คำขอโทษของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร โดยใช้คำว่า“ขออภัย”ต่อกรณีเหตุการณ์ตากใบที่เกิดขึ้นเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ระหว่างเดินทางลงไปจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า“ไม่จริงใจ” และนี่คือนิสัยถาวรของทักษิณที่สามารถพูดกลับไปกลับมาได้ตลอด
“ทักษิณ ชินวัตร”กล่าวคำขอโทษโดยใช้คำว่า“ขออภัย”ต่อเหตุการณ์ตากใบที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ว่า“เรื่องตากใบ ตอนผมเป็นนายกฯ ผมมีความตั้งใจห่วงใยพี่น้อง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การทำงานมีความผิดพลาดได้บ้าง ถ้าผมมีอะไรผิดพลาด ที่ไม่เป็นที่พอใจ ก็ขออภัยด้วย”
ย้อนกลับไปดูในวันเกิดเหตุการณ์ตากใบเมื่อ 21 ปีก่อน จากข่าวที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบจะทุกฉบับในวันรุ่งขึ้นรายงานว่า ในช่วงเย็นวันเกิดเหตุการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร”นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น บินด่วนลงไปดูเหตุการณ์ที่จังหวัดนราธิวาส และได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า “เรื่องการชุมนุมเป็นการยุยง ซึ่งมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น 2-3 ครั้งแล้ว ผมได้รับรายงานตลอดเวลา และได้บอกกับเจ้าหน้าที่ไปว่า คงปล่อยให้การไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองเกิดขึ้นไม่ได้”
สกู๊ปข่าวของ“BBC-ไทย”เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ในหัวเรื่อง“เปิดบันทึกคำพูด ทักษิณ-พิศาล (พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี) ในโศกนาฏกรรมตากใบ ผ่านหน้าสื่อ-หนังสือพิมพ์ 20 ปีก่อน” อ้างรายงานข่าวจากเว็บไซต์ไทยโพสต์ และหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2547 ตีพิมพ์การให้สัมภาษณ์ของ“ทักษิณ ชินวัตร” ที่กล่าวถึงการสลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในวันเกิดเหตุไว้ดังนี้
“มีนายทหารยศนายพลคนหนึ่งถูกขว้างจนศีรษะแตก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตือนและขอร้องก็ไม่ฟังกัน กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่มองเห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่คนในพื้นที่ และบางคนหน้าไม่เคยเห็นเลย เป็นพวกมาจากต่างถิ่น ขณะเดียวกันก็มีขบวนรถมาจากหลายพื้นที่ เป็นการปลุกระดมกันมา หากปล่อยให้เข้ามาก็คงมีเหตุจลาจลวุ่นวาย เจ้าหน้าที่จึงพยายามสลายฝูงชน แต่คนเหล่านี้ไม่ยอม จึงต้องฉีดน้ำเข้าไปและยิงปืนขึ้นฟ้า”
“ทักษิณ ชินวัตร”ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “ในกรณีที่มีคนตาย รับรองได้เลยว่าไม่มีการตายจากทางราชการแม้แต่คนเดียว แต่เกิดจากการชุลมุนของม็อบ อะไรต่างๆ นั้นก็มีบ้าง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็มีตำรวจถูกยิง 1 คน ทหาร 1 คน บาดเจ็บทั่วไป 7 คน เป็นตำรวจ 5 ทหาร 2 และจากการตรวจค้น พบปืนเอ็ม 16 พร้อมซองและกระสุนปืนจำนวน 4 กระบอก ปืนอาก้าพร้อมกระสุนอีก 3 กระบอก ระเบิดเอ็ม 26 อีก 1 ลูก ลูกระเบิดขว้าง 1 ลูก และปืนพก 20 กระบอก ซึ่งได้มาจากการตรวจค้นและงมขึ้นมาจากแม่น้ำโก-ลก”
“ทักษิณ ชินวัตร” ยังระบุด้วยว่า “จากการสอบสวนได้รู้วิธีการจัด (ชุมนุม) ว่าค่อนข้างจะมีรูปแบบ แบบไดเร็กต์เซลล์ (จัดตั้งขายตรง) พอสมควร นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ชุมนุมพบว่า มีการใช้สารเสพติดที่เป็นสารกระตุ้นประสาท หลายคนมีอาการเมา แต่ไม่มีกลิ่นสุรา และวัยรุ่นบางคนรับสารภาพว่า ถูกให้ดื่มน้ำที่อ้างว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์”
และอีก 2 ย่อหน้าถัดจากนี้ ซึ่งเป็นคำชี้แจงของ“ทักษิณ ชินวัตร”ที่ตอบกระทู้สดต่อสมาชิกวุฒิสภาในวันที่ 27 ตุลาคม 2547 โดย“BBC ไทย”อ้างข่าวมาจากหนังสือพิมพ์มติชน ถึงเหตุที่ต้องสลายการชุมนุม และทำให้คนไทยมุสลิมเสียชีวิต 85 ศพ ทั้งนี้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ศพ, เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ศพ และเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจบนรถบรรทุกทหาร ระหว่างขนย้ายไปค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี 78 ศพ
“ถ้าปล่อยเหตุการณ์ดังกล่าวไว้นาน อาจจะจลาจลถึงขั้นเผาเมืองได้ และทุกคนคงไม่อยากให้กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ทางรัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงอะไรในการสลายการชุมนุม”
“สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือการขาดอากาศ อันถือเป็นจุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตข้ออื่น ๆ นั้น ได้แก่ การอ่อนเพลียจากการถือศีลอด และการใช้สารเสพติด จะถูกดูดซึมได้เร็วกว่าปกติเมื่อผู้ใช้ยาอยู่ในช่วงอดอาหาร”
อย่างไรก็ดี ข้ออ้างของ“ทักษิณ ชินวัตร”จากการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “การทำงานมีความผิดพลาดได้บ้าง ถ้าผมมีอะไรผิดพลาด ที่ไม่เป็นที่พอใจ ก็ขออภัยด้วย” หากพิจารณาเปรียบเทียบกับคำสัมภาษณ์ที่ทักษิณพูด และชี้แจงต่อสมาชิกวุฒิสภาไว้เมื่อ 21 ปีก่อน ถือว่าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง ที่ถึงกับทำให้มีคนเสียชีวิตถึง 85 ศพ
อีกทั้ง“ทักษิณ ชินวัตร”ก็คือทักษิณ ปากบอกว่าขออภัย แต่ยัง“สทร.”ไปสอนคนมุสลิมในพื้นที่จากการยกศาสนาอิสลามมาอ้างว่า “พี่น้องมุสลิมมีสิ่งที่สำคัญมาก ถูกสอนมาว่า ความเข้าใจ เกรงใจ รักสันติสุข การให้อภัย เพราะฉะนั้นเมื่อเราขออภัยในสิ่งที่ อาจจะทำสิ่งที่ไม่ถูกใจหรือผิดพลาดบ้างต้องขออภัยด้วย”
มิหนำซ้ำ คนอย่าง“ทักษิณ ชินวัตร”ยังฉวยโอกาส ยก“ศาสตร์พระราชา” เรื่อง“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้มาสร้างบารมีให้แก่ตนเองอีก โดยบอกให้คนไทยมุสลิม“ลองหยุดหายใจสักระยะ” เพื่อพิจารณาว่า“เข้าใจ-เข้าถึง”กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีอย่างไร จึงจะร่วมกันพัฒนาเพื่อสร้าง“สันติสุข”ให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้
อันที่จริงแล้ว “ทักษิณ ชินวัตร”นั่นแหละควรจะลองหยุดหายใจแล้วสำรวจตนเอง เพราะถ้าน้อมนำแนวทางนี้มาใช้ตั้งแต่สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ปัญหา“ไฟใต้”ก็คงไม่ลุกลามบานปลายมาจนถึงทุกวันนี้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี