จากความมุ่งมั่นของ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในการจัดการปัญหา “สินค้าเถื่อน” ที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมจากการลงนามความร่วมมือกับบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง เจ แอนท์ ที และ เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส เพื่อยกระดับการตรวจสอบยึด และอายัดสินค้าที่ลักลอบนำส่งผ่านพัสดุ ซึ่งมีเจตนาชัดเจนในการหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตนั้น นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองและสมควรได้รับการชื่นชม
การตัดสินใจครั้งนี้ของ รมช. เผ่าภูมิ ถือเป็นการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” เพราะช่องทางการขนส่งพัสดุได้กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ขบวนการสินค้าเถื่อนใช้ในการลำเลียงสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสุราและบุหรี่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศจากการสูญเสียรายได้ภาษี แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากมองให้ลึกซึ้งและต้องการยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเพิ่มกลยุทธ์การ “X-Ray รายจังหวัดความเสี่ยงสูง” จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและตรงจุดยิ่งกว่าการ “เหวี่ยงแห” ไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน
การปราบปรามสินค้าเถื่อนในภาพรวมทั่วประเทศนั้น แม้จะมีความสำคัญ แต่ด้วยทรัพยากรที่มีจำกัดและเครือข่ายของผู้กระทำผิดที่ซับซ้อน การมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์และเจาะลึกปัญหาในระดับจังหวัด จะช่วยให้การค้นหา ป้องกัน และปราบปราม มีเป้าหมายที่ชัดเจนและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยเหตุผลหลัก 4 ประการ คือ
ประการแรก การระบุ “พื้นที่เสี่ยง” ที่ชัดเจน : ในแต่ละจังหวัด ย่อมมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม ที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจเอื้อต่อการลักลอบนำเข้า จัดเก็บ หรือจำหน่ายสินค้าเถื่อนที่แตกต่างกัน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระดับจังหวัด จะช่วยให้สามารถระบุพื้นที่เสี่ยงที่มีการกระทำผิดสูงได้อย่างแม่นยำ เช่น พื้นที่ชายแดนที่มีการค้าข้ามแดนหนาแน่น เช่น จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก จันทบุรี สระแก้ว ตราด หรือภาคใต้ เช่น สงขลา สตูล พัทลุง นราธิวาส พื้นที่ที่มีตลาดการค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น ภูเก็ต รวมไปถึงพื้นที่เมืองที่มีการเติบโตของการซื้อ-ขายออนไลน์และส่งของทางพัสดุอย่างรวดเร็ว เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑล
ประการที่สอง การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ : เมื่อทราบถึงลักษณะปัญหาและพื้นที่เสี่ยงในแต่ละจังหวัดแล้ว หน่วยงานสรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถปรับกลยุทธ์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตามแนวชายแดน การเฝ้าระวังตลาดค้าส่งค้าปลีก หรือการติดตามความเคลื่อนไหวของการซื้อขายออนไลน์ในพื้นที่นั้นๆ
ประการที่สาม การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานระดับท้องถิ่น : การ “X-Ray รายจังหวัด”จะเปิดโอกาสให้กรมสรรพสามิตสามารถบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานระดับท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ ศุลกากร หรือแม้แต่ภาคส่วนประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีความเข้าใจในสภาพปัญหาและเครือข่ายของผู้กระทำผิดในพื้นที่นั้นๆ เป็นอย่างดี การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวน จับกุม และขยายผลได้อย่างมาก เพื่อลบคำครหาที่มักได้ยินเสมอว่าทำไมประชาชนรู้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รู้
ประการที่สี่ การวัดผลและประเมินผลที่ชัดเจน : เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายและดำเนินการในระดับจังหวัดแล้ว การวัดผลและประเมินผลการดำเนินงานก็จะมีความชัดเจนและสามารถติดตามความคืบหน้าได้อย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
การ “X-Ray รายจังหวัด” จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของนโยบาย Zero Tolerance ได้เป็นอย่างดี เพราะจะเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถิติการจับกุมสินค้าเถื่อน ข้อมูลการค้าชายแดน ข้อมูลการร้องเรียนจากประชาชน ข้อมูลการซื้อ-ขายออนไลน์ รวมถึงข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ หลังจากนั้นก็จะมีการจัดลำดับความสำคัญโดยกำหนดจังหวัดเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีแนวโน้มการกระทำผิดเพิ่มขึ้น
เพื่อจัดสรรทรัพยากรและดำเนินการอย่างเข้มข้น พร้อมกันนั้นยังต้องมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ สร้างกลไกการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน
รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เฝ้าระวัง และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้กระทำผิดในแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสและต่อต้านสินค้าเถื่อน
การปรับกลยุทธ์จากการ “เหวี่ยงแห” ไปสู่การ “X-Ray รายจังหวัด” เปรียบเสมือนการใช้เครื่องมือที่เจาะจงและแม่นยำมากขึ้นในการผ่าตัดปัญหา แทนที่จะเป็นการรักษาแบบครอบคลุมแต่ไม่ตรงจุด เชื่อมั่นว่าหากกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตนำแนวทางนี้ไปพิจารณาและดำเนินการอย่างจริงจัง จะสามารถยกระดับการปราบปรามสินค้าเถื่อนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างความเป็นธรรมทางภาษี และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
ถึงเวลาแล้วที่เราจะ “ชี้เป้า” และ “X-Ray” ปัญหาในระดับจังหวัด เพื่อให้การต่อสู้กับขบวนการสินค้าเถื่อนมีความคมชัดและได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี