อาการร้อนรนของพรรคเพื่อไทยที่จะผลักดันกฎหมาย“เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”ให้ออกมามีผลบังคับใช้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ และต้องย้ำว่า ทุกๆ ฝ่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า“รวดเร็วเป็นพิเศษ” โดยที่ยังไม่ได้ทำการศึกษาอย่างรอบด้าน ท่ามกลางเสียงคัดค้านต่อต้านของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้
ร้อนรนถึงขนาดจะเร่งนำร่าง“พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ...”ขึ้นมาพิจารณา โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯได้บรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาของสภาฯในวันที่ 3 เมษายน จากเดิมที่วางแผน“สับขาหลอก”จะให้พิจารณาในวันที่ 9 เมษายนสัปดาห์หน้า เพื่อให้ผ่านวาระแรก ก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 10 เมษายน หลังจากนั้นเมื่อเปิดประชุมสมัยสามัญครั้งใหม่ในวันที่ 3 กรกฎาคมอีกสามเดือนข้างหน้า ก็จะนำร่างที่มีการแปรญัตติในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญกลับเข้ามาอีกครั้ง และจะให้ผ่านวาระ 2 และวาระ 3 แบบม้วนเดียวจบภายในวันเดียว
อาการ“ร้อนรน”ของพรรคเพื่อไทยที่จะ“เร่งรัด”เข็นกฎหมาย“เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”ให้ผ่านสภาฯออกมามีผลบังคับใช้ให้ได้เร็วที่สุด จึงถือว่าเป็นเรื่อง“ไม่ปกติ” ย่อมต้องมีแผนซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างแน่นอน
เพราะคนในประเทศนี้ต่างก็รู้ว่า อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เจ้าของคอกเพื่อไทย ไม่เคยคิดอะไรแบบชั้นเดียว ต้องมีได้มีเสีย เหมือน“เจ้ามือพนัน” และ“มีได้กับได้”เท่านั้น เฉกเช่นนักธุรกิจประเภทที่แม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ไม่ยอมเสียให้ใคร
และทุกฝ่ายทุกคนที่คัดค้านเรื่อง“กาสิโน” ที่อำพรางแฝงรูปในร่างกฎหมาย“เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” และ“พนันออนไลน์”ที่จะนำขึ้นมาบนดินให้ถูกกฎหมายด้วยเช่นกัน ต่างก็ยังเห็นเหมือนกันและพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าพรรคเพื่อไทยโดยรัฐบาล“มาดามแพทองโพย”ที่มีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดาประทับทรงและชักใยอยู่นั้น กำลัง“ท้าทาย”ประชาชนคนไทย
ท้าทายเพราะไม่เห็นหัวประชาชน เนื่องจากเวลานี้“ทักษิณ ชินวัตร”กำลังย่ามใจ ว่าจะทำอะไรก็ได้ แม้แต่บุตรสาวอย่าง“แพทองธาร ชินวัตร”ที่ขาดความรู้ความสามารถ อ่อนด้อยสติปัญญา ขาดประสบการณ์ ขาดความรอบรู้ และแม้แต่กาลเทศะก็ไม่รู้จัก ก็ยังสามารถวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ได้
สำคัญที่สุด เหตุจากแผ่นดินไหวที่อยู่ในสภาพทุลักทุเล เกี่ยวกับการค้นหาผู้สูญหายจากอาคารก่อสร้าง สตง.แห่งใหม่ ย่านจตุจักร ที่ติดๆ ขัดๆ จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่เข้ามาร่วมงาน“กู้ภัย”ในครั้งนี้นั้น ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็เพราะประเทศนี้มีนายกรัฐมนตรีที่ขาด“ภาวะผู้นำ” จึงไม่อาจ“รวมศูนย์”การตัดสินใจและสั่งการอะไรได้
แต่อย่างไรก็ตาม พอจะสรุปอาการ“ร้อนรน”ของพรรคเพื่อไทยที่จะ“เร่งรัด”เข็นกฎหมาย“เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”ออกมาให้ได้ ก็มีอยู่เพียงแค่ประการเดียวเท่านั้น คือต้องการยุบสภาฯให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
เหตุผลก็เพราะ“ทักษิณ ชินวัตร” ย่อมต้องประเมินอย่างรอบด้านแล้วว่า ขืนดันทุรังให้“มาดามแพทองโพย”บุตรสาว ที่เปรียบเสมือน“มะม่วงบ่มแก๊ส”นำรัฐนาวาต่อไป ไม่เพียงแต่บุตรสาวที่เป็น“กล่องดวงใจ”จะฉิบหายขายตนเท่านั้น ตระกูลชินวัตรเองก็จะตกที่นั่งลำบาก เพราะความเป็น“ลูกคุณหนูพ่อรวย”ของ“แพทองโพย” นับวันมีแต่จะเรียกแขกให้ผู้คนเกิดความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามขยายวงเพิ่มยิ่งขึ้นๆ
2 ปีที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้น เรื่องใหญ่ๆ ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของ“ทักษิณ ชินวัตร” ล้วนสมประโยชน์ไปแล้วทั้งสิ้น
หนึ่ง-การพ้นโทษโดย“ไม่ติดคุก”แม้แต่วันเดียวของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องระเห็จหนีออกจากประเทศไปเป็นสัมภเวสีอยู่ในต่างประเทศนานกว่า 15 ปี
สอง-“มาดามแพทองโพย”ผู้ไร้คุณสมบัติทุกประการ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของคนใน“ตระกูลชินวัตร” จากรุ่นสู่รุ่นไปจนชั่วลูกชั่วหลาน
สาม-“เงินตกเขียว 1 หมื่นบาท”ตามโครงการ“ดิจิทัล วอลเล็ต”ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ก็ถือว่าได้บรรลุเป้าหมายตั้งแต่เฟสแรกในการแจกให้แก่กลุ่มผู้เปราะบางจำนวน 14.5 ล้านคน ซึ่งถือได้ว่าจะเป็นฐานคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหลังมีการยุบสภาฯได้อย่างดี
และสี่-สำคัญมากคือ เรื่อง“กาสิโน”หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งถ้าพูดตามภาษานักการเมืองเก่าที่เสียชีวิตไปแล้วคือ“บรรหาร ศิลปะอาชา” ว่า 8 ปีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พรรคเพื่อไทยพยามยามจะ“ผลิตซ้ำ”ในคำโฆษณาชวนเชื่อว่าไม่มีอะไร ทำให้เศรษฐกิจถดถอยประเทศย่ำแย่และล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านนั้น พรรคเพื่อไทยต้องตกอยู่ในสภาพ“อดอยากปากแห้ง” และเจ้าของคอกต้องควักเงินออกมาเลี้ยงดูลูกพรรคอยู่ตลอดเวลา
ถ้าหากกฎหมาย“การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร”หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ซุก“กาสิโน”ซ่อนไว้มีผลบังคับใช้ นั่นก็คือเงินก้อนมหึมา สำหรับเป็นทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอย่างถาวรและยั่งยืนต่อไปในวันหน้า
เพราะฉะนั้น หากทุกอย่างเป็นไปตามที่กล่าวมา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยโดยการกดปุ่มของ“ทักษิณ ชินวัตร”ก็สามารถยุบสภาฯได้ทันที และ“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์”ก็จะได้ลงจากอำนาจอย่างไม่บาดเจ็บสาหัส และมีเกียรติยศเกียรติภูมิเป็นอาภรณ์ประดับชีวิต ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย จนกว่าชีวิตจะหาไม่
อย่างไรก็ตาม บนทางสองแพ่งอันเกี่ยวกับ“กาสิโน” ระหว่างการคัดค้านต่อต้านของประชาชน กับ รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นหัวขบวนนั้น พรรคเพื่อไทยจะยอมถอยหรือไม่ ในการประชุมสภาฯวันที่ 3 เมษายนวันนี้ ถ้าหากยอมถอย-จะถอยอย่างไร
ถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าใครไม่เอา“กาสิโน”ก็ควรจะต้องออกไปแสดงพลัง เพื่อให้นักการเมืองและพรรคการเมืองที่ชอบอ้างประชาชนรู้สำนึกว่า เสียงของประชาชนคืออำนาจที่แท้จริงของประเทศนี้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี