ทะลักเดือด! "กีกี้"ลามปมร้อน"อุยกูร์" ซัดกันนัวกลางสภาฯ "ภูมิธรรม"แจงไปเหน็บไป "ฝ่ายค้าน"ไม่ไหวจะทน ลุกประท้วงบี้ขอให้ถอน"หยาบโลน"ยันเข้าใจผิด ก่อนวุ่นหนักตะโกนปะทะคารมนอกไมค์ ทำ"ภราดร"ต้องสวมบทขึงขังลุกยืนปราม สอนมวยประท้วงทำเสียเวลา ไร้สาระ รกสภาฯ ปชช.ไม่ได้ประโยชน์
เมื่อเวลา 20.10 น.วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี) โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงกรณีการส่งชาวอุยกูร์ 40 คน กลับไปยังประเทศจีน ว่า ที่ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวหารัฐบาลสารพัดในเรื่องนี้ว่าเล่นละคร ตนขอยืมคำของอดีตรองนายกฯ มาใช้ว่า ท่านเป็นนักโกหกตัวยง ตนมีเรื่องมาหักล้าง อย่าคิดว่าตนกล่าวเลื่อนลอย สิ่งที่นายกัณวีร์พูด เข้าใจได้ว่าไร้ประสบการณ์ ไม่เคยบริหารประเทศ จึงพยายามแสดงออกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ และความมั่นคงของชาติ จะต้องใช้ความระมัดระวังอะไร ใช้แต่จินตนาการมาวิจารณ์คนอื่นว่าเป็นนักต้มตุ๋น พูดเหมือนไม่รักประเทศ
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ชาวอุยกูร์ที่มีความผิดคือเข้าเมืองผิดกฎหมาย โทษอย่างสูงก็ 2 ปี แต่รัฐบาลที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงได้ขังชาวอุยกูร์มา 11 ปี ถือเป็นเรื่องผิดหลักมนุษยธรรม แต่ปัญหาไทยคือเราอยู่บนทาง 2 แพร่ง ล้วนแต่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น รัฐบาลที่ผ่านมาจึงไม่กล้าตัดสินใจ แต่รัฐบาลนี้อาสาเข้ามาแก้ปัญหา นายกฯสั่งการให้เร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งปัญหาเรื่องอุยกูร์เป็นเรื่องที่เราต้องจัดการให้ เพราะเรามีกฏหมายซ้อมทรมานอุ้มหายหากขังเกินกว่าโทษที่ได้รับ มีบางคนพูดว่าทำไมไม่เก็บเขาไว้ในคุกแล้วเอาไปต่อรองกับสหรัฐอเมริกา เป็นคำพูดที่ไม่เห็นความมนุษย์เลย ดังนั้นอย่ามองคนอื่นเป็นสินค้า ต้องมองเขาเป็นมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่ปากพูด แต่วิธีปฏิบัติไม่คำนึงถึงอะไร สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ รัฐบาลเลือกวิธีส่งกลับให้ประเทศเจ้าของคือจีน เรารู้ว่าในแง่สิทธิมนุษยชนมีคนเป็นห่วง เพราะข้อกฎหมายบอกว่า ถ้าส่งเขาไปแล้วทุกข์ทรมานเราไม่สมควรส่ง จึงเป็นที่มาที่เราขอให้รัฐบาลจีนออกจดหมายรับรองอย่างเป็นทางการ จีนที่ถือเป็นสหประชาชาติ อยู่ในคณะมนตรีความมั่นคงประจำ เขายืนส่งจดหมายสำคัญมา หากเราไม่รับ ก็อย่ามีไปความสัมพันธ์กับเขาเลย
"ที่บอกว่าเขาไม่ใช่ชาวจีน มีบางคนบอกว่ามีหลักฐานว่าเป็นชาวตุรกี ท่านโกหก ตนมีหลักฐานทั้งหมดว่าทั้ง40คนเป็นชาวจีน ท่านบอกว่าไม่สบายใจ กล่าวหาว่าชาวอุยกูร์ถูกบังคับ เล่นละครชุดใหม่ กระทั่งหยิบเอาจดหมายที่ปลอมขึ้นมาพูด ผมมีหลักฐานว่า 40 คนนี้สมัครใจ ท่านอยากเจอ อยากทราบ ไม่มีปัญหาพบกันได้ เอาหลักฐานมาเปิดให้ดูต่อหน้าสื่อมวลชน เอกอัครราชทูตประเทศต่างๆมาเจอผมเขาห่วงใย แต่พอผมชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดให้เขาไป เขาก็เข้าใจ แม้ว่าจะอยากหรือไม่อยากยังไงก็ตาม เขามีวุฒิภาวะ เขารู้ว่าแม้จะชอบใจหรือไม่ แต่ยืนอยู่บนความเป็นจริง ไม่ใช่ยืนอยู่กับจินตนาการ ฝันไปเรื่อย พูดไปเรื่อย คิดไปเรื่อย แล้วชี้นิ้วกลับไปใส่คนอื่นว่ามีปัญหา ต้องกลับไปดูตัวเองให้มากๆว่าคนมีปัญหาคือใคร ยืนยันว่าทางผู้นำระดับสูงของจีนรับประกันกับนายกฯไทยว่า จะดำเนินการอย่างดีที่สุด ไม่ไปจับเขาเข้าคุก หรือให้เกิดอันตราย เมื่อท่านฟังอย่างนี้ที่ประเทศมหาอำนาจยืนยันมาแบบนี้ จะเชื่อฟังได้หรือไม่ แต่ผมว่าท่านไม่รู้ เพราะไม่เคยเป็นรัฐบาล เป็นแต่ฝ่ายค้าน แล้ววิจารณ์เอาจินตนาการมาด่าคนอื่น ท่านไม่เคยเข้าใจความตั้งใจรัฐบาล ไม่เคยเข้าใจคนอื่น คิดแต่ตัวเอง หมกหมุ่นสนใจอยู่แต่เรื่องตัวเอง" นายภูมิธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายภูมิธรรมอภิปราย บรรดาฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นประท้วงให้ชี้แจงอยู่ในเนื้อหา ไม่ใช่เสียดสีต่อว่าแบบนี้ โดยนายภราดร ประธานการประชุม วินิจฉัยว่ามีการเสียดสีทั้งผู้อภิปราย และผู้ชี้แจง ขอให้รัฐมนตรี ที่เป็นผู้ใหญ่ ใช้ความสุขุมรอบคอบในการชี้แจง ซึ่งนายภูมิธรรม หัวเราะ พร้อมชี้แจงว่า ตนสุขุมรอบคอบมากที่สุดแล้ว ตนยังไม่เคยใช้คำว่ากีกี้ไปว่าสตรี เหมือนกับที่ตัวแทนฝ่ายค้านพูด ซึ่งเป็นคำที่หยาบคาย หยาบโลน สกปรกที่สุด ทำให้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นประท้วงนายภูมิธรรม เสียดสี ป้ายสี เข้าใจว่านายภูมิธรรม คงพูดถึงนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แต่ประธานที่ประชุม ได้ปิดไมค์ พร้อมพยายามขอความกรุณาให้เดินหน้าเข้าสู่เนื้อหาการอภิปราย เพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่ก็ยังถูกประท้วงให้วางตัวเป็นกลาง เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านชี้แจง
แต่นายปกรณ์วุฒิ พยายามขอให้นายภูมิธรรมถอนคำพูดว่า ฝ่ายค้านใช้คำหยาบโลนในการว่านายกฯ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด นายภราดร จึงถามกลับว่า จะให้ถอนคำว่ากีกี้หรือ ตนก็แปลกใจว่าถ้าจะให้ถอนคำว่ากีกี้ คงต้องถอนกันตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า แต่นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่าให้ถอนคำว่า ฝ่ายค้านใช้คำหยาบโลนในการว่านายกฯ ขณะที่นายภูมิธรรม กำลังจะพยายามเข้าสู่การชี้แจง โดยกล่าวว่า คำว่ากีกี้ จะหยาบหรือไม่ให้ประชาชนไปหาความหมายดู มันสมควรจะบอกว่าหยาบโลนหรือไม่ ขอให้ประชาชนทางบ้านเปิดดูความหมายได้เลย ตนถอนคำว่ากีกี้ได้ เพื่อให้ที่ประชุมเดินหน้าต่อ ตนตกใจที่ใช้คำพวกนี้พูดกับนายกฯได้หรือ
ทั้งนี้ ประธานการประชุม พยายามเข้าสู่เนื้อหาการประชุม แต่ฝ่ายค้านยังพยายามประท้วงอยู่ว่า นายภูมิธรรม ถอนคำพูดก็จริง แต่ยังเหลี่ยม เสริมความหมายตีความให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่สถานการณ์เริ่มบานปลาย จนมีเสียงตะโกนออกมาว่า “โธ่เอ๊ย กลัวอะไรมัน หะ” ฝ่ายค้านที่อยู่ในห้องประชุม ก็แสดงความไม่พอใจนายภูมิธรรม จนตะโกนออกมา และประท้วงกันโต้เถียงกันระหว่างสส.พรรคร่วมรัฐบาล และ สส.พรคคร่วมฝ่ายค้าน แบบนอกไมค์ นายภราดร จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง ขอให้สมาชิกที่ยังเถียงกันวุ่นวายนั่งลงถึง4รอบ แต่สมาชิกยังไม่ฟัง ทำให้นายภราดรยืนประท้วง ทำให้สมาชิกในที่ประชุมต้องนั่งลงตามข้อบังคับ จากนั้นได้แจ้งกรอบเวลาการอภิปราย โดยสส.พรรคร่วมรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาชี้แจง 1.21 ชั่วโมง พรรคร่วมฝ่ายค้าน ใช้เวลาอภิปราย 9.11 ชั่วโมง และกล่าวว่า ทราบหรือไม่ว่าเราเสียเวลาประท้วงไปเท่าใด ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาประท้วง 30 กว่านาที ฝ่ายค้านใช้เวลาประท้วงเกือบ 40 นาที ยิ่งประท้วงมาก ประธานฯ ก็ใช้เวลาในการวินิจฉัยมาก ตนเหลือเวลาอีก 3 นาที จากเวลาที่ได้รับจัดสรร 1 ชั่วโมง
"ท่านทราบหรือไม่ว่าการประท้วงของพวกท่าน ประชาชนเขาไม่ต้องการ เขาอยากเห็นการถาม การอภิปรายในญัตติ และอยากเห็นนายกฯ และรัฐมนตรีตอบด้วยเนื้อหาสาระ ซึ่งทั้งหมดประชาชนจะได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเรื่องที่ไม่เป็นสาระ เรื่องที่ไร้สาระ อย่าให้รกสภาฯ อย่าสร้างความกังวลใจให้ประชาชนมากไปกว่านี้" นายภราดร กล่าว พร้อมให้เข้าสู่เนื้อหา จนการเหตุการณ์สงบลง และดำเนินการประชุมต่อไปได้
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี