด ซึ่งการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังประเทศเพื่อนบ้านนับว่าเป็นการหล่อเลี้ยงขบวนการค้ามนุษย์ที่มีพฤติกรรมอาชญากรรมทำให้มีการเติบโต กลับมาหลอกลวงคนไทยจนเกิดผู้เสียหายจำนวนมาก
“จำนวนของคนไทยเท่าที่ทราบที่ถูกกักขังซ้อมทรมาน และไม่รู้จะมีชะตาชีวิตอย่างไร ยังมีอยู่ฝั่งกัมพูชา ณ ปัจจุบันมากกว่า 3,600 คน โดยทราบพิกัดแล้วในบางส่วนในแต่ละพิกัดที่มีคนไทยถูกหลอกอยู่” นายชุติพงษ์กล่าว
นายชุติพงษ์ กล่าวว่า ธนาคารยังลอยตัวเหนือปัญหา ในการระงับยับยั้งการโอนเงินในบัญชีที่มีความผิดปกติ และทวงถามความคืบหน้าคืบ พ.ร.ก. ไซเบอร์ของรัฐบาล แผนประกันเชื่อว่าทุนเทาที่อยู่บริเวณชายแดนยังได้รับทรัพยากรในการหล่อเลี้ยงและมาหลอกลวงประชาชนคนไทย และยังไม่มีมีการดำเนินการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐเพื่อปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งส่วนใหญ่การหลอกลวงคนไทยอยู่ในฝั่งกัมพูชา ส่วนฝั่งเมียนมาเป็นการหลอกชาวจีน แต่มีความคืบหน้ามากกว่า พร้อมทวงถามว่าเมื่อไร จะมีการเจรจาดำเนินการระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี