หนึ่งใน Content การเงินที่อาจจะเคยผ่านตาผู้อ่านมาบ้างตั้งแต่เด็กจนโต คือ เนื้อหาเกี่ยวกับการออมเงิน การแบ่งเงินจากรายรับเพื่อเป็นเงินเก็บ หากโตขึ้นหน่อยก็เป็นการแบ่งเพื่อไปลงทุนและการลงทุนสำหรับส่วนที่เหลือสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นต่างๆ โดยค่าใช้จ่ายหลักที่ถือว่าเป็นส่วนใหญ่ของรายรับทั้งหมดคือ “ค่าที่อยู่อาศัย” ซึ่งก็มีคำแนะนำที่แตกต่างกันว่าค่าที่อยู่อาศัยนั้นไม่ควรเกิน 1/3 ของรายรับ หรือควรอยู่ประมาณ 20 - 30% ของรายรับ โดยมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่สื่อต่างๆจะหยิบยกมานำเสนอ
ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับอิทธิพลจากสื่อเหล่านั้นมาเสมอ ในช่วงระหว่างรอยต่อของชีวิตการเป็นนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบและเข้าสู่ตลาดแรงงาน การย้ายที่อยู่จากหอพักนักศึกษาแถบปริมณฑลขยับเข้ามาหอพักตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพ ฯ ก็เป็นเรื่องที่ต้องหาข้อมูลอย่างหนักเช่นกัน และก็ได้พบว่าในหลายๆ ย่านของกรุงเทพฯ ซึ่งสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานในขณะนั้น ค่าใช้จ่ายที่เคยถูกวางแผนไว้นั้นไม่สามารถครอบคลุมได้เลย
คงจะไม่เป็นความจริงถ้าบอกว่าในราคา 1/3 ของเงินเดือนนี้ไม่สามารถหาห้องพักในแถบรถไฟฟ้าได้เลย แต่ห้องในราคา 1/3 นี้นั้นอาจเป็นห้องที่อยู่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า และทางเข้าเป็นซอยเปลี่ยวเกินกว่าจะเดินเท้าไปในช่วงกลางคืนต้องเดินทางผ่านวินมอเตอร์ไซค์เท่านั้น หรือในบางที่ที่ทางผ่านมีพื้นที่รกร้างเป็นป่าหรือบ้านร้างที่จำเป็นต้องผ่านก่อนจะถึงตึกหอพัก การเดินทางคนเดียวในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็คงมีเรื่องกังวลด้านความปลอดภัย การถูกทำร้ายร่างกายหรือกรรโชกทรัพย์ ตัวผู้เขียนเองก็มีความกังวลไม่ต่างกันและในฐานะผู้หญิงที่ต้องเดินทางคนเดียว ปัญหาที่น่ากังวลลำดับต้นๆ คือ การถูกคุกคามทางเพศ ดังนั้น นี่อาจเป็นราคาแรกที่ต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อ ทำเลที่พักที่ปลอดภัยขึ้น
และเมื่อได้ทำเลที่เหมาะสมแล้วสิ่งต่อไปที่ไม่สามารถทราบได้หากไม่ได้ลองอาศัยอยู่ในระยะเวลาหนึ่ง คือ สภาพแวดล้อมทั้งภายในและรอบหอพัก จากการพูดคุยกับคนรอบตัวซึ่งเคยอาศัยอยู่ในหอพักราคาใกล้เคียงกันก็พบสภาพแวดล้อมภายในก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน มีการเข้า-ออกด้วยคีย์การ์ด มียามเฝ้าหน้าตึก แต่ก็ยังพบปัญหาที่ยังเป็นที่น่ากังวลแตกต่างกันไป เช่น มีคนเปิดประตูห้องพักค้างไว้ทั้งวันซึ่งสร้างความลำบากใจให้ผู้พบเห็น การได้กลิ่นคล้ายการสูบกัญชาภายในตึก หรือทางเดินเปลี่ยวที่มีไฟชำรุด โดยผู้ดูแลหอพักอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึงและแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ ทั้งนี้รวมถึงสภาพแวดล้อมภายนอกหอพักที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยกตัวอย่างจากกรณีการเลือกที่พักติดชุมชน ซึ่งแน่นอนว่ามีความหลากหลายของผู้อยู่อาศัย เช่น การรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นหรือคนในชุมชนในช่วงกลางคืนซึ่งไม่สามารถเลี่ยงได้หากจะต้องผ่าน และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมา คือ การถูกคุกคามทั้งทางสายตาและคำพูด โดยผู้เขียนได้มีประสบการณ์ตรงที่เคยพบ คือ มีกลุ่มวัยรุ่นมายืนล้อมขณะนั่งรอซักผ้าที่ใต้หอพัก แม้จะยังไม่เกิดอันตรายใดๆ ขึ้นแต่ก็สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ แม้ไม่เป็นการการันตีว่าหากจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจะแก้ไขปัญหาส่วนนี้ได้ อิงตามประสบการณ์ตรงของผู้เขียนในช่วงที่ย้ายที่อยู่และเลือกที่จะเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเท่าตัว ปัญหาเหล่านี้แม้จะไม่ได้หายไปเลยแต่ก็ลดลงเป็นอย่างมาก และนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ของการจ่ายเงินซื้อสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นที่ผู้เขียนเคยประสบพบมา
และว่ากันในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกและเป็นที่นิยมมากที่สุด คือ การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ คุณวราภรณ์แช่มสนิท ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาวะผู้หญิง และความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษาเผยผลสำรวจของเครือข่ายฯ ต่อการถูกคุกคามทางเพศของผู้หญิงขณะใช้บริการรถสาธารณะ พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 45% เคยถูกคุกคามทางเพศ (ที่มา ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์, “เผยผลสำรวจผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะมากถึง 45% หวัง กทม. เป็นเจ้าภาพพัฒนาระบบแจ้งเหตุ”, 2562) แล้วถ้าหากเลี่ยงได้มีวิธีการเดินทางแบบใดอีกบ้างที่จะปลอดภัยสำหรับทุกคนไม่ได้เฉพาะผู้หญิง
ยกตัวอย่างการโดยสารโดยรถแท็กซี่ซึ่งอาจเห็นตามข่าวมากมายว่ามีผู้โดนข่มขู่ หรือคุกคามอยู่เรื่อยไป และหากเกิดเรื่องขึ้นแล้วการติดตามก็ค่อนข้างยาก และความช่วยเหลืออาจมาไม่ทันท่วงที ซึ่งก็มีคำพูดที่คุยกันในหมู่ผู้หญิงว่า ถึงจะเป็นวันที่เหนื่อยที่สุด ก็ยอมนั่งหลับในรถเมล์มากกว่าไปหลับบนรถแท็กซี่ แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่จะหลีกเลี่ยงการใช้งานดังกล่าวได้ หากจำเป็นเราก็จะเห็นว่าผู้หญิงมักจะส่งเลขทะเบียนรถ หรือใบอนุญาตขับขี่ซึ่งติดไว้เบาะหลังของคนขับไว้ให้คนสนิทเสมอ หรือเป็นการโทรศัพท์คุยกับใครสักคนตลอดการเดินทาง ยิ่งหากเป็นการเดินทางช่วงกลางคืนก็ต้องตื่นตัวอยู่เสมอ ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง
หรือหากเลือกเดินทางโดยขนส่งสาธารณะที่มาจากเอกชน เช่น การเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีราคาสูงกว่าขนส่งสาธารณะทั่วไปแต่ก็มีสิ่งที่ช่วยรับประกันความปลอดภัยได้มากขึ้น เช่น การเลือกคนขับรถที่เป็นผู้หญิงได้ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินหากรถหยุดผิดปกติจะมีข้อความเด้งมาสอบถาม หรือระบบ Call center ฉุกเฉิน ดังนั้น การจ่ายเงินเพิ่มสำหรับการบริการส่วนนี้ก็เป็นอีกค่าใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัยที่ไม่เว้นแต่ผู้หญิงแต่หลายๆคนก็ต้องเสียเพิ่มอีกเช่นกัน
แล้วรัฐจะเข้ามาช่วยอะไรในส่วนนี้ได้บ้าง ? กับการเพิ่มความปลอดภัยด้านสภาพแวดล้อมหรือการเดินทางและการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเราต่างเห็นถึงความพยายามของรัฐที่จะพัฒนาและสร้างช่องทางในการเพิ่มความปลอดภัยนี้ผ่านโครงการต่างๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นทั้งจากรัฐเองและส่วนที่ร่วมมือกับภาคเอกชน อาทิ โครงการซึ่งเคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2562 “ปักหมุดจุดเผือก” ซึ่งร่วมกับระบบแจ้งปัญหาของกรุงเทพ ฯ อย่าง “Traffy Fondue” ในการร่วมกันแจ้งพิกัดเพื่อยับยั้งปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อบอกว่าพื้นที่สาธารณะมีตรงไหนที่เสี่ยงหรือไม่ปลอดภัยบ้าง
ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร โทร.ห 1555 ซึ่งมีหน้าที่ในการรับแจ้งจุดเสี่ยงที่มืดเปลี่ยว และไม่ปลอดภัย เพื่อเข้าดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ให้โล่งและปลอดภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ และประสานการไฟฟ้านครหลวงเพิ่มความสว่างของเสาไฟให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
หรือ โครงการตรวจจุดเสี่ยงภัยอาชญากรรม (ตู้เขียว) โดยประชาชนสามารถสแกน QR Code บริเวณด้านหน้าตู้เขียวเพื่อแจ้งความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัยที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ และระบบจะแจ้งพิกัดตำแหน่งนั้นๆ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขได้ทันที
โครงการต่างๆ เหล่านี้ต่างดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล “หลักการการมีส่วนร่วม (Participant)” โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และจะดีหรือไม่หากมีการนำข้อมูลหลังบ้านจากแต่ละโครงการมารวบรวมไว้เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้กับประชาชนในการเลือกพื้นที่ในการอยู่อาศัยเพื่อลดต้นทุนที่ต้องจ่ายและเพื่อความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น
และจะเห็นได้ว่าหากโครงการที่ยกมานั้นที่ยังคงดำเนินการแค่เฉพาะในกรุงเทพฯ ได้ถูกต่อยอดและสามารถได้ใช้ทั่วประเทศ หรือสร้างความร่วมมือกับภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดส่องดูแลจุดเสี่ยงนี้มากขึ้น ประชาชนอาจรู้สึกปลอดภัยขึ้นหรือเป็นการลดพื้นที่เสี่ยงและรายจ่ายเพื่อซื้อความปลอดภัยของประชาชนหรือไม่
อันดา ซ่อนกลิ่น
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี