ชัดเจนแล้วว่า พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์) จะเข้าสภาในวันที่ 9 เมษายนนี้
1) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯได้เมื่อไหร่ ว่าวิปรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจกับวิปรัฐบาลก่อน และหลังจากนั้นประมาณวันที่ 3 เม.ย. จะขอสภาฯบรรจุในระเบียบวาระวันที่ 9 เม.ย. คิดว่าไม่เร็วเกินไป เป็นเวลาที่พอดีเพราะเรื่องนี้ได้พิจารณามานานแล้ว ไม่ใช่เร่งด่วนอะไร
“ถ้าตัดสินใจจะทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าไม่ตัดสินใจหรือเป็นการตัดสินใจที่ช้าก็ไม่ได้ทำ ทุกอย่างต้องรอบคอบ สภาฯจะเป็นที่พิสูจน์ได้ว่าเรื่องไหนที่สำคัญ เมื่อเข้าที่ประชุมแล้ว ก็ให้สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายเต็มที่ และพี่น้องประชาชนก็รับฟังว่า ข้อมูลและสิ่งสำคัญที่รัฐบาลนำเสนอ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น จะเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่” นายวิสุทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในการพิจารณาจะใช้ร่างของครม.อย่างเดียวหรือพรรคการเมืองจะมีร่างประกบเข้ามาด้วย นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีร่างของพรรคการเมืองหรือไม่ จึงน่าจะใช้ร่างของครม. และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งการพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย.นี้จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อให้กรรมาธิการพิจารณาในช่วงปิดสมัยประชุม เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ที่สุด
ส่วนที่สส.พรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นมุสลิมไม่เห็นด้วยกับการมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เขาอาจจะมีความกังวล เพราะพรรคประชาชาติเป็นพรรคของพี่น้องชาวมุสลิม ซึ่งเราเข้าใจ แต่คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะสุดท้ายคงมีการเจรจากัน เราเชื่อมั่นว่าเสียงรัฐบาลพออยู่แล้วไม่น่ากังวล ไม่ต้องไปวิ่งหาเสียงที่อื่น เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะชี้แจงได้ และทุกคนจะเห็นประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง ฉะนั้น เมื่อนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาฯก็มีความจำเป็น เพราะประเทศเราต้องหาเงิน รัฐบาลก็ต้องหาตังค์ ซึ่งหลายโครงการก็อยากได้และอยากให้ดูแล
“อย่างผมกลับไปบ้าน ซึ่งอยู่ชนบทผู้สูงอายุก็อยากให้เพิ่มเงินผู้สูงอายุให้มากขึ้น คนพิการก็อยากได้มากขึ้น ฉะนั้น ที่จะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะหาเงินมาจากที่ไหน ฉะนั้น เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ก็เป็นอีกทางหนึ่ง จึงอย่าไปกังวล หลายคนก็อธิบายจนผิด คิดว่าเปิดบ่อนการพนันเสรี อันนี้ไม่จริง เพราะเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เป็นสถานบันเทิงครบวงจรที่ต้องทำและมีการพนันไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้มีทุกจังหวัด เราก็ต้องชี้แจง”
2) นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองและสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข่าวแผ่นดินไหว กลบกระแสข่าว Entertainment Complex หรือกาสิโนเสรี ลงอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ต้องผ่าน สส. และ สว.อีก ซึ่งคงได้ข้อเสนอแนะที่ดีอีกมากมาย
ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในฝ่ายคัดค้าน เพื่อนผมหลายคน อยู่ในฝ่ายสนับสนุน เป็นโครงการหนึ่งที่มีทั้งผู้คัดค้าน และสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ประมาณการคร่าวๆ ว่า 60-40
รัฐบาลอ้างแต่เพียงว่าผ่านการทำประชาพิจารณ์แล้ว ทำประชาพิจารณ์เล็กๆ ถึงเงียบเชียบ จนแม้กระทั่งคนทั่วไปไม่ได้รับรู้
ฝ่ายสนับสนุน อ้าง 3 ประเด็นในการสนับสนุน 1.สร้างรายได้เพิ่ม 2.นำธุรกิจใต้ดิน นำมาไว้บนดิน 3.ระบบเก็บส่วยจะหายไป
สร้างรายได้เพิ่ม เราคิดว่าระบบมันจะสร้างตัวเองเป็นเกราะคุ้มกัน หารายได้ผ่านกรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต หรือหารายได้จากการประมูลใบอนุญาต แต่รัฐบาลลืมคิดไปว่า กำไรคือเป้าหมายของผู้ขอใบอนุญาต เพราะฉะนั้น กำไรต้องมาก่อน รัฐได้เงินเพิ่มขึ้นเข้ากระเป๋ารัฐ ซึ่งยอบแยบเต็มทน นายทุนก็ได้เงินกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงสภาพสังคมโดยรอบ ว่ามีอะไร เป็นอย่างไร หายนะทางสังคมมาใกล้หรือไกลเพียงใด
นำธุรกิจใต้ดินมาอยู่บนดิน ความคิดนี้น่าสนใจ และน่าสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่คิดลึกๆ แล้วทำไม่ได้ยกตัวอย่างสลากกินแบ่ง หรือหวย หวยใต้ดินผิดกฎหมาย หวยบนดินถูกกฎหมาย รัฐบาลแก้ปัญหาหวยใต้ดินยังไงแก้ด้วยการเพิ่มปริมาณการผลิต เพิ่มจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาล จนปัจจุบัน รัฐพิมพ์จำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลต่องวดเป็นจำนวนมากขึ้น แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาหวยใต้ดินได้เลย
ระบบเก็บส่วยจะหมดไป หลายคนพูดถึงตรงนี้แล้วหัวเราะ เหมือนกำลังดูตลกเล่นอยู่ในทีวี รายได้ของเจ้าหน้าที่รัฐบางจำพวก ยอมให้หดหายลงหรือ เป็นไปไม่ได้ ยิ่งรัฐบาลออกเกณฑ์มาให้คนเข้าไปเล่นต้องมีเงินค้ำประกัน 50 ล้านบาท นักพนันที่เล่นๆ กันอยู่ตอนนี้มีใครบ้างที่มีหลักทรัพย์ถึง 50 ล้านบาท นอกจากเจ้ามือ และเศรษฐีบางคนที่ปกติบินไปเล่นกาสิโนที่ต่างประเทศอยู่แล้ว
เอ่ยถึงตอนนี้ ไม่ใช่ค้านเข้ากระดูกดำ ใครไม่เห็นด้วยก็อยู่ฝ่ายตรงข้ามไปเลย ไม่ใช่ครับ ผมหวังให้รัฐบาลพึงระมัดระวังกับกิจกรรมนี้ ถ้ามุ่งหวังรายได้แต่เพียงอย่างเดียว พอถึงเวลาแล้วอาจสายเกินไปครับ
3) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า
“รัฐบาลกำลังมุ่งหวังรายได้จากกิจกรรมที่อาจกลายเป็น “การมอมเมา” ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อของการเสพติดการพนัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคม เช่น หนี้สิน ความรุนแรงในครอบครัว อาชญากรรม และภาวะยากจนในระยะยาว ตนเห็นว่ารัฐบาลขาดมาตรการรองรับผลกระทบเหล่านี้อย่างเป็นระบบ และพยายามผลักภาระไปให้หน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แทนที่จะตั้งกลไกเฉพาะกิจเพื่อวางแนวทางป้องกันและบำบัดปัญหาอย่างรอบด้าน”
นายนิพนธ์กล่าวว่า การที่รัฐบาลไทยนำตัวอย่าง กาสิโนในสิงคโปร์ มาอ้างอิง โดยมองว่าเป็นการเลือกหยิบมาเพียงบางด้านที่เอื้อต่อข้ออ้างในการผลักดันนโยบาย เช่น รายได้จากนักท่องเที่ยว หรือการบริหารจัดการพื้นที่ แต่กลับไม่พูดถึงสิ่งสำคัญที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้ดำเนินการก่อนจะเปิดกาสิโน ได้แก่ การใช้เวลาศึกษานโยบายและผลกระทบ นานกว่า 10 ปี, การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ, การวางมาตรการควบคุมพฤติกรรมเสพติดการพนัน เช่น ค่าผ่านประตูสำหรับคนสิงคโปร์ หรือการจำกัดเวลาการเล่น ซึ่งการนำเพียงข้อดีของโมเดลต่างประเทศมาใช้ โดยไม่คำนึงถึงโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อาจส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับผลกระทบที่ไม่สามารถควบคุมได้
นายนิพนธ์ ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการวางแผนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ควบคู่ไปกับการกำหนดยุทธศาสตร์การแข่งขันของชาติ มากกว่าการเร่งเปิดทางให้กับธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสังคม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยควรมุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล พัฒนาแรงงานในอนาคต และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างงานใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน แทนที่จะฝากความหวังไว้กับรายได้ระยะสั้นจากธุรกิจการพนัน
“การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ต้องมาพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะเยาวชนและครอบครัว หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้กับธุรกิจการพนันมากกว่าการลงทุนด้านการศึกษาและสุขภาพ ย่อมสะท้อนว่าประเทศกำลังมุ่งไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” นายนิพนธ์กล่าว
สรุป : รัฐบาลดูมุ่งมั่นจริงจังที่จะทำเรื่องนี้มากกว่าเรื่องอื่นใด ไม่สนใจเสียงคัดค้านจากฟากฝั่งประชาชนเลย 9 เมษายนจึงน่าสนใจว่า พลังฝ่ายประชาชนจะ“แสดงตน” ต่อต้านมากน้อยเพียงใด
พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ประกาศกร้าวแล้วว่า “คปท.ยังชุมนุมที่สะพานชมัยมรุเชฐทุกวัน แต่ทุกวันอังคารจะเป็นวันส่งเสียงไปถึง ครม. มาแสดงพลังกันได้ครับ”
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี