อดีตสว.สมชาย แสวงการ โพสต์เฟซบุ๊กว่า พ.ศ.2440 หรือ 127 ที่แล้ว ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสยุโรป ทรงมีจดหมายถึงกรมพระยาดำรงฯ
มีความตอนหนึ่งที่สำคัญมาก คือ ลิขิตถึงภัยของบ่อนคาสิโนว่า “ถ้าชาวบางกอกรู้ ได้ไปเล่นแล้ว ฉิบหายกันไม่เหลือ”
หลังจากนั้นเมื่อเสด็จกลับเมืองไทย พระราชทานนโยบายให้เลิกบ่อน ทั้งที่ทำรายได้เข้ารัฐมากถึงปีละ 600,000 บาท อาจคิดเป็นเงินปัจจุบัน อาจเป็นเงินปีละ 600,000 ล้าน ? แต่กว่าจะเลิกบ่อนการพนันได้ต้องใช้เวลานานถึง 30 ปี เพราะคนไทยติดการพนันงอมแงม เหมือนติดยาเสพติดกว่าจะเลิกกันได้ต้องรักษากันนานมาก วันนี้รัฐบาลสิ้นคิด หรือ แสร้งโง่? ทำในสิ่งตรงข้าม เปิดคาสิโนทั่วประเทศอีก หาเงินเข้ากระเป๋าใคร?
คำตอบง่ายๆ คือ เงินเข้ากระเป๋านักการเมือง แกนนำรัฐบาล และนักการเมืองร่วมรัฐบาลมหาศาล พวกเขาถึงสุมหัวกันผลักดันกฎหมายบ่อนการพนัน เนื่องจากว่า ในพรรคร่วมรัฐบาลได้จัดสรรผลประโยชน์กันลงตัวแล้ว
จากเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านว่ากันว่า แกนนำรัฐบาลเอากาสิโน ในรูปเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ไป ส่วนพรรคร่วมบางพรรคก็เอาการพนันออนไลน์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยไปบริหารจัดการ
ชาวบ้านร่ำลือกันว่า ผู้นำจิตวิญญาณพรรคการเมืองใหญ่ รับแป๊ะเจี๊ยะล่วงหน้าจากนายทุนใหญ่หนึ่งในแก๊ง 14k ล่วงหน้ามาแล้ว รัฐบาลไทยจึงต้องผลักดันให้มีบ่อนการพนันในประเทศไทยและไม่ฟังเสียงทัดทานจากใคร อย่าว่าแต่คำเตือนของรัชกาลที่ ๕ เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เตือน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ใหม่ๆ เธอยังไม่ฟัง
น.ส.แพทองธารพูดเองว่าท่านสี จิ้นผิง ได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการกาสิโน ดิฉันได้อธิบายว่าเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่เพียงกาสิโน แต่เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวครบวงจร มีโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง และกิจกรรมสำหรับครอบครัว ส่วนของกาสิโนมีพื้นที่ไม่ถึง 10% ของโครงการทั้งหมด
“...ผู้นำจีนได้ให้ข้อแนะนำว่าการมีกาสิโนอาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และจะนำไปปรึกษาเพิ่มเติม..” น.ส.แพทองธารไม่ได้ให้รายละเอียดว่าประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เตือนอะไรบ้าง
จากการติดตามข่าว ประเทศจีน ไม่ให้มีบ่อนการพนันถูกกฎหมาย เนื่องจากการพนันเป็นบ่อเกิดอาชญากรรม ปัญหาสังคม และบ่อนการพนัน เป็นแหล่งสำคัญของการฟอกเงินจากคอร์รัปชั่นและค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย
ปัจจุบันพลเมืองจีนจำนวนมากเดินทางไปใช้จ่ายเงินในบ่อนการพนัน มาเก๊า ฟิลิปปินส์และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการเล่นพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย ประมาณการโดยบริษัทในเครือของสำนักข่าวซินหัว พบว่า ในแต่ละปีชาวจีนแผ่นดินใหญ่ใช้เงินเดิมพันผ่านการพนันออนไลนฺ์มูลค่ากว่า 145 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดังนั้น การอนุญาตให้มีกาสิโนและพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย จะสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลจีนจำนวนมหาศาลรวมถึงเงินการพนันไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ
แต่จุดยืนและหลักการของ ปธน.สี จิ้นผิง ชัดเจน ไม่ให้มีการพนันทุกประเภทเป็นกิจกรรมถูกกฎหมาย ถึงแม้ภาครัฐจะมีรายได้มหาศาลจากนำธุรกิจใต้ดินเหล่านี้มาอยู่บนดินมากเพียงใด แต่ไม่อาจเทียบได้กับความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดขึ้น จากที่ชาวจีนจำนวนมากกลายเป็นผีพนัน
ไม่ทราบว่าท่านสี จิ้นผิง ได้เตือนน.ส.แพทองธารด้วยหรือไม่ว่า เป็นเพราะจีนแผ่นดินใหญ่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเหตุให้แก๊ง 14k หนีกระเจิดกระเจิง ออกมาเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย กัมพูชา ลาว พม่า ที่สมาชิก แก๊ง 14k หนีมาซุกหัวอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง และ กองกำลังติดอาวุธ
ในประเทศไทย แก๊ง 14k บางคนได้สัญชาติไทย มีเมียเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นหลานสาวอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย จึงไม่แปลกใจที่รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไม่ฟังคำเตือนของ ในหลวงรัชกาลที่ ๕ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ถึงภัยอันตราย ที่ทำให้ประเทศฉิบหายเพราะการพนัน
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายที่พูดไว้ในเวลาหาเสียงแม้แต่อย่างเดียว จึงคิดหาเงินจากการพนัน ที่น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เงินที่ได้จากการพนันถูกกฎหมายนำมาใช้สนับสนุนการศึกษา ช่วยเหลือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่วนบิดาผู้นิยามตัวเองว่า เป็น สทร.กล่าวว่าจะนำเงินรายได้จากบ่อนพนันมาช่วยเหลือคนพิการและคนชรา สรุปว่าพ่อลูก
คู่นี้ มุ่งมั่นเรื่องบ่อนการพนันแต่อ้างเหตุผลไปคนละทาง
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5 ถึง 10% และนักท่องเที่ยวเพื่อการพนันใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 40% จากการใช้จ่ายปกติ นอกจากนั้นโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์จะสร้างงานให้คนไทยถึง 20,000 คน
ประมวลจากข่าวต่างประเทศ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนเพียง 10% ประเทศชาติจะมีรายได้มหาศาลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซามาหลายปี
บลูมเบิร์ก รายงานว่าสถานบันเทิงครบวงจร บริหารโดยบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีทุนจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งหมื่นล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 5,000 ล้านบาทต่อ 1 ใบ สำหรับใบอนุญาต30 ปี และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้เปิดบ่อนได้ 1,000 ล้านบาทต่อปี
ส่วนที่กฤษฎีกากำหนดให้คนไทยเสียค่าเข้าบ่อนครั้งละ 5,000 บาท และคนไทยที่เข้าไปเล่นการพนันได้ต้องมีเงินในบัญชีธนาคาร 50 ล้านบาท ติดต่อกันนานหกเดือน นายจุลพันธ์กล่าวว่าไม่สามารถปฏิบัติได้ แต่อาจมีการแก้ไขในสภาซึ่งมีวาระพิจารณากฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ในวันที่ 3 เมษายนนี้
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กำหนดให้มีเงินในบัญชี 50 ล้านบาท และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าบ่อนครั้งละ 5,000 บาท เป็นการผลักดันให้ผีพนันไทย ไปเล่นการพนันในบ่อนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เงินบาทไหลออกนอกประเทศ เป็นการย้อนแย้งกับนโยบายที่บอกว่าสร้างบ่อนการพนันถูกกฎหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่บังคับใช้กฎหมายหย่อนยานมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก การมีบ่อนถูกกฎหมายคือนำประเทศสู่หายนะฉิบหาย ดังที่ ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ ทรงเตือนเอาไว้ ที่อดีตสว.สมชายกล่าวว่าพระองค์ท่านใช้เวลา 30 ปี จึงปิดบ่อนการพนันในบางกอกได้
อดีตสว.สมชาย คงหมายถึงบ่อนการพนันในเมืองใหญ่ แต่สำหรับในพื้นที่ไกลปืนเที่ยง 80 กว่าปีหลังจากนั้น ยังพบเห็นชาวบ้านฉิบหายจากการพนัน ประสบการณ์ตรงของ
ผู้เขียนในทศวรรษ 2500 ในวัยสิบปี เรามีรายได้พิเศษจากการขายน้ำแข็งบอก(ไอศกรีมแท่งทรงรี) ที่บ่อนการพนัน ซึ่งเล่นการโจ่งแจ้งในสวนยางพาราอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักอาศัย
ใกล้บ้านเรามีเล่นการพนันโปปั่น ไฮโล ไพ่ป๊อก ไพ่เก้าเก การพนันทุกชนิด ผีพนันสุมหัวกันหลายร้อยคน เล่นการพนันกันทั้งวันทั้งคืน เราได้เห็นปัญหาสังคม เคยเห็นการปล้นฆ่า ลักชิง วิ่งราวของผีพนันตั้งแต่วัยเด็กได้ความเห็นฉิบหาย ขายสวน ขายนา ตลอดถึงช้าง ม้า วัว ควาย จนชินตา
อยู่มาวันหนึ่งแพทย์ประจำหมู่บ้าน บอกเราว่า ถ้ามึงยังอยู่ตำบลนี้ต่อไป มึงไม่เป็นโจร ก็เป็นผีพนัน แพทย์ประจำหมู่บ้านท่านนั้น ฝากเราไปเป็นลูกจ้างอู่ซ่อมรถในอำเภอ ตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปี หลุดออกมาจากหมู่บ้านผีพนันได้หนึ่งปี มีคนเมตตาพาเรามาฝากพระรูปหนึ่งไว้ที่คณะ 5 วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ฝั่งธนบุรี (ตอนนั้นยังไม่เป็นกรุงเทพมหานครฯ)
ชีวิตในวัดหงส์ฯทำให้โลกทัศน์เราเปลี่ยนไป เราได้เห็นโลกใหม่ ชีวิตใหม่ตั้งแต่นั้นมา แต่เมื่อย่างเข้าวัย 77 ปี เราตกใจและประหลาดที่เห็นประเทศไทย มุ่งหน้าสู่ความหายนะฉิบหาย เหมือนที่เคยเห็นในวัยเด็ก
สุทิน วรรณบวร
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี