ตามร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น
ปรากฏเนื้อหาสำคัญ ที่น่าสนใจ น่าพิจารณาถกเถียงต่อไป ดังนี้
1. อ้างรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยประกอบด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน อันจะเป็นประโยชน์ให้เกิดการลงทุนและนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการจ้างแรงงานในประเทศด้วย
แต่ในนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ไม่ได้ระบุว่า สถานบันเทิงครบวงจรที่ว่านั้น จะมีกาสิโนอยู่ด้วย
2. ให้ “บอร์ดนโยบาย”กำหนด“จำนวนใบอนุญาต-พื้นที่กาสิโน”
โดย “คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร” ประกอบด้วย (1) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (2) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (3) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสิบคน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินหกคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสังคมด้านการท่องเที่ยว ด้านการบริหารธุรกิจหรือด้านกฎหมาย
โดยคณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่และอำนาจ (1) เสนอแนะนโยบายการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต่อคณะรัฐมนตรี (2) เสนอแนะการกำหนดพื้นที่ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และแนวทางการกำหนดจำนวนใบอนุญาต (3) เสนอแนะอัตราภาษีที่เกี่ยวข้องกับกาสิโนต่อคณะรัฐมนตรี (4) ออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการดำเนินการตามหมวด 4 การอนุญาตและการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร และหมวด 5 การควบคุมและมาตรการบังคับ (5) พิจารณาและออกคำสั่งเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต (6) กำหนดพื้นที่ของกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร (7) แต่งตั้งผู้อำนวยการหรือให้ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง ฯลฯ
3. กำหนดให้มี“กาสิโน”ไม่เกิน 10%
ตามร่างพ.ร.บ. การกำหนดพื้นที่ที่จะอนุญาตให้ตั้งสถานบันเทิงครบวงจรให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) แนวเขตที่ดินที่จะอนุญาตให้ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร (2) แผนที่หรือแผนผังแสดงแนวเขตที่ดินโดยระบุท้องที่ที่อยู่ในเขตพื้นที่และจำนวนเนื้อที่ทั้งหมดที่จะอนุญาตให้ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร โดยจัดให้มีการรับฟ้งความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วย
กำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโน จะต้องไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร แล้วแต่กรณีใดจะน้อยกว่ากัน
ผู้รับใบอนุญาต ต้องมีทุนจดทะเบียน 1 หมื่นล้านบาท
ไลเซ่นส์อายุ 30 ปี
ต้องจ้างแรงงานไทยตามสัดส่วนที่กำหนด
4. ผู้รับใบอนุญาตได้รับยกเว้นจากกฎหมาย ดังต่อไปนี้
(1) กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
(2) มาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 โดยให้มีจำนวนกรรมการซึ่งเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้ไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
(3) มาตรา 1105 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มจำนวน
(4) กฎหมายอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
เรียกว่า เปิดทางให้ทุนต่างชาติอ้าซ่า
5. เช่า“ที่ดิน-อสังหาฯ”ไม่เกิน 30 ปี-ต่อสัญญาเช่าได้ 30 ปี
การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร กำหนดให้ทำสัญญาเช่าเป็นกำหนดเวลาได้ไม่เกินสามสิบปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลาเกินกว่านั้นก็ให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี การต่อสัญญาเช่าอาจทำได้แต่จะต่อสัญญาเกินสามสิบปีไม่ได้
6. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรให้ได้รับยกเว้นเกี่ยวกับการกำหนดวันเวลาเปิด-ปิด และสถานที่ตั้งของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ การกำหนดเวลาและสถานที่ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเขตสูบบุหรี่ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ
โดยให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
เรียกว่า ไฟเขียวผ่านตลอด สุรา ยาสูบ 24 ชั่วโมงได้
7. กาสิโนจะจัดให้มีขึ้นได้เฉพาะในสถานบันเทิงครบวงจรเท่านั้น โดยการจัดให้มีการพนันในกาสิโนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
และมิให้นำกฎหมายว่าด้วยการพนันมาใช้บังคับ
และมิให้นำมาตรา 853 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ
หนี้ที่เกิดจากการพนันในกาสิโนที่จัดให้มีขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย
เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตที่จัดให้มีกาสิโน เป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
8. ผู้รับใบอนุญาตจะจัดให้มีการพนันในกาสิโนได้เฉพาะตามประเภทที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดเท่านั้น
ทั้งนี้ประเภทของการพนันอาจกำหนดจากบัญชีท้ายกฎหมายว่าด้วยการพนันซึ่งมิใช่สลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบ หรือจะกำหนดประเภทอื่นก็ได้
การกำหนดหลักเกณฑ์ ลักษณะ วิธีการเล่น และรายละเอียดของการพนันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
กก.จะกำหนดอะไรเข้ามาเล่นในกาสิโน ก็สุดแท้แต่ เหมือนเช็คเปล่า
9. ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) การจัดเขตบริเวณของกาสิโน
(ก) กาสิโนที่ตั้งอยู่ในอาคารร่วมกับสถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่น จะต้องจัดกาสิโนให้อยู่ในชั้นของอาคารแยกต่างหากจากสถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่น และจัดให้มีทางเข้าออกหรือระบบลิฟต์เฉพาะสำหรับผู้ประสงค์จะเข้ากาสิโน
(ข) กาสิโนที่ตั้งอยู่ในอาคารแยกต่างหากจากสถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่น ต้องมีรั้วกั้นเขตและมีทางเข้าออกเฉพาะเพื่อให้ผู้ประสงค์จะเข้ากาสิโนเข้าได้เท่านั้น
(2) ควบคุมการเข้าออก โดยมีการตรวจสอบและลงทะเบียนหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารระบุตัวตนอื่น พร้อมทั้งภาพถ่ายใบหน้า
(3) ตรวจสอบผู้เข้าไปในกาสิโนให้เป็นไปตามมาตรา 80 และมาตรา 81 ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสัญลักษณ์ โดยอย่างน้อยต้องแสดงให้ทราบถึงบริเวณของกาสิโน เขตควบคุมการเข้าออกที่ต้องตรวจสอบตัวตนและเงื่อนไขของบุคคล ผู้จะเข้าไปในกาสิโน ข้อห้ามและข้อปฏิบัติในกาสิโนให้ชัดเจน
10. คนไทยจะเข้าเล่น“กาสิโน”ต้องมีเงินใน“บัญชีเงินฝากฯ” 50 ล้าน
บุคคลสัญชาติไทย ซึ่งจะเล่นพนันในกาสิโน ต้องมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่าห้าสิบล้านบาท ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าหกเดือน และผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
ต้องห้ามบุคคลดังต่อไปนี้ เข้าไปในกาสิโน
(1) บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปี
(2) บุคคลซึ่งมิได้ลงทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียม
(ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท)
(3) บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม
(4) บุคคลซึ่งผู้อำนวยการสั่งห้ามเข้ากาสิโน
11. ห้ามจัดให้มีการเล่นพนันโนกาสิโนผ่านการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดกับเครือข่ายอินเตอร์เนตหรือถ่ายทอดการเล่นพนัน เพื่อให้บุคคลภายนอกกาสิโนเล่นพนันได้
ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใด เชิญชวน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือดำเนินการอื่นที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับกาสิโน เว้นแต่จะเป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
ห้ามผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใดจ้างหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใดแก่บุคคลอื่น เพื่อเพิ่มยอดหรือจำนวนคนเล่นพนันในกาสิโน หรือเพื่อเพิ่มจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการเล่นพนันในกาสิโน
ในกรณีที่มีผู้ใดกระทำการที่เป็นการเพิ่มยอดหรือเพิ่มจำนวนคนเล่นพนันหรือเพิ่มจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการเล่นพนันในกาสิโนตามวรรคหนึ่ง แม้จะไม่ได้รับค่าจ้างหรือผลประโยชน์ตอบแทนผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย
แต่โทษของคนช่วยทำการตลาดนั้น แค่โทษปรับ
คล้ายๆ กับการลงโทษขายสลากเกินราคา
สรุป
ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... ที่เข้าสภานั้น คือ ร่างที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติม
ที่ให้กำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโน โดยเฉพาะสถานที่จัดให้มีการเล่นพนันซึ่งจะต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร แล้วแต่กรณีใดจะน้อยกว่ากัน
กำหนดให้มีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน
กำหนดให้บุคคลสัญชาติไทยซึ่งจะเล่นพนันในกาสิโนต้องมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน
กำหนดห้ามผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใดจ้างหรือให้
ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใดแก่บุคคลอื่น หรือเพิ่มยอดหรือจำนวนคนเล่นพนันในกาสิโน หรือเพื่อเพิ่มจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการเล่นพนันในกาสิโน (เดิมไม่มี)
ทั้งหมดนี้ จะถูกตัดทิ้งไป เพื่อให้กาสิโนสะดวกคล่องตัวขึ้นหรือไม่?
จะต้องติดตามต่อไป
ประการสำคัญ ที่น่ากังวลมาก คือ กาสิโนจะเปิดช่องให้เกิดแหล่งฟอกเงิน หรือไม่? อย่างไร?
มาตรการป้องกันการฟอกเงินที่ให้มีนั้น จะเอาอยู่แน่หรือ สำหรับการบังคับใช้กฎหมายแบบไทยๆ
ก็ขนาดแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ ขายหวยออนไลน์ ยังเกลื่อนเมืองอยู่เลย
สารส้ม
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี