ถึงแม้ประเทศไทยจะจัดการโควิด-19ได้อย่างดีมากๆ ติดอันดับต้นๆ ในโลกแต่กลไกทางเศรษฐกิจของไทยยังต้องพึ่งพาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การส่งออก การลงทุนและการท่องเที่ยว คาดว่า จะกลับมาแบบเดิมก็คง 1-2 ปี
ช่วงยังไม่ปกติ เป็นช่วงต้องอยู่ให้ได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน คนไทยทุกๆ คนควรหันมาพึ่งตนเอง ปรับ Mindset (วิธีคิด) ว่า ให้อยู่กับเหตุการณ์ให้ได้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง คิดบวกไว้ ศึกษาเหตุการณ์ในอดีตประวัติศาสตร์โลกและในประวัติศาสตร์ไทย บทเรียนรุนแรงในประเทศไทยและในโลกผ่านมาได้อย่างไร
โรคติดต่อ ย้อนกลับไป 300-400 ปีที่แล้ว อันตรายมีมากกว่าปัจจุบัน การแพทย์ไม่ทันสมัย ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ว่า ประชากรในอดีตรอดมาได้อย่างไร?
ผมอ่านประวัติศาสตร์สมัยลินคอล์น กว่า 200 ปีมาแล้ว ครอบครัวเสียชีวิตจากโรคระบาดหลายโรค เป็นบทเรียนที่น่าสนใจ ลูกของลินคอล์นก็เสียชีวิตในวัยเด็กจากโรคระบาด
หวัดสเปน 1918-1920 ฆ่าคนในโลกมากมาย ประมาณ 17-50 ล้านคน เกิดขึ้นหลายรอบ ในที่สุด ก็ผ่านมาได้ โควิด-19 ถือว่า รุนแรงมาก ปัจจุบันการแพทย์ดีขึ้นแต่เพราะการเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศมีการติดต่อไปมาหาสู่ทางเรือบินมากมาย ทำให้โรคระบาดกระจายทั่วโลก
ตัวอย่างแรกของการเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ได้แรงบันดาลใจจากดอยตุง ผมมีโอกาสได้ไปครั้งที่ 2 กับคณะกฟผ. ได้เรียนรู้และเข้าใจมาก สิ่งที่ประทับใจและน่าจะนำมาใช้ปรับตัวกับคนไทยและคนในโลกได้อย่างดีจัดการช่วงโควิด-19
-สมเด็จย่าทรงงานเมื่อทรงมีพระชนมายุ 88 พรรษา
-ดอยตุงมีหลายชนเผ่าได้แก่ อาข่า ลาหู่ ไทลื้อ ลัวะไทใหญ่ จีนยูนนาน
-พื้นที่เป็นภูเขา ติดชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ ลาว ไทย เมียนมา
ชาวบ้านต่างถิ่นมาอาศัยหลบหนีการสู้รบ ทำไร่เลื่อนลอยปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ ทำให้เขาหัวโล้น ไม่มีต้นไม้เพราะโค่นปลูกฝิ่นเพื่อความอยู่รอด
สมเด็จย่าเสด็จมาประทับกว่า 32 ปีจนถึงวันนี้ บริเวณแห่งนี้เป็นตัวอย่างของศาสตร์พระราชา ทั่วโลกยกย่อง ยอมรับ ทฤษฎี 3S
มีอดีตผู้ว่าการกฟผ. ท่านกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ มาร่วมด้วยตลอดเวลา 3 วัน ท่านเป็นวิศวกรโดยอาชีพแต่มองเห็นว่า กฟผ.ในอนาคตต้องมีส่วนร่วมกับชุมชน เพราะมีโรงไฟฟ้าปัจจุบันมีสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอยู่กับชุมชน จะอยู่กันอย่างสันติและยั่งยืนได้อย่างไร
รุ่นที่ 2 ได้ถอดบทเรียนที่เห็น ทุกคนเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ถ้าเข้าใจอย่างผิวเผิน ไม่ได้เห็นด้วยตนเอง ต้องเข้าถึงจิตวิญญาณความต้องการที่แท้จริงของเขา ยกย่องให้เกียรติว่า ให้ชุมชนมีส่วนร่วมช่วยคิดแต่แรกโดยชนะเล็กๆ มีตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ชนะด้วยอะไร ที่ดอยตุงเรียกว่า ชนะเร็ว (Quick Win) คือสมเด็จย่า
ทรงให้ชาวบ้านลดการปลูกฝิ่นโดยการจ้างปลูกป่าและอย่างยั่งยืน และดูแลให้ต้นไม้รอดได้ ไม่ใช่นับว่าปลูกกี่ไร่
ดอยตุงเป็นป่าเขียวขจี ทุกๆพื้นที่ให้ความสำคัญในความยั่งยืนเป็นหลัก มองไปในอนาคตว่า จะรักษาดอยตุงได้อย่างไร เพราะจะต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดอยตุงจะเป็นอย่างไรอีก 50 ปีข้างหน้า
-คนรุ่นใหม่ของดอยตุงจะต้องรักและหวงแหนรากเหง้าของตนเอง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ให้คนดอยตุง มองรากเหง้าคือวิถีวัฒนธรรมของตัวเอง เพราะคนรุ่นใหม่มักจะมองแต่วัตถุ ไม่ห้ามให้คนดอยตุงรุ่นใหม่ไปหาประสบการณ์ในเมือง หรือต่างประเทศ แต่ต้องกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดและรักษาขนมธรรมเนียมให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้ได้
นอกจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเป็นหลัก ยังมีระบบการปกครองท้องถิ่นโดยชุมชนดอยตุง
การเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่น อบต. ได้คนที่มีคุณธรรมและหวังดีต่อชุมชน ไม่ใช่เลือกตั้งอบต.แข่งกันมาเป็นเพื่อตนเอง ทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ใช้กติกาของชุมชนสร้างเอง ไม่เกี่ยวกับกฎระเบียบของทางราชการเท่านั้นมาปฏิบัติ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของอบต.ทั่วๆ ไป
มีกฎระเบียบของชุมชนว่า ลูกหลานผู้นำในดอยตุงจะต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมในการดำรงชีวิตสูงกว่าชาวบ้าน ถ้าทำผิดหรือใช้ชีวิตเหนือชาวบ้านมีกติกาถูกปรับ 3 เท่า มากกว่าชาวบ้าน สรุปคือ ลูกผู้นำต้องรับผิดชอบมากกว่าลูกชาวบ้าน
การเป็นผู้นำที่ดีคือเป็นผู้รับใช้ที่ดี ศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่าServant Leadership แรกๆ ไม่มีใครเข้าใจว่า ผู้นำจะไปเป็นผู้รับใช้ได้อย่างไร ปัจจุบัน เห็นชัดเจนแล้วว่า จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จย่า ทรงยึดหลักผู้นำ Servant Leadership คือทรงงานเพื่อประชาชนของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง
การมาศึกษาดูงานครั้งที่ 2 เหมือนครั้งแรกโดยมีอดีตผู้ว่าการกฟผ.มาช่วยถอดบทเรียนอยู่ตลอด 3 วัน เป็นวิธีการที่ดี แต่องค์กรอื่นอาจทำได้ยากเพราะผู้บริหารสูงสุดไม่ได้ลงมาด้วยตนเองช่วยกระตุ้นให้ลูกศิษย์กฟผ.คิดเป็น ทำเป็น ท่านผู้ว่าฯช่วยหาประเด็นจริงของกฟผ.มาถกกันเพื่อนำไปปฏิบัติ สร้างความสำเร็จให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นให้ลูกศิษย์เหล่านั้นกลับไปทำงานเกี่ยวกับตนเองและเกี่ยวกับชุมชน เกิดผลดีแก่กฟผ.ช่วยสังคมรอบๆ กฟผ.และช่วยชาติทางอ้อมด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น พูดถึง 3 ห่วง 2 เงื่อนไขคือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแต่นำมาใช้ให้เห็นเป็นรูปธรรม
ความพอประมาณไม่ใช่แค่ทำ แต่ต้องมีเหตุผลว่า ทำไปเพราะอะไร หรือคิดเป็นเหตุเป็นผล
โควิด-19 มาแรง ต้องใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อยู่ให้รอด มีอะไรทำไปก่อน อย่ารอว่าทุกอย่างจะกลับมีเหมือนเดิม เช่น นักบินและพนักงานบนเครื่องบินของการบินไทยหันมาทำอาหารและครัวการบินไทย เป็นที่ยอมรับมากเพราะเขาเห็นโลกมามากได้ชิมอาหารอร่อยทั่วโลกมาแล้ว
การใช้เศรษฐกิจพอเพียงยุคโควิด-19 ต้องไม่คิดแต่จะรวยโดยขาดภูมิคุ้มกัน ถ้าพลาด จะปรับตัวยาก นี่คือตัวอย่างของภูมิคุ้มกันหรือบริหารความเสี่ยงในยุคโควิด-19
จะเห็นได้ว่า คนไทยที่เคยใช้ชีวิตประมาท โลภ อยากได้เงินเดือนมากๆ แต่ไม่มองอนาคตวันหนึ่งไม่มีรายได้จะอยู่อย่างไร การมีภูมิคุ้มกันสำคัญคือจะทำดีที่สุด ถ้าเสี่ยงมาก อาจพลาดจะทำอย่างไร คนไทยควรมีการออมในช่วงที่มีรายได้สูงเพื่ออยู่รอดในระยะวิกฤติ
สุดท้าย
-การเป็นสมาชิกดอยตุงอย่างมีศักดิ์ศรี ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ไม่โกง ซื่อสัตย์ แต่ต้องดูว่า ทำไปแล้วต้องไม่มีผลกระทบหรือมีผลร้ายต่อคนอื่นๆ เป็นเรื่องที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะต้องนำไปคิด เพราะการสร้างรายได้ให้ชุมชนตามโรงไฟฟ้า ไม่พอแล้ว ต้องให้ประชาชนมีความสุขอยู่กับโรงไฟฟ้าหรือสายส่งมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และในอนาคต กฟผ.จะมีส่วนสำคัญ พัฒนาชุมชนทั้งเรื่องการศึกษาหรือมีงานทำเพื่อเสริมงานของรัฐบาล อย่างเช่น กฟผ.ต้องช่วยรัฐบาลจ้างงาน 10,000 คน ควรใช้แนวทางดอยตุง
ผมยังต้องศึกษาเรียนรู้ต่อไปอีกมาก เรื่องศาสตร์พระราชาลึกซึ้งมากครับ ช่วยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้แน่นอนในยุคโควิด-19 จะทำให้คนไทยอยู่กับวิกฤติครั้งนี้อย่างมั่นคงเพราะทำสิ่งที่มีเหตุมีผลพอประมาณ มีคุณธรรม มีความรู้และช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้วย
เป็นบทเรียนที่ล้ำค่า ช่วยคนไทยรอดจากโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยเข้าใจศาสตร์พระราชาอย่างลึกซึ้งและนำไปปฏิบัติตาม
จีระ หงส์ลดารมภ์
dr.chira@hotmail.com
ผู้นำชุมชนที่ดอยตุงนำโดย นายวีรชิต วรัญชิตกุล นายกอบต.แม่ฟ้าหลวง นายประเสริฐ คำลือ รองประธานสภาต.แม่ฟ้าหลวงนางมยุรา สิลาวงศ์กรกุล ประธานกลุ่มสตรี และนางสาวอรัญญาอภิเสถียรพงศ์ ให้เกียรติร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเป็นส่วนหน่ึ่งของการพัฒนาพื้นที่ดอยตุง ความประทับใจในศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวงที่พระองค์ท่านทรงทำให้ดูเป็นแบบอย่าง และยังทิ้งมรดกที่ทรงคุณค่าไว้ให้ประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน
ขอขอบคุณทีมวิทยากรจากโครงการพัฒนาดอยตุง นำโดย นายพงษ์ศักดิ์อภิสวัสดิ์สุนทร ผู้จัดการส่วนพัฒนาสังคม นายถนอม ใจการ ผู้จัดการฝ่ายภาคสนามอาวุโส และคุณอมรรัตน์ บังคมเนตร ผู้จัดการเผยแพร่องค์ความรู้ ที่ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากการลงมือทำจริงให้คณะของเราอย่างเต็มที่ทุกๆ ครั้ง
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี