“ภูมิธรรม” ขอใช้กระบวนการ รัฐสภา ถกกฎหมาย Entertainment Complex ชี้ยืนประท้วงอยู่หน้าสภาฯ อ้างเป็นเสียง ปชช. ทั้งหมดไม่ได้ มองสร้างรายได้-เม็ดเงินเข้าระบบ เพื่อรับมือหลัง “อเมริกา” ขึ้นกำแพงภาษีไทยสูงลิ่ว 36% ถือเป็นเรื่องใหญ่
วันที่ 15 เมษายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ซึ่งเรื่องนี้มีการเคลื่อนไหวทั้งใน และนอกสภาฯ จะทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวพับลงไปหรือไม่ว่า รัฐบาลทำหน้าที่ก็พยายามดูเงื่อนไขต่าง ๆ หากพรรคฝ่ายค้านมีความเห็นก็ควรจะสู้กันในสภาฯ ในการเสนอความเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อให้สภาฯ พิจารณา เพราะเมื่อเรายอมรับในระบอบประชาธิปไตย และยอมรับว่า กระบวนการรัฐสภาฯ คือ จุดสำคัญในการแก้ไขปัญหา ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา ไม่ใช่ว่า ความเห็นในสภาฯ “ไม่ตรงกับฉัน ฉันไม่เอา ฉันก็ไปเดินนอกสภาฯ อย่างเดียว“ แต่กระบวนการที่มาจากนอกสภาฯ ตนเองไม่ว่า และไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งถือเป็นสิทธิของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่อย่ามองแค่ว่า การมายืนอยู่หน้าสภาฯ แล้วเหมารวมว่า นี่คือเสียงของประชาชน เพราะเสียงของประชาชนที่แท้จริงคือ ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นอยากให้มีกระบวนการที่ชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นอย่างไร เพราะเท่าที่ไปดูประชาชนในต่างจังหวัด ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดอย่างที่ฝ่ายค้านคิด ดังนั้นเสียงของประชาชนดีที่สุด
ส่วนกระบวนการในรัฐสภา ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลก็ดำเนินการกันไป เรื่องนี้เปิดกว้างอยู่แล้ว ซึ่งให้ใช้กระบวนการของรัฐสภาในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศก็ยึดตรงนั้นเป็นหลัก และอะไรที่จะทำให้รัดกุมขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
นายภูมิธรรม ย้ำว่า การเดินหน้าร่างกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นการหามาตรการปกป้องให้ดี ไม่ใช่มาคัดค้านหัวชนฝา เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่การยุยงให้คนเข้ามาใช้ หรือติดการพนัน เพราะไม่ใช่ใครก็เข้า “กาสิโน” ได้ เด็กที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ก็ไม่สามารถเข้าได้ หรือรายได้น้อยกว่าเกณฑ์ก็เข้าไม่ได้ ซึ่งทุกอย่างไม่ได้มีขาวไม่ได้มีดำเพียงอย่างเดียว ต้องใช้มาตรการแก้ไขปัญหาดีกว่า มาคัดค้านโดยที่ไม่รู้อะไร และโลกวันนี้สิ่งสำคัญ สหรัฐอเมริกา มีมาตรการด้านภาษี ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะจากกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงกับประเทศต่าง ๆ ไม่ว่า จะใหญ่ หรือเล็ก อย่างประเทศสิงคโปร์ ที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชน เตรียมตัวรับมือกับผลกระทบ ซึ่งขนาดสิงคโปร์โดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพียง 10% แต่ประเทศไทยโดนถึง 36% ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เพิ่มรายได้ สร้างเม็ดเงินให้มากขึ้นในระบบ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี